โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ผจก.ฟาร์มหมูเผยเหตุหมูแพง เพราะโรค ASF ทำวงจรผลิตหมูลด ฟาร์มไม่กล้าเสี่ยงซื้อแม่พันธุ์

MATICHON ONLINE

อัพเดต 09 ม.ค. 2565 เวลา 10.01 น. • เผยแพร่ 09 ม.ค. 2565 เวลา 09.04 น.

ผจก.ฟาร์มหมูเผยเหตุหมูแพง เพราะโรค ASF ทำวงจรผลิตหมูลด ฟาร์มไม่กล้าเสี่ยงซื้อแม่พันธุ์

นางสาวเพ็ญนภา เศษคง อายุ 49 ปี ผู้จัดการสุรัตน์ฟาร์ม เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวถึงกรณีราคาหมูแพงนั้น มาจากปัญหาหมูเป็นโรคแอฟริกันสไวน์ฟีเวอร์ (ASF) หรืออหิวาต์สุกร ซึ่งทำให้หลายๆ ฟาร์มไม่กล้าสั่งแม่พันธุ์จากบริษัทใหญ่ๆ เข้ามา เพราะเกรงว่าจะมีโรคติดมาด้วย นำเชื้อมาแพร่ต่อในฟาร์มหมู และหากหมูในฟาร์มติดเชื้อโรคแล้วจะต้องทำลายหมูทิ้งทั้งหมดในรัศมี 1-3 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องเสี่ยงพอสมควร และเชื่อว่าทุกฟาร์มจะไม่มีใครกล้าเสี่ยงซื้อแม่พันธุ์หมูเข้ามาแน่นอนในช่วงนี้

โดยสุรัตน์ฟาร์มเป็นฟาร์มหมูฟาร์มหนึ่งที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดตราด ปัจจุบันมีแม่พันธุ์พ่อพันธุ์ และลูกหมู ไม่ต่ำกว่า 2,000 ตัว ส่งหมูขายในอำเภอบ่อไร่และอำเภอใกล้เคียงทุกวัน แต่เมื่อมีการระบาดของโรคทำให้ฟาร์มไม่สามารถสั่งซื้อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์เข้ามาได้ ทำให้วงจรการผลิตลูกหมูไม่สามารถทำได้ตามปกติ

จากเดิมที่ฟาร์มมีแม่พันธุ์ จำนวน 350 ตัว แม่พันธุ์ 1 ตัว จะผลิตลูกหมูประมาณ 10-12 ตัว และลูก 1 ตัว จะต้องขุนประมาณ 1 ปี จึงจะขายออกสู่ตลาดได้ ส่วนแม่พันธุ์ 1 ตัว เลี้ยงเป็นแม่พันธุ์ประมาณ 10 ปี จึงปลดระวาง และจะซื้อแม่พันธุ์จากบริษัทในราคา 9,800 บาท มาแทนที่ ซึ่งสุรัตน์ฟาร์มดำเนินกิจการแบบนี้มานานกว่า 30 ปีแล้ว

และเมื่อประมาณปี 2563 เริ่มเกิดโรคระบาดทำให้ฟาร์มตัดสินใจไม่ซื้อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์เข้ามาอีกจนถึงปัจจุบัน เพราะกลัวปัญหาโรคที่ติดมาจากพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ขณะที่ราคาพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ราคาพุ่งสูงขึ้นจากเดิมเป็น 12,000-15,000 บาท ทำให้ฟาร์มเหลือแม่พันธุ์เพียง 250 ตัวเท่านั้น เพราะ 100 ตัวที่หายไปต้องปลดระวางเพราะไม่สามารถผลิตลูกได้แล้ว ทำให้ยอดการผลิตลูกหมูนั้นลดลงน้อย แต่ความต้องการยังคงเดิม

ส่วนการแก้ปัญหาในตอนนี้คือ ดึงแม่พันธุ์ที่ปลดระวางไปแล้วมาผสมพันธุ์แทนไปก่อน แต่การผลิตลูกหมูจะทำได้เพียง 8-10 ตัวเท่านั้น และยอมรับว่าตอนหมูขาดแคลน เพราะหมูโตไม่ทัน กำลังผลิตลดน้อยลงจนส่งผลให้ราคาหมูหน้าฟาร์มราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 100-105 บาท แพงกว่าเดิมถึง 30-40 บาท และเมื่อหมูไปอยู่บนเขียงราคาก็จะสูงขึ้นไปอีกประมาณ 200-250 บาท เพิ่มขึ้นกว่าร้อยเปอร์เซ็นต์

นางสาวเพ็ญนภายอมรับว่า มีความกังวลเป็นอย่างมากที่ในอนาคตจะขาดแคลนแม่พันธุ์ เพราะปัจจุบันยังไม่มียารักษาโรคแอฟริกันสไวน์ฟีเวอร์ (ASF) และไม่มีแนวโน้มที่โรคนี้จะหายไป แม้ว่าการเพาะลูกของฟาร์มจะสามารถเพาะเองได้โดยไม่ต้องใช้แม่พันธุ์แต่หมูจะไม่ได้คุณภาพเท่านั้น

ส่วนการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลที่ห้ามส่งออกหมูไปยังต่างประเทศนั้น นางสาวเพ็ญนภา เศษคง เชื่อว่าไม่สามารถแก้ไขได้จริง เพราะปัญหาหลักคือหลายๆ ฟาร์มไม่กล้าซื้อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์เข้าฟาร์มเพราะกลัวเรื่องโรคระบาด ที่อาจจะทำให้หมูในฟาร์มติดเชื้อจากพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่สั่งซื้อเข้ามา เว้นแต่ว่าโรคระบาดจะหายไป จะทำให้สถานการณ์นั้นดีขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...