นิกเกอิ ปิดตลาดบวก 30.86 จุด จับตาท่าทีก่อนเจรจาการค้าระหว่างญี่ปุ่น-สหรัฐฯ
ดัชนี นิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียวปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในวันนี้ (20 พ.ค.) โดยยุติการร่วงติดต่อกัน 4 วันทำการได้สำเร็จ ท่ามกลางภาวะที่นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงรอดูท่าทีก่อนหน้าการเจรจาประเด็นภาษีศุลกากรที่คาดว่าจะเกิดขึ้นระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนี นิกเกอิ ปิดตลาดที่ระดับ 37,529.49 จุด เพิ่มขึ้น 30.86 จุด หรือ +0.08%
หุ้นบวกนำตลาดได้แก่ กลุ่มโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก กลุ่มบริการ และกลุ่มธนาคาร
นิกเกอิได้แรงหนุนจากตลาดหุ้นวอลล์สตรีทที่ปิดบวกเมื่อคืนนี้ รวมถึงแรงซื้อในหุ้นกลุ่มยานยนต์และเครื่องจักรที่เน้นส่งออก ซึ่งได้ประโยชน์จากเงินเยนที่อ่อนค่า ทำให้เมื่อผู้ส่งออกนำรายได้จากต่างประเทศแลกกลับมาเป็นเงินเยน ก็จะได้กำไรเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นได้ลดช่วงบวกจนปรับตัวลงสู่แดนลบในช่วงหนึ่ง เนื่องจากเงินเยนเริ่มกลับมาแข็งค่าขึ้น นอกจากนี้ นักลงทุนจำนวนมากเริ่มใช้ความระมัดระวังมากขึ้น หลังมีรายงานว่า เรียวเซ อากาซาวะ หัวหน้าผู้แทนเจรจาด้านภาษีของญี่ปุ่น เตรียมเดินทางเยือนสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ (23 พ.ค.) เพื่อเข้าร่วมการเจรจาระดับรัฐมนตรีเป็นรอบที่สาม
มาซาฮิโระ อิชิกาวะ หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดของบริษัท ซูมิโตโม มิตซุย ดีเอส แอสเซต แมเนจเมนต์ ให้ความเห็นว่า "ในการเจรจาครั้งก่อน ๆ สหรัฐฯ ดูเหมือนจะมุ่งเน้นเฉพาะประเด็นภาษีตอบโต้เท่านั้น แต่ญี่ปุ่นต้องการหารือในภาพรวมเกี่ยวกับมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ทั้งหมด รวมถึงภาษีรถยนต์ที่อาจถูกเรียกเก็บเพิ่มอีก 25% ซึ่งเป็นจุดที่ทั้งสองฝ่ายยังมีความเห็นไม่ตรงกันอยู่ ดังนั้น จุดสำคัญของการเจรจาครั้งหน้า คือจะทำอย่างไรเพื่อลดช่องว่างทางความคิดเห็นนี้ลง
ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดบวกในวันนี้ (20 พ.ค.) หลังจากธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ทั้งประเภท 1 ปีและ 5 ปี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดที่ 3,380.48 จุด เพิ่มขึ้น 12.90 จุด หรือ +0.38%
ธนาคารกลางจีนประกาศลดอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 1 ปี ลง 0.10% สู่ระดับ 3.0% จากระดับ 3.1% และปรับลดอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปี ลง 0.10% สู่ระดับ 3.5% จากระดับ 3.6% ในวันนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่สถานการณ์ตึงเครียดด้านการค้าได้ส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 1 ปีเป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในการกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะสั้น ส่วนอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปีเป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในการกำหนดอัตราดอกเบี้ยระยะยาว เช่น อัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนอง
ตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่หุ้นคอนเทมโพรารี แอมเพอเร็กซ์ เทคโนโลยี หรือ ซีเอทีแอล (CATL) บริษัทสัญชาติจีนซึ่งเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ที่สุดในโลก พุ่งขึ้นแข็งแกร่งในการซื้อขายวันแรกที่ตลาดหุ้นฮ่องกงในวันนี้ โดยการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก (IPO) ในตลาดหุ้นฮ่องกงทำให้ CATL สามารถระดมทุนได้ 3.57 หมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกง (4.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเป็นการทำ IPO ครั้งใหญ่ที่สุดในโลกของปีนี้
หุ้นที่ปรับตัวขึ้นในวันนี้รวมถึงหุ้น China Merchants Bank บวก 0.8%, หุ้น BYD Company ปรับตัวขึ้น 0.6% และหุ้น Kweichow Moutai ดีดตัวขึ้น 0.4%
ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดพุ่งขึ้นในวันนี้ (20 พ.ค.) หลังจากธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ทั้งประเภท 1 ปีและ 5 ปี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
ดัชนีฮั่งเส็งปิดที่ระดับ 23,681.48 จุด เพิ่มขึ้น 348.76 จุด หรือ +1.49%
ธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 1 ปี ลง 0.10% สู่ระดับ 3.0% จากระดับ 3.1% และปรับลดอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปี ลง 0.10% สู่ระดับ 3.5% จากระดับ 3.6%
ทั้งนี้ หุ้นคอนเทมโพรารี แอมเพอเร็กซ์ เทคโนโลยี หรือ ซีเอทีแอล (CATL) บริษัทสัญชาติจีนซึ่งเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ที่สุดในโลก พุ่งขึ้นแข็งแกร่งในการซื้อขายวันแรกที่ตลาดหุ้นฮ่องกงในวันนี้ โดยการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก (IPO) ในตลาดหุ้นฮ่องกง ทำให้ CATL สามารถระดมทุนได้ 3.57 หมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกง (4.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเป็นการทำ IPO ครั้งใหญ่ที่สุดในโลกของปีนี้
ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดลบติดต่อกันเป็นวันที่ 2 ในวันนี้ (20 พ.ค.) ต่อเนื่องจากวันก่อนหน้าที่ดัชนีรูดลงเกือบ 1% หลังมูดี้ส์ เรทติ้งส์ (Moody's Ratings) ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของรัฐบาลสหรัฐฯ ส่งผลให้นักลงทุนยังคงมีท่าทีระมัดระวัง
ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) ปิดที่ 2,601.80 จุด ลดลง 1.62 จุด หรือ -0.06%
รายงานระบุว่า มูดี้ส์ได้ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (16 พ.ค.) ลงสู่ระดับ Aa1 จากระดับ Aaa โดยให้เหตุผลว่า หนี้สาธารณะของรัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้น และภาระดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายก็เพิ่มขึ้นด้วย
หุ้นกลุ่มยานยนต์ปรับตัวลดลง โดย Hyundai Motor ลดลง 0.79% ขณะที่ Kia ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ขยับลง 0.33%
ส่วนหุ้นบริษัทผู้ผลิตแบตเตอรี่ LG Energy Solution ลดลง 4.12% ส่วน SK Innovation ร่วง 3.65%