ศาลระงับคำสั่ง “ทรัมป์” ห้ามฮาร์วาร์ด รับ นศ.ต่างชาติ
(29 พ.ค. 68) คณะผู้พิพากษาของรัฐบาลกลาง ได้ขยายเวลาคำสั่งการระงับของรัฐบาลทรัมป์ ในการเพิกถอนสิทธิ์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ในการรับนักศึกษาต่างชาติ
รายงานระบุว่า อัลลิสัน เบอร์โรห์ส์ (Allison Burroughs) ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลาง ได้มีคำสั่งขยายการบังคับใช้คำสั่งห้ามชั่วคราว ซึ่งมีผลให้มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ยังคงสามารถรับนักเรียนต่างชาติได้ต่อไป ในขณะที่คดีฟ้องร้องระหว่างมหาวิทยาลัยกับรัฐบาลยังคงดำเนินอยู่
คดีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ภายหลังฮาร์วาร์ด ยื่นฟ้องกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ และรัฐมนตรีกระทรวงฯ คริสตี โนม (Kristi Noem) ที่เพิกถอนสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยในการรับนักเรียนต่างชาติเข้ามาศึกษาที่วิทยาเขตในเมืองแคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ โดยฮาร์วาร์ดยืนยันว่า จะปกป้องสิทธิของนักศึกษาต่างชาติ
“มหาวิทยาลัยจะยังคงดำเนินการเพื่อปกป้องสิทธิของนักศึกษาต่างชาติและนักวิชาการจากนานาประเทศ ซึ่งเป็นสมาชิกที่สำคัญของชุมชนและภารกิจทางวิชาการของเรา และการมีอยู่ของพวกเขานั้นเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อประเทศของเรา” โฆษกกล่าวในแถลงการณ์
ขณะที่ (28 พ.ค. 68) รัฐบาลของ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้พยายามเพิกถอนสิทธิ์ของฮาร์วาร์ดอีกครั้ง โดยส่งจดหมายจากผู้อำนวยการรักษาการของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE) ไปยังมหาวิทยาลัย พร้อมแจ้งให้ตอบกลับภายใน 30 วัน ต่อข้อกล่าวหาที่ว่าฮาร์วาร์ดมีการประสานงานกับหน่วยงานต่างชาติ และไม่ตอบสนองอย่างเพียงพอต่อเหตุการณ์ต่อต้านชาวยิว ภายในวิทยาเขต
ทั้งนี้ จุดเริ่มต้นของความขัดแย้งระหว่างฮาร์วาร์ดและรัฐบาล เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน เมื่อรัฐมนตรีกระทรวงฯ คริสตี โนม (Kristi Noem) ส่งจดหมายถึงฮาร์วาร์ด เพื่อเรียกขอเอกสารที่เกี่ยวข้องกับนักเรียนต่างชาติ รวมถึงข้อมูลด้านวินัย และเหตุการณ์ที่อาจเกี่ยวข้องกับ “ความรุนแรง” โดยอ้างว่าเป็นการตอบสนองต่อข้อกล่าวหาเรื่องการต่อต้านชาวยิวภายในมหาวิทยาลัย
แม้ว่าฮาร์วาร์ดจะยืนยันว่าได้ตอบกลับครบถ้วนแล้ว แต่วันที่ (22 พ.ค. 68) โนมได้ส่งจดหมายอีกฉบับที่ระบุว่าการตอบกลับของฮาร์วาร์ดยัง “ไม่เพียงพอ” และประกาศเพิกถอนสิทธิ์ในการรับนักเรียนต่างชาติทันที โดยไม่มีช่วงเวลาให้ยื่นอุทธรณ์หรือชี้แจง ซึ่งเป็นการละเมิดกระบวนการทางปกครองตามกฎหมาย ทำให้ฮาร์วาร์ดตัดสินใจยื่นฟ้องศาลต่อรัฐบาลสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีคำสั่งชั่วคราวจากศาล แต่เจ้าหน้าที่ด้านบริการตรวจคนเข้าเมืองของฮาร์วาร์ด เปิดเผยว่า ความพยายามของรัฐบาลทำให้นักศึกษาต่างชาติจำนวนมากเกิดความหวาดกลัว และกังวลอย่างยิ่ง
มารีน มาร์ติน ผู้อำนวยการบริการตรวจคนเข้าเมืองของมหาวิทยาลัย ระบุในเอกสารที่ยื่นต่อศาลว่า มีนักศึกษาต่างชาติจำนวนมาก สอบถามถึงการขอย้ายมหาวิทยาลัย และมีกรณีที่นักศึกษาเหล่านี้ถูกส่งเข้ากระบวนการตรวจสอบพิเศษที่สนามบิน หรือต้องเผชิญกับความล่าช้าในการขอวีซ่าที่สถานทูต อีกด้วย
ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ดูแลนักศึกษานานาชาติ นักวิจัยแลกเปลี่ยน และศิษย์เก่าที่อยู่ระหว่างฝึกงานหลังเรียนจบกว่า 7,000 คน หากมาตรการของรัฐบาลมีผลจริง อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อบางคณะบัณฑิตศึกษา
เรื่องนี้จะจบที่ตรงไหน? รอติดตามกันต่อไปครับ
ขอบคุณข้อมูล : AP News