โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทำไมไม่ควรใช้ AI ตรวจรอยร้าวผนังบ้าน-คอนโด จากเหตุแผ่นดินไหว ? และควรให้เป็นหน้าที่ของวิศวกร

Thairath Money

อัพเดต 01 เม.ย. 2568 เวลา 08.18 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. 2568 เวลา 08.16 น.
ภาพไฮไลต์

"รอยร้าวแบบนี้มันยังไงกันนะ ปลอดภัยไหม”

“จะรู้ได้ยังไงว่าไม่มีรอยร้าวซ่อนอยู่”

“AI ช่วยได้จริงหรือ ทำให้คนกลัวน้อยลงมั้ย”

สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIET) เตือนประชาชนเกี่ยวกับความเข้าใจผิดในการใช้ Generative AI ช่วยตรวจสอบรอยร้าวและโครงสร้างอาคาร จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมียนมาเมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา หลังโลกออนไลน์แห่ใช้แอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ที่มีระบบ AI ประเมินผลรอยร้าวอย่างรวดเร็วจากการอัปโหลดรูปร่องรอยความเสียหายเข้าไปจนถึงการนำรูปไปถามใน ChatGPT

อย่างไรก็ตามแม้ว่าปัจจุบัน AI มีบทบาทที่จะช่วยงานในหลายด้าน รวมถึงเรื่องความปลอดภัยในอาคาร แต่การพึ่งพา AI โดยที่ไม่มีการตรวจสอบอย่างรอบคอบโดยวิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะ AI Assistance ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อวิเคราะห์รอยร้าวโดยตรง อาจนำไปสู่ความเสี่ยงร้ายแรง ตั้งแต่ข้อผิดพลาดในการวิเคราะห์ไปจนถึงการตัดสินใจผิดพลาดที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยของพวกเราทุกคน

ชมคลิปเต็ม Gen AI ตรวจสอบรอยร้าว เชื่อได้แค่ไหน?

AI ตรวจสอบรอยร้าวได้อย่างแม่นยำจริงไหม?

ดร.ชาญวิทย์ บุญช่วย นายกสมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) ให้ความเห็นว่า “โมเดล AI ที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ไม่ได้ถูกออกแบบมาเฉพาะทางเพื่องานด้านวิศวกรรมโยธา แค่ให้ AI ดูภาพอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ AI ตัดสินใจได้ ถ่ายรูปให้ ChatGPT วิเคราะห์ ต่อให้จะใช้เวอร์ชันที่ฟรีหรือแบบเสียเงินหรือค่ายไหนก็ตาม การให้คำตอบอาจไม่ถูกต้อง”

มติชน มณีกาศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง FLOAT16.CLOUD ระบุว่า ข้อกังวลของเรื่องนี้มีอยู่ 3 ประเด็น กล่าวคือ โมเดล AI หลายตัวที่เปิดให้ใช้กันอยู่ในปัจจุบันมีตัวเลือกใช้งานทั้งฟรีและเสียเงิน ซึ่งให้ประสิทธิภาพในการประมวลและสร้างผลลัพธ์ของคำตอบที่แตกต่างกัน

สองคือการประมวลผลจากประวัติการใช้งานและข้อมูลที่เคยได้รับ แชตบอตในปัจจุบันส่วนใหญ่จะค่อนข้าง Personalize โดยการอ่านประวัติของเราด้วย ว่าเราชื่ออะไร หากประวัติการค้นหาเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับรอยร้าวหรือแผ่นดินไหวก่อนหน้านี้ AI อาจจะเอาประวัติที่เคยตอบไว้มาวิเคราะห์ใหม่แล้วได้คำตอบออกมาที่เกินความเป็นจริงไปจากรูป และสามคือ ChatGPT หรือ Gemini AI ทั่วไปยังขาด Context

“AI ทั่วไปไม่ได้ถูกเทรนข้อมูลเฉพาะทางเกี่ยวกับเหตุแผ่นดินไหวและความเสียหายของตัวอาคาร ทำให้ขาดบริบทของข้อมูลและไม่สามารถแยกรอยร้าวที่เกิดขึ้นได้ว่าเป็นรอยร้าวที่เกิดจาก รอยร้าวจากงานสถาปัตฯ หรือ รอยร้าวจากโครงสร้าง”

ด้าน สถาพน พัฒนะคุหา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง GUARDIAN AI LAB กล่าวเสริมว่า แม้จะมี AI ที่เก่งเฉพาะด้านที่เข้าใจว่าร้าวไปถึงเหล็กแล้ว เนื้อปูน หรือเข้าใจในระดับโครงสร้าง แต่ว่าการที่จะเข้าใจไปถึงผลกระทบอย่างแท้จริง จำเป็นต้องมีข้อมูลโครงสร้างอาคารนั้น ๆ ด้วย เช่น ข้อมูลภาพ Floor Plan ของตึก ข้อมูลผังโครงสร้างทั้งหมด “เพราะ รูปจากผู้ใช้อย่างเดียวไม่สามารถบอกได้ถึงผลกระทบและข้อควรปฏิบัติต่อต่อไปที่ถูกต้องให้กับผู้คน”

“รอยแตกร้าวที่เราเห็น อาจเกิดจากสาเหตุได้หลายแบบ เช่น มีแรงมากระทำ แผ่นดินไหว แรงลม รถมากระแทก หรือยืดหดตัว จึงเป็นอะไรที่ซับซ้อนมาก ๆ และการจะบอกว่าเกิดจากสาเหตุใดต้องการข้อมูลสภาพแวดล้อมเชิงลึก” ชูเลิศ จิตเจือจุน อุปนายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทยและผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างอาคารสูง เสริมในมุมวิศวกรโยธาฯ

เบื้องต้นการทำงานวิศวกรจะต้องเข้าไปดูที่หน้างานเพื่อให้สามารถเก็บข้อมูลรอยร้าวได้อย่าง 360 องศา รวมถึงการเก็บข้อมูลสภาพแวดล้อมตั้งแต่ด้านนอกจนถึงด้านใน รอยร้าวปกติเราจะเห็นในลักษณะของ Zoom in แต่ในความเป็นจริงจะต้องรู้ในลักษณะทั้ง Zoom out และ Zoom in ครอบทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะฉะนั้น มันต้องเก็บข้อมูลเยอะมาก ไม่สามารถที่จะมองแค่รูปถ่ายแล้วสรุปออกมาได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้การประเมินจากวิศวกรยังแตกต่างตามกันความสามารถและความเชี่ยวชาญ บางเคสวิศวกรมีประสบการณ์หรือหากมีความรู้ความเข้าใจน้อย พอไปเห็นรอยแตกร้าวก็อาจนำไปสู่การประเมินความเสียหายที่เกิดขอบเขตความเป็นจริง หรือบางครั้งอาคารบิดเบี้ยวเสียหายเยอะ แต่กลับบอกว่า “ยังปลอดภัยดี” ก็จะมีเหมือนกัน เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องหาคนที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญจริง ๆ ชูเลิศ กล่าว

หากใช้ตรงจุด AI จะช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้มหาศาล

สถาพน กล่าวเพิ่มเติมว่า ต้องเข้าใจว่า AI Assistance ในปัจจุบันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสนับสนุนงานประเภทนี้โดยเฉพาะ ทั้งในแง่ข้อมูลที่ใช้เทรนแง่ความถูกต้องและในแง่ความถูกต้องน่าเชื่อถือ ดังที่กล่าวไปข้างต้น

หากเราต้องนำ AI เข้ามาช่วยจริง ๆ ต้องดูรูปแบบและวัตถุประสงค์ของ AI นั้น ๆ ยกตัวอย่าง การพัฒนาแชตบอตลดภาระของเจ้าหน้าที่เพื่อสร้าง Center of communication สำหรับตอบคำถามประชาชนในสถานการณ์วิกฤตไปจนถึงการแจ้งเตือนประชาชน หรือการลดความเสี่ยงที่มนุษย์ต้องเข้าไปตรวจสอบในพื้นที่อันตราย เช่น ตึกสูงหรือสะพานที่มีโอกาสพังทลาย

การเอา AI มาใช้ในเรื่องนี้ในต่างประเทศมักจะใช้โดรนบินวนรอบตึกแล้วใช้ระบบวิเคราะห์หาพวกจุดที่ต้องเข้าควบคุมหรือจุดที่ต้องซ่อม หรือว่าทีมไทยที่เข้าไปช่วยคนจากเหตุการณ์ตึกถล่มในไซต์ โดยการยิงคลื่นออกไปเพื่อระบุจุดที่มีคนอยู่แล้วใช้ AI ในการวิเคราะห์คลื่นที่ได้มา หรือในแง่ของการทำ Crisis Management เรื่องการสื่อสาร หรือเรื่อง Post - Crisis ยังมีมุมที่ AI ช่วยประโยชน์ได้อีกเยอะ

สรุปว่าแม้ AI จะมีศักยภาพในการช่วยประเมินโครงสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดหลายประการ เช่น ความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ใช้ฝึก AI ขอบเขตความสามารถของอัลกอริทึม และการขาดปัจจัยทางวิศวกรรมที่ AI อาจมองข้าม

การใช้ AI โดยปราศจากการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญอาจทำให้เกิดการประเมินผิดพลาด ซึ่งนำไปสู่การละเลยรอยร้าวที่เป็นอันตรายหรือในทางกลับกัน อาจทำให้เกิดการตื่นตระหนกโดยไม่จำเป็น ดังนั้น แทนที่จะใช้ AI เป็นเครื่องมือเดียวในการตัดสินใจ ควรใช้งานร่วมกับการตรวจสอบของผู้เชี่ยวชาญและมาตรฐานทางวิศวกรรมที่เข้มงวด เพราะปลายทางยังไงก็ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบเพื่อให้มั่นใจได้ว่าการประเมินความเสียหายหลังแผ่นดินไหวมีความแม่นยำและปลอดภัยที่สุด

ทั้งนี้เราสามารถตรวจสอบและประเมินด้วยตัวเองเบื้องต้นง่าย ๆ ยกตัวอย่าง ข้อมูล Guideline จาก กทม. ที่ได้แบ่งรอยร้าวเป็น 2 ประเภทที่สามารถตรวจสอบด้วยตนเอง ได้แก่ “รอยร้าวที่ไม่อันตราย” (รอตรวจภายหลังได้) เช่น ผนังร้าวแต่ยังมั่นคง ผลักแล้วไม่โยก กระเบื้องพื้นร่อน สีหลุด คานร้าวขนานใต้คาน เสาร้าวเล็ก ๆ แต่ไม่โก่ง ฝ้าเพดานหลุดหรือเสียหาย และ“รอยร้าวที่ควรแจ้งทันที” (เสี่ยงอันตราย) เช่น กำแพงเอน มีแนวโน้มพังล้ม พื้นแอ่น เห็นเหล็กเสริม คานร้าวเฉียงหรือปริจนเห็นเหล็ก รวมถึงเสาโก่ง หรือคอนกรีตระเบิดจนเห็นเหล็ก รอยร้าวประเภทนี้ ถ้าพบควรรีบแจ้งทีมสำรวจเพื่อความปลอดภัยของทุกคนในพื้นที่

อ่านเพิ่มเติม

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -

https://www.facebook.com/ThairathMoney

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...