โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ECRL ‘โอกาส’ หรือ ‘ความท้าทาย’ เมื่อมาเลเซียเร่งเครื่องรถไฟเชื่อมประเทศ ไทยต้องเดินเกมแบบไหน?

TODAY

อัพเดต 24 พ.ค. 2568 เวลา 13.31 น. • เผยแพร่ 24 พ.ค. 2568 เวลา 06.07 น. • workpointTODAY

โครงการเส้นทางรถไฟเชื่อมชายฝั่งตะวันออก (East Coast Rail Link – ECRL) ที่ตัดเชื่อมระหว่างชายฝั่งทางตะวันออกไปยังฝากตะวันตกของมาเลเซีย อาจไม่ใช่เพียงยุทธศาสตร์ทางโลจิสติกส์ที่สำคัญของมาเลเซีย แต่ยังเป็นเส้นทางเชื่อมโยงที่มีนัยสำคัญต่อโครงสร้างทางเศรษฐกิจและการเมืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เส้นทางสายนี้เริ่มจากเมืองโกตาบารู ในรัฐกลันตัน ทางตะวันออกของมาเลเซีย ผ่านรัฐตรังกานู รัฐปะหัง และรัฐสลังงอร์ ตัดเข้าสู่กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวง และไปสิ้นสุดที่เมืองกลัง ซึ่งเป็นที่ตั้งของท่าเรือกลัง ท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดของประเทศและหนึ่งในศูนย์กลางขนส่งของอาเซียน ระยะทางรวมกว่า 665 กิโลเมตร ใช้เงินลงทุนสูงถึง 50,000 ล้านริงกิต หรือคิดเป็นเงินไทยราว 385,000 ล้านบาท

นี่ไม่ใช่แค่โครงการโครงสร้างพื้นฐาน แต่ยังสะท้อนความทะเยอทะยานของรัฐบาลมาเลเซียในการวางตำแหน่งประเทศให้กลายเป็นศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์ระดับภูมิภาค โดยเฉพาะการพัฒนาเส้นทางฝั่งตะวันออกซึ่งเคยถูกมองข้าม และเผชิญข้อจำกัดด้านการเข้าถึงแหล่งทุน ตลาด และโอกาสทางเศรษฐกิจ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ช่องแคบมะละกา ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญระหว่างทะเลอันดามันกับมหาสมุทรแปซิฟิก กำลังเผชิญความท้าทายจากความแออัดคับคั่ง จนถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่ง ‘จุดคอขวด’ ที่สร้างอุปสรรคให้กับการขนส่งทางทะเล

ECRL จึงกลายมาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญที่มาเลเซียหวังใช้คว้าโอกาสด้านการขนส่งไว้ในมือ และแน่นอนว่า เรื่องนี้ไทยไม่ควรมองข้าม เพราะเบื้องหลังเส้นทางรถไฟสายนี้ คือเกมใหญ่ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่เงียบๆ

หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน โครงการนี้จะแล้วเสร็จในปี 2026 และเมื่อถึงตอนนั้น ภูมิทัศน์โลจิสติกส์ของมาเลเซียจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ที่สำคัญ แรงสะเทือนจะไม่หยุดอยู่แค่ที่มาเลเซียเท่านั้น แต่ไทยซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นจุดศูนย์กลางการเชื่อมต่อของภูมิภาคจะสะเทือนไปด้วย นี่คือเรื่องใหญ่ที่ไทยต้องจับตาและเตรียมพร้อมรับมืออย่างจริงจัง

ยุทธศาสตร์ BRI กับบทบาทของ ECRL

เหตุผลที่สำคัญคือ ECRL ไม่ใช่แค่เส้นทางเชื่อมต่อทางยุทธศาสตร์เพื่อสร้างสมดุลทางเศรษฐกิจระหว่างสองฝากฝั่งของมาเลเซีย แต่โครงการนี้ เป็นหนึ่งในโครงการภายใต้ยุทธศาสตร์ ‘ข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง’ (Belt and Road Initiative – BRI) หรือที่เคยรู้จักกันในชื่อโครงการ ‘หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง’ (One Belt One Road) “ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญของจีนในการขยายอิทธิพลผ่านเครือข่ายคมนาคมบกและทะเลในสามทวีป”

นั่นหมายความว่า ECRL ไม่ใช่แค่โครงการในประเทศ แต่คือ ‘ข้อต่อ’ ระดับภูมิภาคที่เชื่อมโยงเส้นทางยุทธศาสตร์จากจีนตอนใต้ ผ่านลาวหรือเวียดนาม ลงใต้สู่คาบสมุทรมลายู โดยมีเป้าหมายชัดเจนคือการเปิด ‘ทางเบี่ยง’ ช่องแคบมะละกา

และสิ่งที่ตอกย้ำบทบาทระดับภูมิรัฐศาสตร์ของโครงการนี้ คือการสนับสนุนทางการเงินและเทคโนโลยีจากจีนโดยตรง ผ่านการลงทุนจากบริษัท China Communications Construction Company (CCCC) ซึ่งไม่เพียงเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างหลัก แต่ยังมีบทบาทในฐานะผู้ผลักดันนโยบาย BRI ในหลายประเทศ จึงอาจบอกได้ว่าโครงการ ECRL เป็นการผนวกมาเลเซียเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ BRI อย่างสมบูรณ์

ผลกระทบต่อแลนด์บริดจ์ไทย

คำถามที่ตามมาคือ ไทยจะได้รับผลกระทบอะไรจากโครงการนี้ ถ้าลองพิจารณาดีๆ การที่ ECRL ถูกออกแบบให้เชื่อมชายฝั่งด้านตะวันออกและตะวันตกของมาเลเซียเข้าด้วยกัน เพื่อลดการแออัดของการขนส่งสินค้าทางเรือบริเวณช่องแคบมะละกา เป็นวัตถุประสงค์เดียวกับข้อเสนอโครงการสะพานเชื่อมทะเลอ่าวไทย-อันดามัน หรือ ‘แลนด์บริดจ์’

แต่ในขณะที่ ECRLกำลังก่อสร้างคืบหน้าไปไกล พร้อมแรงหนุนจากจีนทั้งเงินทุน เทคโนโลยี และเครือข่ายผลประโยชน์ระดับภูมิภาค แลนด์บริดจ์ของไทยกลับยังอยู่ในขั้นตอนศึกษาและแสวงหาความชัดเจนจากทั้งภาครัฐและเอกชน

ความท้าทายที่สำคัญจึงไม่ใช่แค่ขอบเขตของโครงการ แต่คือ “จังหวะเวลา” และ “ระดับความแน่วแน่” ของแต่ละประเทศ เพราะต้องไม่ลืมว่า หาก ECRL สำเร็จตามแผนภายในปี 2026 และสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายรถไฟจีน-ลาว หรือแม้แต่เส้นทางของเวียดนามได้จริง มีโอกาสที่มาเลเซียจะกลายเป็นจุดขนถ่ายสินค้าหลักของจีนในอาเซียน โดยไม่จำเป็นต้องพึ่ง ‘เส้นตัดผ่านภาคใต้ของไทย’ อย่างที่เคยวางแผนไว้ในอดีต

นั่นหมายความว่าแลนด์บริดจ์ของไทยอาจถูกลดบทบาทลงจาก ‘จุดเปลี่ยนเกม’ กลายเป็นแค่ ‘ทางเลือกสำรอง’ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อโอกาสการลงทุน การจ้างงาน และศักยภาพเชิงยุทธศาสตร์ในระยะยาว

ไทยต้องเดินเกมอย่างไร?

แม้ว่าโครงการ ECRL จะถูกมองเป็นความท้าทายของแลนด์บริดจ์โดยตรง แต่หากไทยยังมอง ECRL แค่ในมุม ‘คู่แข่ง’ ของแลนด์บริดจ์ คงจะเท่ากับเสียทั้งโอกาสและพื้นที่ต่อรองในคราวเดียว สิ่งที่เราควรทำในเวลานี้ไม่ใช่แค่ “เร่งเดินหน้า” โครงการของตัวเองให้เป็นรูปธรรม แต่คือ “ปรับเกม” ให้ทันกับโครงสร้างอำนาจใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้นรอบตัว

ที่ผ่านมา จึงมีความพยายามจากรัฐบาลไทยในการเสนอให้เชื่อมต่อ ECRL จากเมืองโกตาบารูไปยังชายแดนที่สุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส ข้อเสนอนี้ได้รับการสนับสนุนจากทั้งสองฝ่าย โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมโยงทางรถไฟระหว่างสองประเทศ และเชื่อมต่อกับเครือข่ายรถไฟแพนอาเซียน (Pan-Asia Railway Network) ที่ครอบคลุมจีน ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์

การเชื่อมต่อ ECRL ไปยังสุไหงโกลกจะเปิดโอกาสให้ไทยสามารถเชื่อมโยงกับเครือข่ายรถไฟของมาเลเซียได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการเชื่อมต่อกับเมืองหาดใหญ่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการขนส่งและโลจิสติกส์ของภาคใต้ (ดูแผนที่ประกอบเพื่อเข้าใจตำแหน่งและเส้นทางเชื่อมต่อ)

นอกจากนี้ ยังเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือในด้านอื่น ๆ เช่น อุตสาหกรรมฮาลาล โดยไทยสามารถเป็นผู้ผลิตวัตถุดิบและส่วนผสม ในขณะที่มาเลเซียมีความเชี่ยวชาญด้านการรับรองฮาลาล ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดประเทศอ่าวอาหรับและจีน

เพียงแต่โครงการนี้ ยังต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่ชายแดน การจัดการด้านศุลกากรและตรวจคนเข้าเมือง รวมถึงการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศ

คำถามสุดท้ายแต่สำคัญที่สุด อาจอยู่ที่ วันนี้ไทยขยับเร็วพอแล้วหรือยัง ในวันนี้เพื่อนบ้านกำลังเดินหน้าต่อไม่หยุด อย่าลืมว่า “ถ้าจีนสามารถขนถ่ายสินค้าผ่านมาเลเซียได้อย่างราบรื่นโดยไม่ต้องผ่านไทย อะไรจะเกิดขึ้นกับบทบาททางภูมิรัฐศาสตร์ของเรา?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...