เหลือเชื่อ! หนุ่มแคนาดาดับสลด เหตุ “คู่รักกินถั่ว” ก่อนออรัลเซ็กส์
การแพ้อาหารไม่ใช่เรื่องตลก..
วันนี้ (24 ก.พ. 68) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า เกิดเหตุสลดกับชายหนุ่มคนหนึ่งในประเทศแคนาดา หลังจากเขาต้องเสียชีวิตด้วยอาการ “แพ้ถั่วอย่างรุนแรง” ซึ่งมีสาเหตุมาจากคู่รักของเขา
รายงานระบุว่า ชายหนุ่มรายนี้เริ่มมีปัญหาด้านการหายใจ ขณะที่คู่รักของเขากำลังมีเพศสัมพันธ์ทางปาก (Oral Sex) หลังจากทราบว่าเป็นอาการแพ้ ชายคนดังกล่าวก็รีบฉีดยาพ่นที่พกติดตัวมา แต่จากไม่นานเจ้าตัวก็หมดสติลง ก่อนคู่รักจะรีบขอความช่วยเหลือ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์มาถึงในอีก 45 นาทีต่อมา ก็ไม่สามารถจับสัญญาณชีพจรของเขาได้อีกต่อไป
แม้ว่าในตอนแรก เจ้าหน้าที่จะสามารถช่วยให้หัวใจของชายรายนี้กลับมาเต้นได้อีกครั้ง แต่เนื่องด้วยระบบอวัยวะต่าง ๆ ของเขาได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ก่อนที่วันรุ่งขึ้น เขาจะเสียชีวิตลงที่โรงพยาบาล
สำหรับสาเหตุการเสียชีวิตของเขา แพทย์ระบุว่า เกิดจาก“อาการแพ้รุนแรง” ซึ่งเป็นการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่รุนแรงเกินไป จนทำให้เกิดการอักเสบของระบบทางเดินหายใจ หายใจลำบาก และเสียชีวิตจากการขาดออกซิเจนในที่สุด
อย่างไรก็ตาม แพทย์เผยว่า จากการตรวจสอบพบถั่วลิสงจำนวนเล็กน้อย ปนเปื้อนในน้ำลายของคู่รัก ซึ่งอาจซึมเข้าสู่ผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศของเด็กวัยรุ่นที่บอบบาง และซึมผ่านได้ระหว่างมีเพศสัมพันธ์ทางปาก
จากการศึกษา พบว่า ถั่วลิสงจำนวนเล็กน้อย สามารถอยู่ในน้ำลายได้นานถึง 6 ชั่วโมง หลังรับประทาน แม้กระทั่งหลังจากแปรงฟัน บ้วนปาก และเคี้ยวหมากฝรั่งก็ตาม ขณะที่การจูบผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ก็อาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้
นอกจากนี้ทราบว่าวัยรุ่นทั้ง 2 คน ไม่ได้สวมถุงยางอนามัย ทำให้ความเสี่ยงที่จะเกิดอาการแพ้ลาเท็กซ์ โดยไม่ทราบสาเหตุก็ถูกตัดออกไป อีกทั้งพวกเขายังไม่ได้จูบกันอีกด้วย ซึ่งหมายความว่า การมีเพศสัมพันธ์ทางปากเป็นสิ่งเดียวที่ถั่วลิสงจำนวนเล็กน้อย จะเข้าซึมสู่ผิวหนังได้
แพทย์เชื่อว่า นี่ถือเป็นเคสแรก ที่เกิดอาการแพ้จากการมีเพศสัมพันธ์ทางปาก และเรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นต้องมีการศึกษา และตระหนักรู้เกี่ยวกับอาการแพ้ที่เกี่ยวข้องกับเพศให้ดีขึ้น
อุทาหรณ์นี้ชี้ให้เห็นว่า “การไม่สวมใส่ถุงยางขณะมีเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะทางใดก็ตาม อาจเสี่ยงต่อการที่เชื้อโรคจะถูกดูดซึม และเสี่ยงต่อการติดเชื้อร้ายแรง” ฉะนั้นเซฟก่อนเซ็กส์นะครับ “อีจัน” เป็นห่วง
ขอบคุณข้อมูล : ET today
https://www.ettoday.net/news/20250224/2914134.htm