โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ศก.ไทยยังเติบโต ‘คลัง’โชว์ยอดจัดเก็บรายได้ครึ่งแรกปีงบฯ 68 ทะลุกว่า 1.2 ล้านล้าน

The Better

อัพเดต 05 พ.ค. 2568 เวลา 03.59 น. • เผยแพร่ 05 พ.ค. 2568 เวลา 03.49 น. • THE BETTER
เศรษฐกิจไทยยังเติบโต คลังรายงานจัดเก็บรายได้ครึ่งแรกปีงบ 68 ทะลุกว่า 1.2 ล้านล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 1.8 พันล้านบาท รัฐบาลมั่นใจ บริหารการเงิน-การคลังให้มั่นคง สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจได้

น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย ผลการจัดเก็บรายได้ในช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ 2568 (ตุลาคม 2567 - มีนาคม 2568) จากกระทรวงการคลังสามารถจัดเก็บรายได้สุทธิรวม 1,195,662 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 1,807 ล้านบาท หรือ 0.2% และเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 26,503 ล้านบาท หรือ 2.3% ส่วนใหญ่เป็นผลจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บจากการบริโภคภายในประเทศ และการนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจ อย่างไรตาม รายได้จากภาษีรถยนต์ยังคงต่ำกว่าประมาณการ เนื่องจากการดำเนินมาตรการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า ส่งผลให้อัตราภาษีเฉลี่ยลดลงตามโครงสร้างภาษีใหม่

น.ส.ศศิกานต์ กล่าวว่า สำหรับการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร ในช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ 2568 สามารถจัดเก็บรวมทั้งสิ้น 1,288,536 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 38,263 ล้านบาท หรือ 3.1% โดยมีรายละเอียดดังนี้ กรมสรรพากรจัดเก็บได้ 966,200 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 36,212 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 10,157 ล้านบาท หรือ 1.1%

น.ส.ศศิกานต์ กล่าวว่า กรมสรรพสามิตจัดเก็บได้ 264,971 ล้านบาท ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 4,160 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 21,321 ล้านบาท หรือ 7.4% และกรมศุลกากรจัดเก็บได้ 57,365 ล้านบาท ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 2,109 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 4,235 ล้านบาท หรือ 6.9%

น.ส.ศศิกานต์ กล่าวต่อว่า แม้ว่ารายได้จากบางแหล่งจะต่ำกว่าประมาณการ แต่ภาพรวมการจัดเก็บรายได้ในช่วงครึ่งปีแรกยังคงเป็นไปตามที่กระทรวงการคลังประเมินไว้ โดยจะมีการติดตามและบริหารการจัดเก็บรายได้ในช่วงที่เหลือของปีงบประมาณอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายและสนับสนุนความมั่นคงทางการคลังของประเทศ

น.ส.ศศิกานต์ กล่าวว่า สำหรับฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดในช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ 2568 (ตุลาคม 2567 - มีนาคม 2568) รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้น จำนวน 1,189,432 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว จำนวน 25,558 ล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 2.2) โดยหน่วยงานที่นำส่งรายได้สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว เป็นหลัก ได้แก่ (1) กรมสรรพากร จากภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ และ (2) ส่วนราชการอื่น จากการนำส่งเงินส่วนเกินจากการจำหน่ายพันธบัตรจากการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล เป็นหลัก

นางสาวศศิกานต์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ รัฐบาลมีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณทั้งสิ้นจำนวน 2,114,054 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว จำนวน 543,144 ล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 34.6) ซึ่งเป็นผลจากมาตรการเร่งรัด การเบิกจ่ายในปีงบประมาณ 2568 ประกอบกับในปี 2567 มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ล่าช้าไปเกือบ 7 เดือน

“รัฐบาลขอยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการด้านการเงินและการคลังของประเทศอย่างรอบคอบ โปร่งใส และมีวินัยทางการคลัง เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว พร้อมเดินหน้าใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและขับเคลื่อนประเทศสู่ความมั่นคงอย่างยั่งยืนในทุกมิติ” น.ส.ศศิกานต์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...