นายกฯ ฟัง 3 ปัญหาผลิต-ส่งออกอาหารทะเล พร้อมข้อเสนอแนะช่วยเพิ่มผลผลิต
นายกฯ ฟัง 3 ปัญหาผลิต-ส่งออกอาหารทะเล พร้อมข้อเสนอแนะช่วยเพิ่มผลผลิต หวังดันอุตสาหกรรมประมงแข่งเวทีโลก
วันที่ 17 ก.พ. 2568 ที่ บริษัท ไทยยูเนี่ยน ซีฟู้ด จำกัด จ.สงขลา นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่รับฟังปัญหาการผลิตและส่งออกอาหารทะเล โดยมีนายธีระพงษ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ให้การต้อนรับและยื่นข้อเสนอถึงนายกรัฐมนตรีในการส่งเสริมอุตสาหกรรมกุ้งแช่แข็งไทยให้แข่งขันได้ในเวทีโลก
นายธีระพงษ์ ระบุว่า กรุงไทยยูเนี่ยนเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 1977 โดยเริ่มจากที่จังหวัดสมุทรสาคร เราเป็นบริษัทที่ผลิตปลาทูน่ากระป๋อง มีพนักงานประมาณ 200 คน และในช่วงเวลาที่ผ่านมากว่า 47 ปี ที่ได้ดำเนินธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปและการส่งออก ในปัจจุบันเรามีการสร้างแรงงานทั้งหมดภายในกลุ่มกว่า 45,000 คน มีรายได้ในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 4 พันล้านเหรียญ หรือ 138,000 ล้านบาท โดยมีธุรกิจหลัก 4 ธุรกิจ คือ ธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป 49% อาหารทะเลแช่เยือกแข็ง 31% ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง 13% แล้วธุรกิจอาหารสำเร็จรูป 7%
ทั้งนี้ นอกจากการเป็นผู้ผลิตในประเทศไทยแล้ว ตั้งแต่ปี 1996 เป็นต้นมา เราถือเป็นบริษัทอาหารทะเลรายแรกๆ ที่ได้ออกไปลงทุนในต่างประเทศทั่วโลก ได้มีการลงทุนที่สหรัฐอเมริกาโดยการเข้าซื้อแบรนด์ต่างๆ นอกเหนือจากนี้ยังมีในยุโรป เหตุใดเข้าลงทุนกับอีกหลายๆ แบรนด์ และได้เป็นเจ้าของแบรนด์ในประเทศนอร์เวย์ ประเทศอิตาลี และในประเทศเยอรมนี โดยในประเทศไทยนานอาจจะมองว่าเป็นรายได้ขนาดเล็ก อยู่ที่ 11 เปอร์เซ็นต์ เธอมีแบรนด์สินค้าชั้นนำหลายแบรนด์ โดยทางบริษัทมีโรงงาน 17 แห่งทั่วโลก อยู่ใน 14 ประเทศ โดยโรงงานอาหารหลักที่อยู่ในประเทศไทยประกอบไปด้วยที่จังหวัดสงขลา และจังหวัดสมุทรสาคร
นอกจากนี้ บริษัท ไทยยูเนี่ยน ซีฟู้ด จำกัด ได้เสนอปัจจัยส่งเสริมอุตสาหกรรมกุ้งแช่แข็งไทยให้แข่งขันได้ในเวทีโลก ดังนี้
- ผลักดันเพิ่มผลผลิตกุ้งขาวขึ้นไปที่ระดับ 450,000 ตัน เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายโดยทำ FTA กลับประเทศคู่ค้าสำคัญ เช่น ประเทศกลุ่ม EU ปัจจุบันเสียภาษีนำเข้าจาก GSP อยู่ที่ 12-20% รวมถึงส่งเสริมการพัฒนาสายพันธุ์ลูกกุ้งอย่างเต็มที่ให้มีปริมาณกุ้งเพียงพอยังโดดคู่ค้าต่างประเทศ และให้มีการสนับสนุนเงินทุนให้เกษตรกร เช่น ธกส. สงสัยจะเสร็จให้เข้าถึงอันลงทุน
- ด้านรายงานและส่งเสริมพลังงานสะอาด เดินตากค่าแรงและค่าพลังงานเป็นต้นทุนการผลิตหลักสำหรับอุตสาหกรรมกุ้ง โดยค่าแรงขั้นต่ำประเทศไทยอยู่ที่ 372 บาทสูงกว่าประเทศคู่แข่งประมาณ 1 เท่าตัว รายการกำกับดูแลแรงงานที่สอดคล้องกับข้อกำหนด IUU
- ให้สนับสนุนความยั่งยืนสร้างนโยบายจูงใจสนับสนุนให้เกษตรกรหันเข้าสู่การใช้พลังงานสะอาด พลังงานทางเลือก
ในระหว่างรับฟังสรุปของบริษัท น.ส.แพทองธาร ได้สอบถามถึงการจ้างแรงงานไทย ที่มีกว่า 55 % ว่าทางโรงงานมีสิ่งใดที่จะประสานและช่วยสนับสนุนชาวบ้าน เพิ่มภูมิปัญญา เพราะโรงงานดำเนินกิจกรรมมากว่า 40 ปีน่าจะมีอะไรที่ดีให้กับชุมชน ซึ่งการทำลักษณะนี้เป็นสิ่งที่ดี พร้อมกันนี้อยากให้โรงงาน จัดทำโครงการสาธารณะเพื่อสร้างประโยชน์กับสังคม (CSR) ให้ชาวบ้านได้ศึกษาและเพิ่มเทคนิคให้กับเกษตรกร นำไปใช้ประกอบอาชีพ
โดยผู้บริหารบริษัทระบุว่า โรงงานมีนโยบายชัดเจนให้ให้ชาวบ้านเป็นรั้วของโรงงาน โดยรับแรงงานพื้นที่เป็นหลัก ควบคู่กับกิจกรรมอื่น เช่น ให้ทุนการศึกษา สร้างโอกาสให้เด็กโดยไม่เลือกเด็กเรียนดี แต่จะเลือกเด็กที่ขาดโอกาส เพื่อสนับสนุนให้มีการศึกษานอกจากนั้นยังสนับสนุนกิจกรรมของทางจังหวัด และบริษัทในกลุ่ม ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อื่นก็ดำเนินการเช่นกัน
ส่วนปัญหาที่ทำให้ผลผลิต อาหารทะเลลดลง มี3 สาเหตุ คือ 1.สายพันธุ์ ที่อยากเสนอให้จัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ ในภาคใต้และภาคตะวันออก 2.โรคระบาด ที่ต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนงบประมาณให้กับกรมประมง เพื่อแก้ไขปัญหา และ 3.การปล่อยสินเชื่อให้กับเกษตรกร สามารถประกอบธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง