โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สัมภาษณ์พิเศษ : HL เบอร์หนึ่งเรื่องร้านขายยา ครึ่งปีหลังเปิดสาขาอีกว่า 10 แห่ง ดันผลประกอบการปีนี้โต 15-20%

Share2Trade

อัพเดต 16 ก.ค. 2568 เวลา 05.00 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2568 เวลา 08.41 น. • Share2Trade

ยานับเป็นปัจจัย 4 ของมนุษย์ ซึ่งในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจชะลอตัวจากสปัจจัยท้าทายทั้งภายในและภายนอกประเทศ จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจร้านขายยาหรือไม่ อย่างไร เราไปติดตามมุมมองนี้กับ นายธัชพล ชลวัฒนสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เฮลท์ลีด (HL)

สัมภาษณ์พิเศษ HL_S2T (เว็บ) copy 2_0.jpg

HL ปัจจุบันธุรกิจทำอะไรบ้าง

บริษัททำธุรกิจใน 2 ส่วนได้แก่ ด้าน I Care Health (ไอแคร์ เฮลท์) และ Healthiness (เฮลทิเนส)

โดย I Care Health ปัจจุบันลงทุนในธุรกิจร้านขายยา จำหน่ายยา เวชภัณฑ์ เวชสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อุปกรณ์การแพทย์ และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพต่างๆ และธุรกิจคิดค้น และพัฒนาร่วมกับทีมวิจัยภายนอก รวมทั้งว่าจ้างผู้ผลิต เพื่อจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ

ซึ่งธุรกิจร้านขายยามี 3 แบรนด์ได้แก่ “iCare” “Pharmax” และ “Super Drug” ซึ่งจะให้ความสำคัญกับสินค้าที่จำหน่ายและกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกัน

“iCare” เน้นเปิดตลาด “Pharmax” เน้นเปิดที่ห้างสรรพสินค้าหรือ Mall และ “Super Drug” เปิดในโรงพยาบาล เน้นร้านขายส่ง

การขยายสาขาของHL ปีนี้

ตั้งเป้าเปิดสาขาปีนี้ที่ 78 แห่ง เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่มี 67 สาขา และบริษัทมีแผนที่จะเปิดสาขาตามหัวเมืองหลักๆของประเทศ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า คาดว่าจะได้เห็นในปี69 โดยอาจเปิดที่ภาคตะวันออกก่อนเป็นแห่งแรก ซึ่ง HL มีการเตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การเตรียมด้านการขนส่งสินค้า โดยได้เชื่อมระบบในการขนส่งสินค้ากับซับพลายเออร์ และเรื่องคน

จุดแข็งของ HL

1.ต้องยอมรับว่าปัจจุบันไทยเป็นสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งเราได้ไปดูตลาดจากร้านขายยาในญี่ปุ่น เพื่อเตรียมสินค้าให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้า รวมทั้งการออกแบบร้านให้ตอบสนองลูกค้า โดยต้องหาง่าย เด่นชัด ซึ่งบริษัทมีสินค้ามากกว่า 10,000 รายการ

2.เรื่องของเภสัชกรที่ให้บริการลูกค้าได้ตลอดเวลาตั้งแต่ที่ร้านเปิด โดยปกติจะมีประมาณ 3-4 ท่านต่อสาขา

ธุรกิจด้าน Healthiness (เฮลทิเนส)

Healthiness ประกอบธุรกิจคิดค้น และพัฒนาร่วมกับทีมวิจัยภายนอก รวมทั้งว่าจ้างผู้ผลิต เพื่อจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเพื่อสุขภาพที่เน้นการป้องกันและการเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น โดยสินค้ากลุ่มแรกเป็นกลุ่มวิตะมิน เรื่องที่เกี่ยวกับตา เพราะคนอยู่กับจอตลอดเวลา ข้อเข่า ส่วนล่าสุดเป็นวิตะมิน C ที่เราได้รับรางวัล และตัวสเปรย์พ่นปากและจมูก ซึ่งได้รับความสนใจจากมาก ตั้งเป้าว่าในช่วงครึ่งปีหลังจะเปิดตัวสินค้าอีก 10 กว่ารายการ

รายได้ของ HL การเติบโตเป็นอย่างไร

ช่วงครึ่งปีแรกเติบโตตามเป้าหมาย และมั่นใจว่าครึ่งปีหลังผลงานยังเติบโตได้ จากการเปิดสาขาใหม่อีกประมาณ 10 แห่ง ทำให้รายได้ของบริษัทเติบโตต่อเนื่อง นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนที่จะเปิดตัวสินค้าอีก 10 กว่ารายการในครึ่งปีหลัง ทำให้มั่นใจว่ารายได้จะเติบโตได้ 15-20 % ตามเป้าหมาย

ลูกค้าที่เป็นสมาชิกของ HL

ปัจจุบันอยู่ที่ 500,000 ราย เพิ่มขึ้นประมาณ 8,000 ราย ดังนั้นสิ้นปีนี้คาดว่าจะมีสมาชิกแตะไม่ต่ำกว่า 550,000 ราย ซึ่งสมาชิกที่เพิ่มขึ้นทำให้ยอดขายสินค้าของร้านดีขึ้น เนื่องจาก 90% ของยอดขายมาจากลูกค้ากลุ่มที่เป็นสมาชิก

ธุรกิจช่วง 1-2ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร

1.เรื่องของการเปิดสาขา หลังๆเราจะเลือกทำเลที่ดี สามารถคืนทุนได้เร็ว

2.เรื่องผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เราจะเปิดตัวมีอีกมาก และมีเป้าหมายจะขายนอกกลุ่ม ซึ่งเป็น New s curve ที่เป็นตลาดใหญ่มาก

งบลงทุนเปิดสาขาครึ่งปีหลังอยู่ที่เท่าไร

ค่าตกแต่งอยู่ที่สาขาละประมาณ 3 ล้านบาท ขณะที่การสต็อกสินค้าจะให้เงินประมาณ 3-4 ล้านบาท เช่นกัน ทำให้งบลงทุนทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 60-70 ล้านบาท

แนวทางการซื้อหุ้นคืน

เนื่องจากHL เป็นธุรกิจที่ซื้อขายด้วยเงินสด ทำให้มีสภาพคล่องมาก ขณะเดียวกันต้องยอมรับว่าปัจจุบันสถานการณ์ตลาดหุ้นปรับลดลง ทำให้มูลค่าหุ้นของ HL ปรับลดลง จึงเป็นโอกาสในการเข้าซื้อหุ้นคืนของ HL สะท้อนความมั่นใจของผู้บริหารและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...