ฟาสต์ฟู้ด A&W แบรนด์ดีที่คนว่าจะปัง แต่ยังเจ๊งในไทย
ถ้าพูดถึงร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดสัญชาติอเมริกันที่เข้ามาเปิดตลาดในไทยแบรนด์แรกๆ เชื่อว่าหลายคนคงจะนึกไปถึง เคเอฟซี แมคโดนัลด์ เบอร์เกอร์คิง แต่รู้หรือไม่ว่ายังมีแฟรนไชส์ฟาสต์ฟู้ดสัญชาติอเมริกันแบรนด์แรกที่เข้ามาในไทย
นั่นคือ A&W เปิดสาขาแรกที่ เซ็นทรัล ลาดพร้าว ปี 1983 (พ.ศ.2526) ก่อนขยายสาขาไปถึง 37 สาขาในปี 2018 ก่อนปิดตัวในไทยปี 2022 จากปัญหาผลประกอบการขาดทุนสะสมยาวนานในไทย โดยในปี 2021 ขาดทุนถึง 70 ล้านบาท
เรื่องราวของ A&W มีจุดเริ่มต้นอย่างไร? ทำไม่ถึงไม่ประสบความสำเร็จในไทย มาดูกัน!
จุดเริ่มต้น A&W
A&W มีต้นกำเนิดในห้องทดลองของนักเคมีคนหนึ่ง เธอได้คิดค้นสูตร Root Beer จากส่วนผสมของสมุนไพร เครื่องเทศ เปลือกไม้ และเบอร์รี่ต่างๆ รวม 14 อย่าง ก่อนที่ Roy Allen จะมองเห็นโอกาสและซื้อสูตรไปทำขาย เปิดร้านแห่งแรกในปี 1919 ตอนนั้น Roy Allen ได้นำไปขายในขบวนพาเหรดเพื่อสดุดีทหารผ่านศึกในสงครามโลกครั้งที่ 1 ได้รับความสนใจอย่างมาก
ปี 1922 Roy Allen ตัดสินใจเปิดร้าน Root Beer แห่งแรกในแคลิฟอร์เนีย ร่วมกับ Frank Wright อดีตพนักงานร้านสาขาแรก มาเป็นหุ้นส่วนเปิดร้านสาขา 2 ที่เมือง Stockton ก่อนขยายสาขาไปทั่วเมือง Sacramento (แชคราแมนโต) โดยนำอักษรย่อนามสกุลของทั้ง 2 มาเป็นชื่อร้าน A&W Root Beer (Allen & Wright) ในปี 1925 และขายแฟรนไชส์ A&W ตั้งแต่นั้นมา หลังจาก A&W Root Beer ได้รับความสนใจและขยายสาขาในแคลิฟอร์เนียมากขึ้น
ปี 1927 J. Willard Marriott และภรรยา มองเห็นโอกาสทางธุรกิจ ตัดสินใจซื้อแฟรนไชส์ A&W Root Beer ไปเปิดที่ Washington D.C. ถือเป็นแฟรนไชส์ซีรายแรก มีการปรับตกแต่งร้านใหม่ ให้บริการลูกค้าทั้งเมนูอาหารคาว
และเปลี่ยนชื่อจาก A&W Root Beer เป็น Hot Shoppes ให้เข้ากับเมนูอาหาร เมื่อผสานระหว่าง Root Beer กับเมนูอาหารใหม่ๆ ทำให้ร้าน Hot Shoppes ได้รับความสนใจจากลูกค้าจำนวนมาก จนต้องขยายสาขาเพิ่ม จนกระทั่งปี 1957 กลุ่มทุน Marriott ได้ผันตัวเข้าสู่ธุรกิจโรงแรมเต็มตัว และกลายเป็นผู้นำในธุรกิจโรงแรมในตอนนี้
พอมาช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แฟรนไชส์ A&W Root Beer มีสาขาเปิดใหม่มากมายในสหรัฐอเมริกา ปัจจัยหนึ่งมาจากกฎหมายทหารผ่านศึก ชื่อ GI Bill ให้สิทธิประโยชน์แก่ทหารผ่านศึกมาแลกเปลี่ยนนำเงินมาซื้อแฟรนไชส์ A&W Root Beer
ในช่วงปี 1950-1970 คนอเมริกันร่ำรวยขึ้นมีการซื้อรถยนต์มากขึ้น ทำให้แฟรนไชส์ A&W Root Beer ปรับรูปแบบร้านเป็น Drive-In ตอบโจทย์และอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าไม่ต้องลงจากรถเพื่อซื้ออาหาร
เมื่อกาลเวลาผ่านไป A&W Root Beer ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น A&W Restaurant มีการจำหน่ายอาหารคาวหวาน มีเครื่องดื่ม Root Beer และ วาฟเฟิล เป็นตัวชูโรงดึงดูดลูกค้า ก่อนที่จะขยายสาขาไปทั่วโลก ไม่ว่าจะในภูมิภาคเอเชีย เช่น มาเลเซีย ญี่ปุ่น, สิงคโปร์ รวมถึงไทย ถือเป็นร้านอาหารสัญชาติอเมริกันรายแรกๆ ออกไปเปิดสาขานอกสหรัฐอเมริกา
A&W ในไทย
A&W ในไทยอยู่ภายใต้การบริหารของบริษัท เอ็นพีพีจี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ NPPG ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท โกลบอล คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) ในปี 2019 โดย A&W สาขาแรกเปิดที่เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว ปี 1983 ถือเป็นแบรนด์ฟาสต์ฟู้ดแรกที่เข้ามาเปิดตลาดในไทย หลังจากนั้นมีการขยายสาขาต่อเนื่อง ทำเลส่วนใหญ่ในปั๊มน้ำมัน
ปี 2018 ร้าน A&W ในไทยมี 37 สาขา แบ่งเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่
- รูปแบบ Full Restaurant มี 31 สาขา ส่วนใหญ่เปิดให้บริการตามปั๊มน้ำมัน ปตท.
- รูปแบบเร่งด่วน A&W Express มี 6 สาขา แบ่งเป็น 3 สาขาใน Metro Mall พื้นที่ค้าปลีกรถไฟใต้ดิน สถานีเพชรบุรี, สุขุมวิท, พระราม 9 และอีก 3 สาขาที่แฟชั่น ไอส์แลนด์, ศูนย์การค้าเทอร์มินัล 21 อโศก และ เดอะสตรีท รัชดา
มีเมนูชูโรงอย่าง “ไก่ทอด – รูทเบียร์ – วาฟเฟิล – เคอร์รี่ฟรายส์” เป็นเมนูเอกลักษณ์เฉพาะร้าน A&W
ถัดมาในปี 2020 ร้าน A&W เหลือสาขาในไทยทั้งหมด 24 สาขา ในกรุงเทพฯ ราวๆ 22 สาขา ส่วนสาขาที่เหลือกระจายตัวในต่างจังหวัด ก่อนจะปรับมาให้บริการแบบ Food Truck แทน หลังจากนั้นสาขาต่างๆ ได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง
กระทั่งปี 2022 แฟรนไชส์ A&W แบรนด์ฟาสต์ฟู้สัญชาติอเมริกัน ภายใต้บริษัท โกลบอล คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์วันที่ 1 มีนาคม 2022 ถึงผลประกอบการปี 2021 มีรายได้ 1,862.27 ล้านบาท ขาดทุน 166.63 ล้านบาท
หนึ่งในธุรกิจที่ขาดทุนหนัก คือ ร้านอาหาร A&W ขาดทุนต่อเนื่องยาวนานจากโควิด ในปี 2021 ขาดทุนถึง 70 ล้านบาท
สำหรับงบกำไร-ขาดทุน บริษัท โกลบอล คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) ย้อนหลังปีงบการเงิน 2018 – 2020 มีดังนี้
- ปี 2018 รายได้รวม 439 ล้านบาท ขาดทุน 314 ล้านบาท
- ปี 2019 รายได้รวม 472 ล้านบาท กำไร 15.6 ล้านบาท
- ปี 2020 รายได้รวม 484 ล้านบาท ขาดทุน 13 ล้านบาท
ปัจจัยทำให้ A&W ไม่ประสบความสำเร็จในประเทศไทย
- ไม่ค่อยมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ A&W ผ่านโซเชียลมีเดียมากนัก เมื่อเทียบกับแบรนด์ฟาสต์ฟู้ดอื่นๆ ใน เช่น เคเอฟซี, แมคโดนัลด์, เบอร์เกอร์คิง ที่มีการตลาดที่แข็งแกร่ง ออกโปรโมชันและเมนูใหม่ๆ ให้ลูกค้าได้กลับไปลิ้มลองตลอดเวลา
- สาขาน้อย เข้าถึงยาก สังเกตให้ดี A&W มักเปิดขายในพื้นที่ปริมณฑล และชานเมืองมากกว่าใจกลางเมือง รวมถึงในช่วงเกิดโควิด ทางแบรนด์ไม่ได้มีบริการเดลิเวอรีมากนัก ทำให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้ายาก สาขาขาดรายได้ จนทยอยปิดสาขามาตลอด
- รสชาติอาหารของ A&W มักมีลุกค้าบ่นว่า “อร่อย” กับ “ไม่ถูกปาก” อย่างรูทเบียร์เครื่องดื่มชูโรงของร้าน ก็ไม่ใช่เครื่องดื่มที่ทุกคนจะชอบ รวมถึงเมนูอื่นๆ เช่น เบอร์เกอร์, ไก่ทอด, ชีสสติก เป็นเมนูที่ไม่เด่น ไม่ดึงดูดใจลูกค้า เมื่อเทียบฟาสต์ฟู้ดเจ้าอื่น ๆ
+Time Line แฟรนไชส์ A&W Restaurants ในอเมริกา +
จากการจัดอันดับแฟรนไชส์ 500 ของนิตยสาร Entrepreneur ในสหรัฐอเมริกา ประจำปี 2025 (2025 Franchise 500 Rank) พบว่า A&W Restaurants ติดอันดับที่ 193 ส่วนอันดับ 1 เป็นของแฟรนไชส์ “ทาโก้ เบลล์”
- ก่อตั้งปี 1919
- ขายแฟรนไชส์ปี 1925 (100 ปี)
- ปัจจุบันมี 865 สาขาทั่วโลก (2024)
- บริษัทบริหารเอง 2 สาขา
- แฟรนไชส์ในสหรัฐฯ 449 สาขา
- แฟรนไชส์นอกอเมริกา 414 สาขา
นั่นคือ…เรื่องราวความเป็นมาที่น่าสนใจของแบรนด์แฟรนไชส์ฟาสต์ฟู้ดสัญชาติอเมริกัน A&W Restaurant ที่ได้ยุติกิจการในประเทศไทย หลังจากขาดทุนต่อเนื่อง 70 ล้านบาทในปี 2564 จากการแข่งขันและกระบาดโควิด-19
------------------------------------------
รวมแฟรนไชส์ไทย >660 แบรนด์ - www.ThaiFranchiseCenter.com