นายกฯ สรุปเวทีสุดยอดอาเซียน ร่วมมือเจรจาสหรัฐ ปราบอาชญากรรมข้ามชาติ
นายกฯ สรุปเวทีสุดยอดอาเซียน ร่วมมือเจรจาสหรัฐ รับมือมาตรการทางภาษีการค้า ปราบอาชญากรรมข้ามชาติ เน้นยาเสพติด หลอกลวงออนไลน์
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 27 พ.ค. 2568 (ตามเวลาท้องถิ่น กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงผลการเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 46 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ว่า พอใจผลการประชุม โดยมีผลสำเร็จสำคัญ 2 ประการ คือ
1.อาเซียนได้ลงนามและตกลงในปฏิญญากรุงกัวลาลัมเปอร์ว่าด้วยอาเซียน 2045: อนาคตร่วมกันของเรา (Kuala Lumpur Declaration on ASEAN 2045: Our Shared Future) เพื่อกำหนดวิสัยทัศน์ฉบับใหม่ที่กำหนดทิศทางการขับเคลื่อนประชาคมอาเซียนในอีก 20 ปีเพื่อรับรองวิสัยทัศน์นี้
2.เป็นครั้งแรกที่มีการประชุม 3 ฝ่าย ระหว่าง อาเซียน คณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ(GCC) และจีน เพื่อสร้างพลวัตความร่วมมือทางเศรษฐกิจใหม่ๆ
โดยอาเซียนให้ความสำคัญกับการรักษาให้อาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีสันติภาพและเสถียรภาพ เพื่อให้สามารถรับมือกับความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ และภูมิเศรษฐศาสตร์ของโลก โดยเฉพาะการแข่งขันของมหาอำนาจ รวมถึงมาตรการในการรับมือกับมาตรการภาษีของอเมริกา ขณะที่ไทยสนับสนุนการรับติมอร์-เลสเตเข้าเป็นสมาชิกอาเซียน และได้ย้ำท่าทีของไทยในประเด็นเรื่องเมียนมา ทะเลจีนใต้ และตะวันออกกลาง
ส่วนด้านเศรษฐกิจ ได้ผลักดันการรวมตัวในภูมิภาคให้แน่นแฟ้นและมีเอกภาพ ควบคู่ไปกับการบูรณาการห่วงโซ่อุปทาน เพื่อรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก โดยเสนอให้ประเทศอาเซียนใช้ประโยชน์จาก FTA ที่มีอยู่ และขยาย FTA กับหุ้นส่วนใหม่ และส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารและพลังงานผ่านการจัดทำ ASEAN Power Grid
โดยที่ประชุมฯ ได้หารือถึงผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ซึ่งผู้นำอาเซียนได้ยึดมั่นในท่าทีร่วมกัน คือ การยึดถือระบอบการค้าระหว่างประเทศ ที่ตั้งอยู่บนหลักการที่ยอมรับร่วมกัน และพร้อมเจรจากับสหรัฐฯ อย่างสร้างสรรค์ และด้านสังคม ได้ส่งเสริมประชาคมอาเซียนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง การส่งเสริมความมั่นคงของมนุษย์ โดยเฉพาะการร่วมมือกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติโดยเฉพาะยาเสพติด และการหลอกลวงทางออนไลน์ (online scams)
สำหรับด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน ไทยมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนวาระสีเขียวเพื่อบรรลุเป้าหมาย “green ASEAN” โดยเน้นเรื่อง green finance การรับมือกับภัยพิบัติ และ climate change การแก้ไขปัญหาหมอกควัน พลังงานสะอาด และ digital transformation ซึ่งไทยมีแผนที่ชัดเจนในการสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานอยู่แล้ว โดยเฉพาะพลังงานสะอาด ที่ไทยมีศักยภาพสูงและยังมีการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำในไทยในด้านดาต้าเซ็นเตอร์
น.ส.แพทองธาร กล่าวต่อว่า การหารือทวิภาคีได้มีพบปะหารือกับผู้นำหลายประเทศ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ คูเวต UAE และบาห์เรน เพื่อกระชับความสัมพันธ์ และส่งเสริมความร่วมมือในสาขาที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน โดยคูเวต UAE และบาห์เรน มีความสนใจที่จะลงทุนในโครงการแลนด์บริดจ์ และพร้อมร่วมมือในการส่งเสริมด้านความมั่นคงทางอาหารที่ไทยมีศักยภาพ นอกจากนี้ ยังได้มีโอกาสพบกับประธาน Asian Development Bank ADB) หารือถึงการลงทุนเพื่อการพัฒนาในภูมิภาค
นายกฯ กล่าวอีกว่า การเข้าร่วมประชุมฯ ในครั้งนี้เป็นการต่อยอดศักยภาพของไทยในด้านต่างๆ พร้อมเสริมสร้างความเข้มแข็งของภูมิภาคอาเซียน ผ่านความร่วมมือกันภายในภูมิภาคกับกลุ่มคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ(GCC) และจีน ที่ต่างเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกัน รัฐบาลไทยเชื่อมั่นว่าการร่วมมือกันดังกล่าว จะเกิดผลประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน สร้างรายได้ สร้างอาชีพใหม่ ทั้งการพัฒนาทุนมนุษย์และความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างมหาศาล
น.ส.แพทองธาร กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นภาษีของสหรัฐฯ ประธานอาเซียน ได้เน้นย้ำถึงความร่วมมือของภูมิภาค โดยใช้การรวมตัวกันของอาเซียนในการพูดคุยกับสหรัฐฯ เพื่อเป็นพลังยิ่งขึ้น โดยหลายประเทศ ได้ส่งข้อเสนอไปยังสหรัฐฯ แล้วเช่นกัน ขณะนี้อยู่ในระหว่างการรอนัดหมายเพื่อพูดคุยกันในรายละเอียดกับสหรัฐฯ ซึ่งไทยไม่ได้ช้าเกินไป คาดว่าน่าจะมีความคืบหน้าเร็วๆ นี้
หลังจบภารกิจนายกฯ เดินทางจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศ มาเลเซียกลับถึง ประเทศไทยในช่วงค่ำวันเดียวกันนี้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นายกฯ สรุปเวทีสุดยอดอาเซียน ร่วมมือเจรจาสหรัฐ ปราบอาชญากรรมข้ามชาติ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th