เปิดประเด็นความเดือดร้อน “ทุนจีนยึดคอนโด” กุมเกมคนไทย
เปิดประเด็นความเดือดร้อน ฉากมิติใหม่ “ทุนจีนยึดคอนโด” กุมเกมคนไทย
เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2568 จากกรณีทุนจีนกว้านซื้อคอนโดปล่อยเช่ารายวันให้นักท่องเที่ยวจีนด้วยกันเอง ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในหลายด้าน อีกทั้งยังเป็นการชี้ข้อบกพร่องทางกฏหมาย ร่วมถึงหน่วยงานที่กำกับดูแลเรื่องนี้
ผู้สื่อข่าว The Room 44 ได้สัมภาษณ์ถึงประเด็นดังกล่าวกับ นายธนพัต ยิ้มสู้ นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในฐานะเจ้าของเพจ พ่อบ้านบ้าคอนโด เปิดเผยว่า ขณะนี้พบกลุ่มทุนจีนเทา มีพฤติกรรมกว้านซื้อคอนโดมิเนียม ย่านใจกลางเมือง เช่น สุขุมวิท มักกะสัน ห้วยขวาง โดยเฉพาะจุดที่อยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ ทั้งใต้ดินบนดินและแอร์พอร์ตลิงก์ เพื่อนำมาเปิดให้เช่าแบบรายวัน กว่าร้อยละ 90 และเกิดขึ้นกับคอนโดมิเนียมทุกแบรนด์ ในช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา
ในอนาคตตุจีนจะครอบครองในทุกธุรกิจในประเทศไทย โดยเฉพาะการกว้านซื้อคอนโดในประเทศไทยเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายดาย และสิ่งนี้ คือช่องโหว่ทางกฎหมายที่คนจีนเข้ามาแทรกแซงได้ง่ายขึ้น โดยใช้ลักษณะนิสัยของพ่อค้า รีดสิ่งที่ลงทุนให้ได้มูลค่าเยอะที่สุด การปล่อยคอนโดแบบรายวันจะสามารถสร้างมูลค่าได้เยอะกว่ารายเดือนหลายเท่า ว่าจะสวนทางกับข้อกฎหมายในประเทศไทยก็ก็ตามโดยหากภาครัฐยังเมินเฉยไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหา ในอนาคตเชื่อว่าจะมีกลุ่มคนจีนที่กระทำการลักษณะนี้เพิ่มเติมอีก
ที่ผ่านมาลูกบ้านหลายคนได้ร้องเรียนเรื่องราวมาผ่านตัวเองสิ่งที่ทำได้ก็คือการนำข้อมูลไปแจ้งให้กับตำรวจแบบแยกเป็นกรณี แต่ก็ไม่สามารถดำเนินการทางกฎหมายได้ เบื้องต้นจึงอยากเสนอแนะให้กลุ่มผู้บริหารของ แบรนด์อสังหาริมทรัพย์ ทุกแบรนด์หันมาจับมือกันเพื่อแก้ปัญหา เช่นการตั้งกองทุนตำรวจเพื่อตรวจจับการปล่อยให้เจ้าของห้องพักเปิดเช่าห้องแบบรายวัน โดยสุ่มตรวจตามคอนโดมิเนียมที่พบปัญหา
สำหรับสาเหตุที่พบนักท่องเที่ยวนิยมมาใช้บริการห้องพักในคอนโดมิเนียมแทนการเข้าพักโรงแรมเนื่องจากมีราคาถูกสภาพของส่วนกลางและวิวทิวทัศน์ในคอนโดมิเนียมสวยงามกว่าถ้าเทียบกับโรงแรมในระดับราคาเดียวกัน นอกจากนี้ยังพบว่าคอนโดมิเนียมที่ได้รับความนิยมส่วนใหญ่ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้ารูปแบบต่าง ๆ
“ การปล่อยเช่าคอนโดรายวันคือเดอะเบสท์ที่เป็นกระแสมาแรงอยู่ในขณะนี้ โดยทำแบบไม่สนใจกฎหมาย แต่ทำหน้ามึนเพราะคนจีนไม่เข้าใจภาษาไทย ” นายธนพัต ระบุ
รวมถึงคนจีนทำเป็นขบวนการรวมตัวกันเป็นแก๊งค์ และในขณะนี้ก็มีอำนาจในคณะกรรมการบริหารนิติคอนโด เป็นการส่อให้เห็นว่า “คนจีนคือผู้นำคนไทยอย่างชัดเจน” ซึ่งปัญหาตอนนี้คือ เกลือเป็นหนอน ถึงแม้ว่าจะมีผู้บริหารหรือหน่วยงานรัฐเข้าไปสอดส่องดูแล แต่ประเด็นดังกล่าวก็ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นจริงเป็นจัง หากปล่อยเรื่องนี้โดยไม่มีมาตรการใดใดเกิดขึ้น จะส่งผลต่ออนาคตในประเทศไทย หากหยุดไม่ได้ทุกอย่างจะกลายเป็นเชื้อมะเร็ง คนต่างชาติจะมีอำนาจในทุกๆด้าน จะนำไปสู่การเปลี่ยนบทบัญญัติในคอนโดแต่ละคอนโด กลับกลายเป็นโรงแรม
สำหรับกลุ่มเจ้าของห้องพักที่มีการปล่อยเช่ารายวันและรายเดือนขณะนี้พบมีหลากหลายเชื้อชาติ แต่โดยส่วนใหญ่จะเป็นชาวจีน ซึ่งปกติแล้วการจะปล่อยห้องชุดในคอนโดมิเนียมให้เช่าแบบรายวันและรายเดือนไม่สามารถทำได้ เพราะอาจจะเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติโรงแรม อีกทั้งในอนาคตบริษัทนิติบุคคลจะไม่มีความน่าเชื่อถือ
ด้านลูกบ้านคอนโดรายหนึ่ง เปิดใจถึงความเดือดร้อนกับผู้สื่อข่าว The Room 44 ว่า ตนเองพบเห็น เพื่อนบ้านที่ไม่คุ้นเคยเข้าออกคอนโดเป็นประจำ ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็นสองกลุ่มคือ กลุ่มที่เป็นชาวต่างชาติมาท่องเที่ยว และอีกกลุ่มคือ ชาวต่างชาติที่อาศัยทำงานอยู่ในประเทศไทย ซึ่งกลุ่มผู้เช่าเหล่านี้ ไม่ปฏิบัติตามกฎของคอนโด ขณะที่ลูกบ้านประจำปฏิบัติตามกฎของคอนโดอย่างเคร่งครัด บางรายพบเห็น สูบบุหรี่ ส่งเสียงดัง ทิ้งขยะ หรืออาจติดสารเสพติดด้วย ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้ลูกบ้านอย่างรุนแรง
แม้ว่า ลูกบ้านพยายามส่งข้อมูลหรือหลักฐานให้กับทางนิติบุคคลแต่กลับ ไม่ได้ได้รับความเป็นธรรม รวมถึงยังปัดความรับผิดชอบ ทิ้งไว้แค่คำสั้น ๆ “ รับดำเนินการค่ะ/ครับ ” จนผ่านไปหนึ่งถึงสองสัปดาห์เรื่องราวก็ยังไม่ได้ถูกแก้ไข นอกจากนี้ยังได้รับรายงานมาว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของคอนโด เคยโดนกลุ่มคนจีนทำร้ายร่างกายอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม การเข้มงวดตรวจทาน ตลอดไปจนถึงข้อกดหมายที่ชัดเจน คือเสียงเรียกน้องจากกลุ่มลูกบ้าน แม้ว่าขณะนี้หน่วยงานรัฐ จะยังมีท่าทีที่ไม่ชัดเจน จนทำให้เกิดประเด็นคำถามจากนักอสังหาริมทรัพย์ถึงข้อสรุปว่าเรื่องนี้ใครคือผู้รับผิดชอบที่แท้จริง