โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

นักโภชนาการ เตือนควรเลี่ยง อาหาร 3 ประเภท ห้ามข้ามคืน ส่งผลต่อสุขภาพเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งอีก

News In Thailand

เผยแพร่ 19 ก.พ. 2568 เวลา 08.34 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
นักโภชนาการ เตือนควรเลี่ยง อาหาร 3 ประเภท ห้ามข้ามคืน ส่งผลต่อสุขภาพเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งอีก

คงมีหลายๆคนที่ชอบอาหารจานโปรด ที่มักจะเก็บไว้กินในวันถัดไป หรือเป็นอาหารที่กินไม่หมด และนำไปแช่ตู้เย็นค้างคืนไว้ เพื่อประหยัดและนำมากินในวันถัดไปเช่นกัน ล่าสุด นักโภชนาการหลี่ หว่านผิง ออกมาเตือนว่า มีอาหาร 3 ชนิดที่ ไม่ควรอุ่นซ้ำหรือกินข้ามคืน เพราะนอกจากจะสูญเสียคุณค่าทางโภชนาการแล้ว ยังอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งได้นั่นเอง

โดย หลี่ หว่านผิง แชร์ผ่านเฟซบุ๊กว่า ช่วงตรุษจีนมักมีอาหารเต็มโต๊ะ และหลายบ้านก็กินของเหลือกันหลายวัน แม้การไม่ทิ้งอาหารเป็นเรื่องดี แต่บางเมนูไม่ควรอุ่นซ้ำหรือกินข้ามคืน เพราะอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

1.ผักใบเขียว: หลี่ หว่านผิง กล่าวว่า ผักใบเขียวที่มีไนเตรตสูง เมื่อเก็บไว้นานและอุ่นซ้ำ จะทำให้สารอาหารสูญเสียไป และยังเป็นเวลาที่เพียงพอสำหรับแบคทีเรียในการเปลี่ยนไนเตรตเป็นไนไตรต์ ซึ่งสารพิษนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเมื่อเข้าสู่ร่างกาย

2.อาหารทะเล: หลี่ หว่านผิง ชี้ว่า อาหารทะเลนอกจากจะเป็นแหล่งเพาะเชื้อแบคทีเรียได้ง่ายแล้ว การเก็บไว้นานเกินไปยังทำให้โปรตีนในอาหารทะเลเกิดการออกซิเดชัน หากเก็บไม่ถูกวิธีหรือทำอาหารไม่สุกเพียงพอ การกินอาหารทะเลเก่าจะทำให้เกิดอาการท้องอืด คลื่นไส้ และอาจทำให้ระบบทางเดินอาหารไม่สบายได้ ควรกินอาหารทะเลให้หมดในวันเดียวจะดีที่สุด

3.อาหารทอด: หลี่ หว่านผิง กล่าวถึงอาหารทอดที่ขายในท้องตลาดมักใช้ไขมันที่ไม่ดี หากนำมาทอดซ้ำหลายครั้งจะทำให้เกิดสารก่อมะเร็งชื่อว่าอะคริลาไมด์ ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายต่อร่างกายอย่างเรื้อรัง ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการอุ่นหรือทอดซ้ำอาหารประเภทนี้

หลี่ หว่านผิง เน้นย้ำสุดท้ายว่า ควรปรุงอาหารสดใหม่และรับประทานในวันนั้นจะดีที่สุด แต่หากจำเป็นต้องกินข้ามคืน ควรอุ่นอาหารด้วยอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 100 องศาเซลเซียส เพื่อลดความเสี่ยงจากการเป็นอาหารเป็นพิษ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...