ทรนง ศรีเชื้อ ไม่ทน ถูกนักวิจารณ์รุ่นหลานวิจารณ์ยับ ทั้งที่หนังยังไม่ได้เริ่มถ่าย ลั่นเจอที่ไหนมีเคลียร์
ทรนง ศรีเชื้อ ไม่ทน ถูกนักวิจารณ์รุ่นหลานวิจารณ์ยับ ทั้งที่หนังเรื่อง 2122 ARMAGEDDON WAR ยังไม่ได้เริ่มถ่าย ลั่นเจอที่ไหนมีเคลียร์
เพิ่งจะแถลงข่าวเมื่อต้นสัปดาห์ ว่าเตรียมที่จะเปิดกล้องถ่ายทำหนังเรื่อง2122 ARMAGEDDON WAR (กูนี่แหละอัจฉริยะ) ที่มีทุนสร้างถึง 300 ล้านบาท แต่ถัดมาไม่กี่วัน หนังเรื่องดังกล่าวของ ทรนง ศรีเชื้อ ผู้กำกับชื่อดัง ก็โดน 2 นักวิจารณ์เลือดใหม่ วิจารณ์อย่างดุเดือด
งานนี้ผู้กำกับชื่อดัง ไม่ขอทน เปิดใจกับทางข่าวสดบันเทิง ว่า “วันนี้มีเรื่องจะมาโวยวาย มีเด็กรุ่นลูก รุ่นหลานมาด่าผม มันไม่แฮปปี้ ถ้าเจอที่ไหนตบที่นั้น คือผมหนังมา 24 เรื่อง ใน 45 ปี ทำแบบล้มลุกคลุกคลาน แล้วหนังแต่ละเรื่องของผมไม่มีลงทุนถูก สูงสุด 160 ล้าน ต่ำสุด ก็ 30-40 ล้านบาท เคยเหมาลำไปถ่ายญี่ปุ่น ไปมาหมด หนังสงครามก็ทำมาหมดแล้ว ถือว่าตอนนี้ก็เก๋าที่สุดในวงการ ถ้าเป็นเรื่องขออายุ ผมว่าอีก 2 วัน ผมก็อายุ 74 ปีแล้ว
เรื่อง 2122 ARMAGEDDON WAR (กูนี่แหละอัจฉริยะ) เป็นเรื่องที่เขียนบทมา 50 กว่าปี ให้กับคุณยุทธนา ซึ่งเขากำกับหนังเรื่องแรก แต่ก็ไม่ได้สร้าง ผมเป็นเจ้าของบทประพันธ์ ก็แก้บทมาเรื่อยๆ เพื่อให้ทันยุคสมัย จนมาเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วจะเอากลับมาทำ ชื่อเรื่อง ทารกเขย่าโลก เอาไปพรีเซ็นทีเมืองคานซ์ ที่ อเมริกา มีคนสนใจที่จะร่วมทุน
แต่ผมติดปัญหาเรื่องโรงถ่ายเลยไม่ได้ทำ จนมาเมื่อ 2 ปีที่แล้วก็มีโบรกเกอร์เขาบอกว่าเป็นนายทุนมาจากดูไบจะมาลงทุน เซ็นสัญญากันเรียบร้อย เงินทุน 300 กว่าล้าน พอถึงเวลาจริงๆ เขาไม่ได้ทุน เลยไม่ได้ทำ แล้วแหล่งทุนใหม่ เข้ามาเสียบ ผมล้มลุกคลุกคลานกับโปรเจ็กต์นี้มาน่าจะ 30 กว่าปี
ตอนนี้หนังพร้อมที่จะเริ่มถ่ายทำ แต่อยู่ๆ เราแถลงข่าวเมื่อวันที่ 19 ที่ผ่านมา ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี แต่ผมมาเฮิร์ตหลังจากแถลงข่าว มีคลิปออกมา 3 คลิป ด่าผมเละ ถ้าผมเจอที่ไหนจะตบเลย
คิดดูซิหนังผมแถลงข่าววันจันทร์ วันพุธด่าผมแล้ว อยากแรกเขาสงสัยว่าทำไมผมต้องไปเปิดที่สวนสยามด้วย แล้วมันเกี่ยวอะไร ผมจะเปิดที่ไหนก็ได้ อย่างที่ 2 ทำไมต้องชื่อ 2122 ทำไมไม่ชื่อ 2125 คือผมเริ่มที่จะทำตั้งแต่ 2122 แล้วนายทุนมีปัญหา จะให้ผมเปลี่ยนตามนายทุนเหรอ
มายุ่งเรื่องหนัง ยุ่งเรื่องชื่อหนังยังไม่พอ ยังมายุ่งเรื่องเงิน หนังไทยมีทุนทำ 30-50 ล้าน ยังยาก แต่ผมเป็นคนที่มาบารมีในการหาทุน 300-500 ล้านบาท ในการสร้างหนัง เมื่อผมหาเงินได้มา แล้วมาจ้างคน 5 พันคน ทุกคนก็ควรจะดีใจ จะได้งาน แล้วเราทำหนังไทยเพื่อไปขายทั่วโลก เมื่อมีเงินลงทุนคนจะได้สนใจ ประวัติผมทำหนังมา 45 ปี มันเกินพอแล้ว
ทีนี่เขาพูดในคลิปว่าเกิดมาเขาไม่รู้จักผมเลย ในเมื่อไม่เข้าไปดูผลงานคุณจะรู้จักได้อย่างไร ผมกำกับหนังมา 24 เรื่อง แต่อยู่ๆ มาพูดแบบนี้ มันน่าตบไหม ทุกคนรู้ดีว่าผมทำหนัง แต่เด็กเมื่อวานซืน ไม่รู้ว่าผมหนังอะไรบ้างแล้วก็มาเยาะเย้ยผมว่า ผมทำหนังเรื่อง 2022 สึนามิ วันโลกสังหาร ขาดทุน ผมลงไป 160 ล้าน แล้วได้กลับมา 3.7 ล้านบาท ทุกท่าที่ของสองคนนี้ เย้ยหยันผม มันหนักใจที่ผมไปเปิดที่สวนสยาม มันหนักใจ ที่ผมได้ทุน 300 ล้าน หนักใจชื่อหนัง
มันควรที่จะดีใจที่ผมทำหนังต่อต้านสงคราม หนังของทรนงคือต่อต้านสงครามระดับโลก ศัตรูของผม คือผู้นำระดับโลก ใครที่ก่อสงสครามคือศัตรูของผมนั้นคือสิ่งที่ผมประกาศในหนัง แล้วมันถามว่าทำทำไมหนัง 300 ล้าน ทำไมไม่ทำแบบเรื่อง “อาม่า” ถ้าเกินสงครามโลกครั้งที่ 3 พ่อของอาม่าก็อยู่ไม่ได้ ใครก็อยู่ไม่ได้ถ้าเกิดสงครามโลก
เมื่อเด็กประกาศตัวว่าไม่รู้จักผมมาก่อน ก็ไม่เป็นไร แต่อยู่ๆ ผมแถลงข่าววันจันทร์ เขาด่าผมวันพุธ เจตนาอะไร เพราะว่าหนังก็ยังถ่ายไม่เสร็จ นักแสดงของผมพันกว่าคนถาม ผมยังไม่รู้บทเลย เพราะอาไม่ยอมบอกแล้วพวกเขารู้ได้อย่างไร ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะผมก็ไม่รู้จักเขา
นายทุนของผมถ้าเขาไม่มีความรู้ระดับสูง เขามีภูมิต้านทานน้อย เขาเลิกทำไปแล้ว มันยกตัวอย่างหนัง ว่าหนังท่านมุ้ย ลงทุนขนาดนี้ยังขาดทุนขนาดนี้ หนังอีกหลายเรื่องที่ขาดทุน แล้วหนังของผมมันจะไม่ขาดทุนเหรอ นายทุนเขาได้ยินเขาจะรู้สึกยังไง
มาบอกว่าทำไมไม่มาทำอย่างนั่นอย่างนี้ ผมไปเอาเงินพ่อคุณมาทำเหรอ อยู่ๆ มาบอกว่าถ้าจะเปิดงานควรเปิดที่โรงแรม ถ้าจะสร้างหนังต้องทำแบบนี้ผมติดต่อ ลิซ่า ผมมีเงินให้เขาแค่ 60 ล้านบาท แบ่งให้เขา
การที่เขาปฏิเสธอาจจะเป็นเพราะเขาติดคิว หรือเขาอาจจะไม่พอใจตัวเลขนี้ ซึ่งเราก็ไม่มีกำลังเงินมากกว่า 60 ล้านบาท เมื่อเขาไม่เล่น เราก็ไม่โกรธเขา เราชอบลิซ่า เราเลยติดต่อให้เขามาเล่น แต่การที่ลิซ่า ไม่เล่นก็ไม่ใช่ความผิดของเขา เพราะเขาก็ต้องมีปัจจัยของเขา แต่คนที่วิจารณ์พูดว่าหนังเรื่องนี้เหนื่อย เขาสองคนด่าผมแบบที่ถ้านายทุนเห็นคงเลิกทำ
ผมเตรียมงานมา 50 ปีเพื่อที่จะทำหนังเรื่องนี้ มีสตอรี่บอร์ดภาพยนต์กองสูงกว่าหัวเขาสองคนอีก ลูกผมอายุมากกว่าเขาสองคน แล้วเขาไม่รู้จักผม แสดงว่าเขาไม่รู้จักวงการ มันไม่รู้จักผู้กำกับทั้งโลก ไม่รู้จักทรนงก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ก็แปลกผมอยู่วงการหนังมา 40 กว่า แต่คุณบอกไม่รู้จัก แล้วมาเป็นนักวิจารณ์หนังได้อย่างไร
การที่มาปรามาสแบบนั้น ผมบอกเลยว่าถ้าเจอที่ไหนตบที่นั้น ตำรวจจะจับก็จับ เจอที่ไหนก็ตบ ถึงจะขอโทษก็ตบ เป็นใคร ใครก็โกรธ นักแสดงของผม ถ้าหนังเรื่องนี้ไม่ได้ถ่ายเท่าเท่ากับนักแสดงทั้งหมดตกงาน แล้วถ้านายทุนเขา ทอนตัวเพราะมัน รับผิดชอบไหม
มันไปเกลียดอะไรสวนสยาม เขาจะเปิดที่ไหนเรื่องของเขา ชื่อหนังเขาจะตั้งชื่อยังไงก็เรื่องของเขา แล้วเราทำหนังต่อต้านสงคราม ควรจะสนับสนุน หรือคุณชอบสงคราม เขาทำหนังที่เลื่อมใสในศาสนาคุณกับโกรธ พูดง่ายๆ เขาตั้งใจเล่นงานผมทุกคลิป”
ได้คุยกับนายทุนไหม เกี่ยวกับเรื่องนี้? “เขารู้เพราะอยู่ด้วยกันตลอด เขาบอกว่าถ้าหนูใจเซาะคงไม่ทำหนังกับอาถึง 3 ภาค เขารู้จัก ประวัติผมชัดไม่เคยปิด คือถ้ามาวิจารณ์หลังจากที่หนังผมออกไปแล้ว ว่าหนังผมไม่ดีตรงไหน อันนี้ผมไม่โกรธเลย แต่นี่หนังยังไม่ทันได้ถ่ายก็วิจารณ์แล้ว อันนี้เหมือนต้องการที่จะพุ่งเป้ามาที่ผมเลย”
นักแสดงนำในเรื่องจะเป็นใครที่วางไว้? “นางเอกที่ผมต้องการที่สุดตอนนี้ก็คือคุณญาญ่า อุรัสยา เรียกค่าตัวเท่าไหร่ก็เอา แต่คุณญาย่าเขายังไม่รู้ผมเพิ่งสั่งธุรกิจกองให้ติดต่อไป”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทรนง ศรีเชื้อ ไม่ทน ถูกนักวิจารณ์รุ่นหลานวิจารณ์ยับ ทั้งที่หนังยังไม่ได้เริ่มถ่าย ลั่นเจอที่ไหนมีเคลียร์
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th