โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฟาสต์ฟู้ด A&W แบรนด์ดีที่คนว่าจะปัง แต่ยังเจ๊งในไทย

ThaiFranchiseCenter

เผยแพร่ 06 ก.พ. 2568 เวลา 23.16 น.

ถ้าพูดถึงร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดสัญชาติอเมริกันที่เข้ามาเปิดตลาดในไทยแบรนด์แรกๆ เชื่อว่าหลายคนคงจะนึกไปถึง เคเอฟซี แมคโดนัลด์ เบอร์เกอร์คิง แต่รู้หรือไม่ว่ายังมีแฟรนไชส์ฟาสต์ฟู้ดสัญชาติอเมริกันแบรนด์แรกที่เข้ามาในไทย

นั่นคือ A&W เปิดสาขาแรกที่ เซ็นทรัล ลาดพร้าว ปี 1983 (พ.ศ.2526) ก่อนขยายสาขาไปถึง 37 สาขาในปี 2018 ก่อนปิดตัวในไทยปี 2022 จากปัญหาผลประกอบการขาดทุนสะสมยาวนานในไทย โดยในปี 2021 ขาดทุนถึง 70 ล้านบาท

เรื่องราวของ A&W มีจุดเริ่มต้นอย่างไร? ทำไม่ถึงไม่ประสบความสำเร็จในไทย มาดูกัน!

จุดเริ่มต้น A&W

ภาพจาก www.facebook.com/awrestaurants

A&W มีต้นกำเนิดในห้องทดลองของนักเคมีคนหนึ่ง เธอได้คิดค้นสูตร Root Beer จากส่วนผสมของสมุนไพร เครื่องเทศ เปลือกไม้ และเบอร์รี่ต่างๆ รวม 14 อย่าง ก่อนที่ Roy Allen จะมองเห็นโอกาสและซื้อสูตรไปทำขาย เปิดร้านแห่งแรกในปี 1919 ตอนนั้น Roy Allen ได้นำไปขายในขบวนพาเหรดเพื่อสดุดีทหารผ่านศึกในสงครามโลกครั้งที่ 1 ได้รับความสนใจอย่างมาก

ปี 1922 Roy Allen ตัดสินใจเปิดร้าน Root Beer แห่งแรกในแคลิฟอร์เนีย ร่วมกับ Frank Wright อดีตพนักงานร้านสาขาแรก มาเป็นหุ้นส่วนเปิดร้านสาขา 2 ที่เมือง Stockton ก่อนขยายสาขาไปทั่วเมือง Sacramento (แชคราแมนโต) โดยนำอักษรย่อนามสกุลของทั้ง 2 มาเป็นชื่อร้าน A&W Root Beer (Allen & Wright) ในปี 1925 และขายแฟรนไชส์ A&W ตั้งแต่นั้นมา หลังจาก A&W Root Beer ได้รับความสนใจและขยายสาขาในแคลิฟอร์เนียมากขึ้น

ภาพจาก www.facebook.com/awrestaurants

ปี 1927 J. Willard Marriott และภรรยา มองเห็นโอกาสทางธุรกิจ ตัดสินใจซื้อแฟรนไชส์ A&W Root Beer ไปเปิดที่ Washington D.C. ถือเป็นแฟรนไชส์ซีรายแรก มีการปรับตกแต่งร้านใหม่ ให้บริการลูกค้าทั้งเมนูอาหารคาว

และเปลี่ยนชื่อจาก A&W Root Beer เป็น Hot Shoppes ให้เข้ากับเมนูอาหาร เมื่อผสานระหว่าง Root Beer กับเมนูอาหารใหม่ๆ ทำให้ร้าน Hot Shoppes ได้รับความสนใจจากลูกค้าจำนวนมาก จนต้องขยายสาขาเพิ่ม จนกระทั่งปี 1957 กลุ่มทุน Marriott ได้ผันตัวเข้าสู่ธุรกิจโรงแรมเต็มตัว และกลายเป็นผู้นำในธุรกิจโรงแรมในตอนนี้

ภาพจาก www.facebook.com/awrestaurants

พอมาช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แฟรนไชส์ A&W Root Beer มีสาขาเปิดใหม่มากมายในสหรัฐอเมริกา ปัจจัยหนึ่งมาจากกฎหมายทหารผ่านศึก ชื่อ GI Bill ให้สิทธิประโยชน์แก่ทหารผ่านศึกมาแลกเปลี่ยนนำเงินมาซื้อแฟรนไชส์ A&W Root Beer

ในช่วงปี 1950-1970 คนอเมริกันร่ำรวยขึ้นมีการซื้อรถยนต์มากขึ้น ทำให้แฟรนไชส์ A&W Root Beer ปรับรูปแบบร้านเป็น Drive-In ตอบโจทย์และอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าไม่ต้องลงจากรถเพื่อซื้ออาหาร

ภาพจาก www.facebook.com/awrestaurants

เมื่อกาลเวลาผ่านไป A&W Root Beer ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น A&W Restaurant มีการจำหน่ายอาหารคาวหวาน มีเครื่องดื่ม Root Beer และ วาฟเฟิล เป็นตัวชูโรงดึงดูดลูกค้า ก่อนที่จะขยายสาขาไปทั่วโลก ไม่ว่าจะในภูมิภาคเอเชีย เช่น มาเลเซีย ญี่ปุ่น, สิงคโปร์ รวมถึงไทย ถือเป็นร้านอาหารสัญชาติอเมริกันรายแรกๆ ออกไปเปิดสาขานอกสหรัฐอเมริกา

A&W ในไทย

ภาพจาก www.facebook.com/awthai

A&W ในไทยอยู่ภายใต้การบริหารของบริษัท เอ็นพีพีจี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ NPPG ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท โกลบอล คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) ในปี 2019 โดย A&W สาขาแรกเปิดที่เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว ปี 1983 ถือเป็นแบรนด์ฟาสต์ฟู้ดแรกที่เข้ามาเปิดตลาดในไทย หลังจากนั้นมีการขยายสาขาต่อเนื่อง ทำเลส่วนใหญ่ในปั๊มน้ำมัน

ปี 2018 ร้าน A&W ในไทยมี 37 สาขา แบ่งเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่

  • รูปแบบ Full Restaurant มี 31 สาขา ส่วนใหญ่เปิดให้บริการตามปั๊มน้ำมัน ปตท.
  • รูปแบบเร่งด่วน A&W Express มี 6 สาขา แบ่งเป็น 3 สาขาใน Metro Mall พื้นที่ค้าปลีกรถไฟใต้ดิน สถานีเพชรบุรี, สุขุมวิท, พระราม 9 และอีก 3 สาขาที่แฟชั่น ไอส์แลนด์, ศูนย์การค้าเทอร์มินัล 21 อโศก และ เดอะสตรีท รัชดา
ภาพจาก www.facebook.com/awthai

มีเมนูชูโรงอย่าง “ไก่ทอด – รูทเบียร์ – วาฟเฟิล – เคอร์รี่ฟรายส์” เป็นเมนูเอกลักษณ์เฉพาะร้าน A&W

ถัดมาในปี 2020 ร้าน A&W เหลือสาขาในไทยทั้งหมด 24 สาขา ในกรุงเทพฯ ราวๆ 22 สาขา ส่วนสาขาที่เหลือกระจายตัวในต่างจังหวัด ก่อนจะปรับมาให้บริการแบบ Food Truck แทน หลังจากนั้นสาขาต่างๆ ได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง

กระทั่งปี 2022 แฟรนไชส์ A&W แบรนด์ฟาสต์ฟู้สัญชาติอเมริกัน ภายใต้บริษัท โกลบอล คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์วันที่ 1 มีนาคม 2022 ถึงผลประกอบการปี 2021 มีรายได้ 1,862.27 ล้านบาท ขาดทุน 166.63 ล้านบาท

หนึ่งในธุรกิจที่ขาดทุนหนัก คือ ร้านอาหาร A&W ขาดทุนต่อเนื่องยาวนานจากโควิด ในปี 2021 ขาดทุนถึง 70 ล้านบาท

สำหรับงบกำไร-ขาดทุน บริษัท โกลบอล คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) ย้อนหลังปีงบการเงิน 2018 – 2020 มีดังนี้

  • ปี 2018 รายได้รวม 439 ล้านบาท ขาดทุน 314 ล้านบาท
  • ปี 2019 รายได้รวม 472 ล้านบาท กำไร 15.6 ล้านบาท
  • ปี 2020 รายได้รวม 484 ล้านบาท ขาดทุน 13 ล้านบาท

ปัจจัยทำให้ A&W ไม่ประสบความสำเร็จในประเทศไทย

ภาพจาก www.facebook.com/awthai
  • ไม่ค่อยมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ A&W ผ่านโซเชียลมีเดียมากนัก เมื่อเทียบกับแบรนด์ฟาสต์ฟู้ดอื่นๆ ใน เช่น เคเอฟซี, แมคโดนัลด์, เบอร์เกอร์คิง ที่มีการตลาดที่แข็งแกร่ง ออกโปรโมชันและเมนูใหม่ๆ ให้ลูกค้าได้กลับไปลิ้มลองตลอดเวลา
  • สาขาน้อย เข้าถึงยาก สังเกตให้ดี A&W มักเปิดขายในพื้นที่ปริมณฑล และชานเมืองมากกว่าใจกลางเมือง รวมถึงในช่วงเกิดโควิด ทางแบรนด์ไม่ได้มีบริการเดลิเวอรีมากนัก ทำให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้ายาก สาขาขาดรายได้ จนทยอยปิดสาขามาตลอด
  • รสชาติอาหารของ A&W มักมีลุกค้าบ่นว่า “อร่อย” กับ “ไม่ถูกปาก” อย่างรูทเบียร์เครื่องดื่มชูโรงของร้าน ก็ไม่ใช่เครื่องดื่มที่ทุกคนจะชอบ รวมถึงเมนูอื่นๆ เช่น เบอร์เกอร์, ไก่ทอด, ชีสสติก เป็นเมนูที่ไม่เด่น ไม่ดึงดูดใจลูกค้า เมื่อเทียบฟาสต์ฟู้ดเจ้าอื่น ๆ

+Time Line แฟรนไชส์ A&W Restaurants ในอเมริกา +

ภาพจาก www.facebook.com/awrestaurants

จากการจัดอันดับแฟรนไชส์ 500 ของนิตยสาร Entrepreneur ในสหรัฐอเมริกา ประจำปี 2025 (2025 Franchise 500 Rank) พบว่า A&W Restaurants ติดอันดับที่ 193 ส่วนอันดับ 1 เป็นของแฟรนไชส์ “ทาโก้ เบลล์”

  • ก่อตั้งปี 1919
  • ขายแฟรนไชส์ปี 1925 (100 ปี)
  • ปัจจุบันมี 865 สาขาทั่วโลก (2024)
  • บริษัทบริหารเอง 2 สาขา
  • แฟรนไชส์ในสหรัฐฯ 449 สาขา
  • แฟรนไชส์นอกอเมริกา 414 สาขา

นั่นคือ…เรื่องราวความเป็นมาที่น่าสนใจของแบรนด์แฟรนไชส์ฟาสต์ฟู้ดสัญชาติอเมริกัน A&W Restaurant ที่ได้ยุติกิจการในประเทศไทย หลังจากขาดทุนต่อเนื่อง 70 ล้านบาทในปี 2564 จากการแข่งขันและกระบาดโควิด-19

------------------------------------------

รวมแฟรนไชส์ไทย >660 แบรนด์ - www.ThaiFranchiseCenter.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...