โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นวิเคราะห์ ‘แผ่นดินไหวเมียนมา’ ทำไมส่งผลถึงตึกสูงไทยขนาดนี้!

เดลินิวส์

อัพเดต 30 มี.ค. 2568 เวลา 15.34 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. 2568 เวลา 08.09 น. • เดลินิวส์
“ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่น” ชี้ “แผ่นดินไหวประเทศเมียนมา” เป็นแผ่นดินไหวคลื่นยาว จึงทำให้อาคารสูงในกรุงเทพมหานครได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง

จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวทั่วประเทศเมื่อวันที่ 28 มี.ค. โดยมีศูนย์กลางประเทศเมียนมา ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนรุนแรงมาถึงประเทศไทย มีอาคารถล่มและคอนโดฯ หลายแห่งแตกร้าว ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้

เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แฟนเพจ JapanSalaryman ได้แชร์บทวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นที่มีการออกมาเผยว่า "แผ่นดินไหวประเทศเมียนมา" เป็นแผ่นดินไหวคลื่นยาว จึงทำให้อาคารสูงในกรุงเทพมหานครได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง พร้อมระบุข้อความว่า"นักวิเคราะห์จาก Weathernews บริษัทเอกชนของญี่ปุ่น ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการพยากรณ์อากาศและเตือนภัยชื่อดังของญี่ปุ่น พูดถึงแผ่นดินไหวในประเทศเมียนมาได้น่าสนใจ เลยขอรีบสรุปมาครับ"

นอกจากนี้ วิเคราะห์แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นในเมียนมามีดังต่อไปนี้
1.วันและเวลาที่เกิดเหตุ คือ แผ่นดินไหวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มีนาคม เวลาประมาณ 15:20 น. ในเวลาญี่ปุ่น เวลา 13:20 น. ในเวลาประเทศไทย โดยเป็นจุดศูนย์กลางอยู่ในเขตตอนในของเมียนมา (Inland Area)
-ขนาดแผ่นดินไหว (Magnitude) อยู่ที่ 7.7
-ความลึกของศูนย์กลางแผ่นดินไหว (Hypocenter Depth) ประมาณ 10 กิโลเมตร
-เนื่องจากแผ่นดินไหวเกิดขึ้นในพื้นที่ตอนในของแผ่นดิน จึงไม่มีการเกิดสึนามิ

โดยรายละเอียดทางเทคนิคเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผ่นดินไหวจาก USGS (United States Geological Survey)
-ศูนย์กลางของแผ่นดินไหวในภาพ คือ จุดสีส้มขนาดใหญ่และมีอาฟเตอร์ช็อกเกิดขึ้นตามมาในบริเวณใกล้เคียง
-สาเหตุของแผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดจากการเลื่อนตามแนวรอยเลื่อนแบบด้านข้าง (Strike-slip fault)
-เนื่องจากศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ใกล้ผิวดิน (ตื้นมาก) จึงมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดแผ่นดินไหวขนาดใกล้เคียงกันในอนาคต

นอกจากนี้ ความรุนแรงและผลกระทบที่เกิดขึ้น เมื่อดูในรายละเอียดเกี่ยวกับระดับความรุนแรงของแผ่นดินไหวจะเห็นว่า พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดมีระดับความรุนแรง 9 ตามมาตรามอดิฟายด์เมอร์คัลลี่ (Modified Mercalli Intensity - MMI 9) และหากแปลงเป็นระดับความรุนแรง ตามมาตราแผ่นดินไหวของญี่ปุ่น (Shindo Scale) จะเทียบเท่ากับ ระดับ 6+ (Shindo 6 強)

อีกทั้ง ผลกระทบต่อประชากรในพื้นที่มีดังต่อไปนี้
-เมือง Sagaing ซึ่งมีประชากรประมาณ 71,900 คน
-เมือง Meiktila ซึ่งมีประชากรประมาณ 177,000 คน พื้นที่เหล่านี้เป็นจุดที่ได้รับแรงสั่นสะเทือนรุนแรงระดับ 6+ ตามมาตราวัดของญี่ปุ่น และขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลรายละเอียดจากทางการเมียนมาเกี่ยวกับผู้เสียชีวิต แต่คาดว่าความเสียหายทางมนุษย์จะอยู่ในระดับสูง

นอกจากนี้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ประเทศไทย ซึ่งมีดังต่อไปนี้
- นอกจากผลกระทบในเมียนมาแล้ว กรุงเทพฯ ประเทศไทย ซึ่งอยู่ห่างจากศูนย์กลางแผ่นดินไหวประมาณ 1,000 กิโลเมตร ก็ได้รับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวครั้งนี้เช่นกัน
- มีอาคารขนาดใหญ่ที่ถล่มลงขณะยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง และจากข้อมูลของพนักงานของ Weathernews สำนักงานกรุงเทพฯ มีรายงานว่า รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนอย่างชัดเจนและมีการอพยพฉุกเฉิน

โดยวิเคราะห์ความรุนแรงของแรงสั่นสะเทือนในกรุงเทพฯจะมีดังต่อไปนี้
- เมื่อวิเคราะห์แรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯ จะพบว่าเทียบกับมาตราแผ่นดินไหวของญี่ปุ่นอยู่ที่ประมาณ ระดับ 3 ถึง 4 อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมาตรฐานการออกแบบโครงสร้างอาคาร และมาตรการต้านแผ่นดินไหวในแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน
- แรงสั่นสะเทือนระดับนี้แม้จะไม่รุนแรงมากนัก แต่ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่ออาคารสูง และโครงสร้างที่อาจไม่มีระบบป้องกันแผ่นดินไหวที่เหมาะสม

นอกจากนี้ ผลของแผ่นดินไหวคลื่นยาว จะมีข้อมูลเพิ่มเติมว่า อาคารสูงในกรุงเทพฯ สั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่องและรุนแรง ซึ่งเกิดจากแผ่นดินไหวคลื่นยาว (Long-period Ground Motion) ซึ่งจะมีดังต่อไปนี้
- คลื่นแผ่นดินไหวระยะยาวมีความถี่ต่ำและสามารถเดินทางได้ไกล และอาคารสูงที่มีความยืดหยุ่นมักจะเกิด การสั่นพ้อง (Resonance) กับคลื่นแผ่นดินไหวระยะยาว จะส่งผลให้เกิดการสั่นสะเทือนที่รุนแรงและยาวนาน
- แผ่นดินไหวคลื่นยาว สามารถเดินทางได้ไกลกว่าคลื่นแผ่นดินไหวทั่วไป และทำให้เกิดความเสียหายในพื้นที่ที่อยู่ไกลจากศูนย์กลางแผ่นดินไหว เช่น ในกรณีของกรุงเทพฯ

อย่างไรก็ตาม สถานีวัดแผ่นดินไหวที่ Kagoshima ประเทศญี่ปุ่น จะตรวจพบคลื่นแผ่นดินไหวระยะยาวจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในเมียนมา ถึงแม้ว่าคลื่นแผ่นดินไหวจะเดินทางมาถึงญี่ปุ่น แต่แรงสั่นสะเทือนลดลง จนไม่ได้รับการบันทึกเป็นแผ่นดินไหวรุนแรงในญี่ปุ่น แต่อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเหล่านี้ยืนยันว่าแผ่นดินไหวคลื่นยาวจากเมียนมา เดินทางไกลและส่งผลกระทบในระยะไกลถึง 1,000 กิโลเมตร อีกทั้ง ข้อกังวลเกี่ยวกับแผ่นดินไหวในอนาคต ซึ่งเนื่องจากแผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดจากรอยเลื่อนแบบด้านข้างตื้น (Shallow Strike-slip Fault) จึงมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดแผ่นดินไหวขนาดใกล้เคียงกันในอนาคต

ขอบคุณข้อมูล : JapanSalaryman

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...