ดราม่ามุกตลกจาก Ranveer Allahbadia อินฟลูฯ อินเดียที่ศาลไม่ตลกด้วย และนำไปสู่เกิดข้อถกเถียงไปทั้งประเทศ
Ranveer Allahbadia คือยูทูบเบอร์และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังชาวอินเดียที่มีผู้ติดตามกว่า 8 ล้านคนทางช่องยูทูบของเขาที่ใช้ชื่อว่า BeerBiceps และล่าสุดนี้เขาก็ได้ก่อดราม่าครั้งใหญ่ในประเทศ เมื่อเขาเป็นแขกรับเชิญในรายการยูทูบ India's Got Latent ที่เน้นย้ำความเป็นคอมเมดี้ตั้งแต่ชื่อรายการที่เป็นการล้อเลียนรายการ Got Talent ซึ่งก็ได้รับความนิยมจนมียอดวิวกว่า 10 ล้านวิวแทบทุกอีพี และในอีพีล่าสุด Allahbadia ก็ได้เล่าเรื่องตลกเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของพ่อแม่ตัวเอง และโยนคำถามใส่ผู้ชมว่า “คุณจะเลือกเห็นพ่อแม่ตัวเองมีเซ็กซ์กันทุกวัน หรือเข้าร่วมด้วยหนึ่งครั้งแล้วจบเลย?”
แน่นอนว่าคำถามนี้ทำให้หลายคนเหวอ นี่คือมุกตลกที่หลายคนไม่ขำด้วย เพราะมันท้าทายเส้นศีลธรรมของคนดูจำนวนมาก จนทำให้เกิดกระแสต่อต้านในเพียงไม่นานหลังจากที่รายการออนแอร์เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จนทำให้ทางช่องต้องลบคลิปรายการอีพีดังกล่าวรวมถึงอีพีก่อนหน้านี้ทั้งหมดออกจากยูทูบ อีกทั้ง Allahbadia และ Samay Raina ผู้เป็นเจ้าของรายการ India's Got Latent ก็ได้ออกมาขอโทษสังคม แต่ก็ไม่สามารถหยุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ได้ เรื่องราวยังคงบานปลายใหญ่โตจนกลายเป็นข่าวดังในอินเดีย
และเรื่องนี้ก็ไม่ได้จบลงที่การถูกทัวร์ลงและเป็นข่าว แต่ Allahbadia ยังถูกฟ้องร้องในข้อหาอนาจาร ซึ่งศาลก็มองว่าเขาไร้ความรับผิดชอบต่อสังคมในฐานะบุคคลที่มีชื่อเสียง โดยที่ผ่านมา Allahbadia เคยทำรายการสัมภาษณ์ทั้งรัฐมนตรีของประเทศ ดาราตัวท็อปในบอลลีวูดไปจนถึงนักแสดงจากฮอลลีวูด เมื่อปีก่อนเขาก็เพิ่งได้รับรางวัล ‘ครีเอเตอร์แห่งชาติ’ จากนายกรัฐมนตรีนเรนธรา โมดิ มาหมาดๆ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ศาลจึงสั่งห้ามไม่ให้เขาปรากฏตัวทางช่องยูทูบหรือโพสต์อะไรลงบนโซเชียลมีเดียอีก โดยศาลระบุว่า “ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้พูดอะไรก็ได้ซึ่งขัดแย้งต่อกรอบจารีตของสังคมด้วยการอ้างว่าเป็นเสรีภาพทางการพูด”
อย่างไรก็ตาม ข้อถกเถียงยังระอุต่อเมื่อมีฝั่งที่ไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินของศาล เช่น Apar Gupta ผู้ก่อตั้งองค์กรเสรีภาพทางอินเทอร์เน็ตในอินเดีย ที่มองว่าการที่ศาลสั่งห้ามไม่ให้ Allahbadia โพสต์ทางโซเชียลมีเดียอีกต่อไปนั้นเป็นการจำกัดเสรีภาพของประชาชน โดยเขากล่าวว่า “เหมือนว่ารัฐกำลังพยายามเชือดไก่ให้ลิงดูน่ะ” เขาบอก ขณะที่นักกฎหมายอย่าง Saket Gokhale ก็แสดงความคิดเห็นว่า “คอนเทนต์ขยะน่ะสมควรถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้อยู่แล้ว เมื่อมันรบกวนจิตใจคน แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ไม่ควรมีการลงโทษจากรัฐหรือการสั่งห้ามไม่ให้คนโพสต์อะไรทางโซเชียลมีเดียเพียงเพราะมันขัดแย้งต่อศีลธรรมของคนบางส่วน”
ความคิดเห็นเหล่านี้จึงนำไปสู่การถกเถียงอีกประเด็นหนึ่งที่ว่า เสรีภาพในการพูด หรือ Free Speech นั้นเป็นที่ยอมรับได้แค่ไหน และการมีกฎหมายที่ว่าด้วยศีลธรรมจรรยานั้นขัดแย้งต่อหลักเสรีภาพทางการพูดหรือเปล่า โดยทั้งฝั่งที่เห็นด้วยกับ Free Speech และฝั่งที่เห็นด้วยกับการมีมาตรการควบคุมต่างก็ถกเถียงกันอย่างดุเดือด
ไม่เพียงเท่านั้นยังนำไปสู่ข้อวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความ ‘หิวแสง’ ของเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ทั้งหลาย ที่พร้อมจะสื่อสารอะไรก็ได้เพื่อจะได้รับความสนใจโดยไม่รับผิดชอบต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสังคม เช่นกรณีของนาย Allahbadia ที่พูดถึงการมีเซ็กซ์กับพ่อแม่ตัวเอง ซึ่งไม่ได้เพียงแต่ขัดแย้งกับศีลธรรมในใจใครหลายคน แต่ในแง่หนึ่ง เราไม่อาจรู้เลยว่าอาจมีคนหยิบเรื่องนี้ที่ถูกทำให้กลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาผ่านมุกดังกล่าว ไปใช้ในการ groom เด็กในครอบครัวให้มองว่าการมีเซ็กซ์กันในครอบครัวเป็นสิ่งที่ได้ทำเป็นเรื่องปกติหรือเปล่า
ขณะเดียวกันก็มีบางส่วนที่ตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของ ‘มุกตลก’ ในวัฒนธรรมคอมเมดี้ ที่หลายครั้งก็มีเส้นบางๆ ที่แตะเส้นศีลธรรมผู้ชมอยู่เสมอ โดยในอีพีก่อนหน้า รายการคอมเมดี้อย่าง India's Got Latent ก็เคยเล่าเรื่องด้วยมุมมองเหยียดเพศและเหยียดรูปร่างของคนอื่น ซึ่ง Paromita Vohra คนทำหนังหญิงชาวอินเดียให้ความเห็นไว้อย่างน่าสนใจว่า “มุกตลกจำนวนมาก โดยเฉพาะที่มีต้นทางมาจากความเป็นชาย มันทั้งโหดร้ายและพุ่งเป้าไปที่ใครบางคนเสมอ มันจึงมีความรุนแรงอยู่ในนั้น ดังนั้นถ้าคุณปวารณาตนให้กับวัฒนธรรมนี้ คุณก็จำเป็นต้องรับผลที่จะเกิดขึ้นกับคุณในสักวันให้ได้เช่นกัน”
อ้างอิง