โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

20 พ.ค. วันผึ้งโลก เปิดบทบาท "ผึ้ง" ผู้ค้ำจุนโลก กสก.หนุนเลี้ยงผลักดันส่งออก

Khaosod

อัพเดต 16 พ.ค. 2568 เวลา 03.34 น. • เผยแพร่ 16 พ.ค. 2568 เวลา 03.32 น.

เปิดบทบาท "ผึ้ง" ผู้ค้ำจุนโลก กรมส่งเสริมการเกษตร หนุนเลี้ยง “ผึ้งโพรง ชันโรง จิ้งหรีด และครั่ง” เพิ่มผลผลิต ผลักดันส่งออก ต้อนรับ 20 พ.ค. วันผึ้งโลก

กรมส่งเสริมการเกษตรเดินหน้ารับนโยบายเนื่องใน “ วันผึ้งโลก ” (World Bee Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 20 พ.ค.ของทุกปี โดยปีนี้ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ได้กำหนดหัวข้อว่า“Inspired by nature to nourish us all” หรือ “ผึ้ง ผู้ก่อกำเนิดธรรมชาติเพื่อหล่อเลี้ยงทุกสรรพสิ่ง” ตอกย้ำบทบาทสำคัญของผึ้งในการค้ำจุนระบบนิเวศและความมั่นคงทางอาหารของโลก

นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร (กสก.) เปิดเผยว่า กรมฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอาชีพเลี้ยงผึ้งและแมลงเศรษฐกิจควบคู่กับการจัดการทรัพยากรการเกษตรอย่างยั่งยืน ตามนโยบายของนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์

ทั้งนี้ มีงานวิจัยจากหลายสถาบันชี้ชัดว่า กว่า 75% ของพืชที่มนุษย์บริโภค ต้องอาศัยแมลงผสมเกสร โดยเฉพาะผึ้ง เพื่อให้พืชออกดอก ติดผล และขยายพันธุ์ได้ เช่น สละที่ต้องอาศัยผึ้งผสมเกสรระหว่างดอกเพศผู้และเพศเมีย หรือลำไยและกาแฟที่สามารถเพิ่มคุณภาพและปริมาณผลผลิตได้สูงถึง 40% หากมีแมลงผสมเกสรอย่างมีประสิทธิภาพ

กรมฯได้ดำเนินโครงการต่าง ๆ เพื่อผลักดันอาชีพเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจ เช่น ผึ้งพันธุ์ ผึ้งโพรง ชันโรง จิ้งหรีด และครั่ง โดยเน้นการให้ความรู้แก่เกษตรกรตั้งแต่ชีววิทยา อุปกรณ์เลี้ยงผึ้ง การดูแลสุขภาพผึ้ง การจัดการผลผลิต การตลาด ไปจนถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มและเตรียมเข้าสู่มาตรฐาน GAP

ภายใต้โครงการส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ซึ่งปัจจุบันมีเกษตรกรเข้าร่วมกว่า 6,380 ราย ใน 44 จังหวัด ขณะที่โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตแมลงเศรษฐกิจดำเนินอยู่ใน 35 จังหวัด มีเกษตรกรเข้าร่วมกว่า 700 ราย โดยทั้งสองโครงการมีเป้าหมายเพื่อยกระดับผลผลิตและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรให้แข่งขันได้ในระดับสากล

อุตสาหกรรมน้ำผึ้งของไทยเติบโตต่อเนื่องจากกระแสสุขภาพและความต้องการสารให้ความหวานจากธรรมชาติ โดยน้ำผึ้ง 100 กรัม ให้พลังงาน 303 กิโลแคลอรี อุดมด้วยกลูโคส ฟรุกโตส ซึ่งร่างกายสามารถดูดซึมและใช้พลังงานได้รวดเร็ว อีกทั้งยังมีสารฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบและส่งผลดีต่อสุขภาพในระยะยาว

สำหรับประเทศไทยถือเป็นผู้ผลิตน้ำผึ้งอันดับ 2 ของอาเซียน และเป็นผู้นำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีแหล่งเลี้ยงผึ้งสำคัญในภาคเหนือตอนบน ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง จากข้อมูลกรมศุลกากร ปี 2567 ไทยส่งออกน้ำผึ้งกว่า 11,779 ตัน คิดเป็นมูลค่าราว 914.74 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังส่งออกไขผึ้งและไขจากแมลงอื่นอีก 110 ตัน มูลค่ากว่า 25 ล้านบาท

แม้จะมีแนวโน้มสดใส แต่อุตสาหกรรมการเลี้ยงผึ้งก็ยังเผชิญกับความเสี่ยงจาก การขยายตัวของเมือง การใช้สารเคมี และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งอาจกระทบต่อประชากรผึ้งโดยตรง

กรมส่งเสริมการเกษตรตั้งเป้าให้การเลี้ยงผึ้งและแมลงเศรษฐกิจ เป็นอาชีพเสริมที่มีศักยภาพ และส่งเสริมการผลิตที่ยึดโยงกับระบบนิเวศที่สมดุล ด้วยการนำมาตรฐานการผลิตระดับสากลมาใช้ เพื่อให้น้ำผึ้งไทยเป็น “น้ำผึ้งเอกลักษณ์” หรือ specialty honey ที่มีเรื่องราวเฉพาะท้องถิ่น เป็นที่ต้องการของตลาดคุณภาพในและต่างประเทศ

นายพีรพันธ์ เน้นย้ำว่า อาชีพเลี้ยงผึ้งไม่เพียงสร้างรายได้ให้เกษตรกร แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และรักษาระบบนิเวศทางการเกษตรให้อยู่รอดได้ในระยะยาว มีบทบาทสำคัญต่อความอยู่รอดของพืชผล และระบบอาหารของมนุษย์ทั้งโลก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 20 พ.ค. วันผึ้งโลก เปิดบทบาท "ผึ้ง" ผู้ค้ำจุนโลก กสก.หนุนเลี้ยงผลักดันส่งออก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...