โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ตรัง ครูอนุบาลกับห้องเรียนสุดล้ำ ใช้ละคร-สถานการณ์จริง เปลี่ยนหนูน้อยเป็นนักสืบ-DSI-หมอ บูรณาการเรียนรู้แบบไม่น่าเบื่อ

77kaoded

อัพเดต 25 มี.ค. 2568 เวลา 00.07 น. • เผยแพร่ 24 มี.ค. 2568 เวลา 13.24 น. • 77Kaoded

ตรัง ส.อ.ปฐมชัย วรตันติ หรือ ‘ครูแบงค์’ ครูปฐมวัยโรงเรียนวัดแจ้ง จ.ตรัง พลิกโฉมการเรียนรู้ให้เด็กอนุบาล ได้ฝึกคิด วิเคราะห์ และทำงานเป็นทีม ผ่านละครสืบสวนจำลองคดีฆาตกรรมแบบ ‘หลอนไดอารี่’ สร้างบทเรียนเอาตัวรอดจากน้ำท่วมจริง สอนนร.ไม่ให้กลัวหมอ สร้างปรากฏการณ์ในโลกออนไลน์ ยอดวิว-คอมเมนต์พุ่ง เด็กเข้าเรียนเพิ่มจาก 30 เป็น 120 คน

ส.อ.ปฐมชัย วรตันติ หรือ ครูแบงค์ ครูอัตราจ้าง ระดับปฐมวัย โรงเรียนวัดแจ้ง ตำบลบางรัก อำเภอเมือง จังหวัดตรัง กับการจัดการเรียนการสอน เด็กระดับอนุบาลที่ไม่ธรรมดา เน้นสร้างสถานการณ์สมมติ ให้เข้าเหตุการณ์ปัจจุบัน สร้างบทบาทให้นักเรียน เน้นการแบ่งหน้าที่ทำกิจกรรมแบบกลุ่ม เด็กๆได้ฝึกใช้ความคิดและการวางแผน ผ่านละครสั้นๆ ที่เด็กๆทุกคนมีส่วนร่วม ซึ่งเรื่องราวและรูปแบบการเรียนการสอนถูกเผยแพร่ผ่านเฟสบุ๊ก มีผู้ใช้เฟสบุ๊คเข้ามาแสดงความรู้สึกต่อคลิปนับพันครั้ง และมีเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก

โดยเรื่องละครเรื่องย่าบาหยันกับคดีพิศวง มีผู้คนเข้ามาติดตามในเฟซบุ๊กเป็นจำนวนมาก ครูแบงค์ได้จำลองสถานที่เกิดเหตุในคดีฆาตกรรม สร้างเค้าโครงและบรรยาการให้คล้ายกับรายการดัง”หลอนไดอารี่” ที่นักเรียนชอบดู สู่บทเรียนการจัดประสบการณ์ ชั้นอนุบาล3/1 แนวสืบสวน สังเกตและตั้งสมมติฐาน วิเคราะห์ การทำงานเป็นทีม รู้จักสังเกตุ ฝึกการคิด การตัดสินใจ ให้นักเรียนสวมบทบาทเป็นนักแสดงมีการจับฉลากในห้องว่าใครจะได้รับบทไหนและครูแบงค์ก็สวมบทเป็นตัวละครเช่นกัน หลังจากนั้นมาร่วมไขคดีกัน

ฉากที่ใช้แสดงก็ใช้ฉากในห้องเรียน และ ขนำข้างๆ โรงเรียน มีการจัดฉากบวงสรวงขอเจ้าที่เจ้าทางเปิดทางสืบหาฆาตกรรม

และสถานที่ก็ได้ตกแต่งให้คล้ายๆ กับสถานที่เกิดเหตุ เช่น มีการขึงเทปกั้นที่เกิดเหตุ ข้าวของกระจัดกระจาย มีรอยนิ้วมือ รอยเท้าของฆาตกร รวมถึงสิ่งของที่ฆาตกรทิ้งไว้เป็นเบาะแส

นอกจากนี้ยังมีการจำลองสถานการณ์ให้เข้ากับเหตุการณ์น้ำท่วมจากฝนตกหนัก ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยในชุมชนวัดแจ้ง ด้วยกันจัดการเรื่องการลอยการจม การเอาตัวรอดจากเหตุตกน้ำ สอนการใช้เสื้อชูชีพ จำลองสถานการณ์ติดตามข่าวสารจากป้องกันสาธารณภัยจังหวัดตรัง โดยมีการสวมบทบาทเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง แถลงข่าวสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นต้น

อย่างไรก็ตามในหน้าเฟซบุ๊ก Bank Pathomchai Woratanti ของครูแบงค์ ยังได้ถ่ายทอดรูปแบบและกิจกรรมการเรียนการสอน ลงในเฟซบุ๊กอย่างต่อเนื่อง

ส.อ.ปฐมชัย วรตันติ ครูโรงเรียนวัดแจ้ง กล่าวว่า ตนจะครีเอทรูปแบบการเรียนที่นักเรียนอยากทำและมีความสนใจ ปรับการเรียนการสอนให้ทันโลก ด้วยการจัดประสบการณ์และหลักสูตรเป็นของโรงเรียนวัดแจ้ง จะเชื่อมโยงกับ หลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ เชื่อมกับ Active Learning ของ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตรัง ประถมศึกษา เขต 1 เช่น หน่วยการเรียนรู้ชุมชนของฉัน ซึ่งชุมชนวัดแจ้งเป็นชุมชนที่เกิดน้ำท่วมบ่อย จึงครีเอทการสอนเรื่องการเอาตัวรอดในน้ำ และเรื่องอื่น เช่น เรื่องหลอนไดอารี่ที่เด็กๆชอบ จึงนำมาจัดประสบการเรื่องการสังเกตุ การสืบค้น ด้วยการสวมบทบาทเป็นเจ้าหน้าที่ DSI

เรื่องที่มีชาวเน็ตติดตามจำนวนมาก คือ เรื่องย่าบาหยันกับคดีพิศวง ที่ได้แนวคิดการวางโครงเรื่องจากรายหลอนไดอารี่ ซึ่งเป็นการจัดกิจกรรมการเรียนใหม่ทั้งหมด เป็นหน่วยการเรียนรู้หนูทำได้ จำลองเหตุการณ์ฆาตรกรรม ให้นักเรียนจับฉลากเพื่อสวมบาทเป็นตัวละครต่างๆ โดยครูสวมบทเป็นย่าบาหยัน นัดเรียนเนเน่สวมบทเป็นคนตายจากการฆาตกรรม มีผู้ร้าย มีกองพิสูจน์หลักฐาน โดยเด็กต้องสืบเรื่องนี้จากหลักฐานในที่เกิดเหตุ ซึ่งตรงนี้จะบูรณาการกับหน่วยการเรียนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เพราะต้องคาดคะเนว่าใครเป็นผู้ร้าย และมีฉากการบวงสรวงเพื่อสอนเด็กเรื่องความเชื่อกับหลักวิทยาศาสตร์

นอกจากเรื่องนี้ยังมีการจำลองเหตุการณ์เรื่องเกี่ยวกับหมอ หมอฟัน โรงพยาบาล เพราะโรงเรียนวัดแจ้งจะมีหมอจาก รพ.สต.บางรัก มาตรวจฟันและฉีดยาให้เป็นประจำ ในขณะที่เด็กหลายๆคนกลัวหมอ ตนจึงสร้างการเรียนรู้ไม่ให้นักเรียนกลัวคุณหมอ และสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กนักเรียนที่อยากเป็นหมอ

ส่วนเรื่องกิจกรรมน้ำท่วม เราก็จำจำลองเหตุการณ์ควบคู่กับหน่วยการเรียนวิทยาศาสตร์ เช่น เรื่องวัสดุกันฝน การลอยการจม สอนการทำตัวลอยหากตกน้ำ การใช้วัสดุใกล้ตัวแทนชูชีพ การทำCPR การโทรขอความช่วยเหลือจากสายด่วน 1669 เป็นต้น

นอกจากการจัดประสบการณ์ในห้องเรียนแล้ว ยังได้จัดประสบการณ์ให้เด็กไปเรียนรู้ร่วมกับชุมชน

และจากการจัดการเรียนการสอนแบบนี้ มา2ปีกว่า ส่งผลให้มีนักเรียนมาเรียนที่โรงเรียนวัดแจ้งเพิ่มขึ้น จากเดิมชั้นอนุบาลมีเพียง 1 ห้องเรียน จำนวน 8 คน ตอนนี้เพิ่มเป็น 3 ห้องเรียน จำนวน 40 กว่าคน และเด็กทั้งโรงเรียนเดิมมีเพียง 30 คน ตอนนี้เพิ่มเป็น 120 คน และเด็กมีพัฒนาดีขึ้นทั้ง 4 ด้าน คือ กาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...