โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

'ปอร์เช่ ไทคานน์' ยกระดับเอาใจนักเดินทาง พร้อมย่นเวลาชาร์จที่เร็วขึ้น!

สยามคาร์ - Siamcar

เผยแพร่ 23 มี.ค. 2568 เวลา 12.47 น. • ทีมข่าวสยามคาร์
'ปอร์เช่ ไทคานน์' ยกระดับเอาใจนักเดินทาง พร้อมย่นเวลาชาร์จที่เร็วขึ้น!

'Porsche Taycan' ยกระดับเอาใจนักเดินทาง พร้อมย่นเวลาชาร์จที่เร็วขึ้น!

ปอร์เช่ ไทคานน์ หรือ Porsche Taycan สร้างความฮือฮาให้กับ ตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้า EV เมื่อเปิดตัวครั้งแรกในปี 2562 จากการเข้าสู่พลังงานใหม่อย่างอีวี แต่ยังคงดีเอ็นเอความเป็นรถสปอร์ตสมรรถนะสูงเอาไว้อย่างเต็มที่ นั่นทำให้ไทคานน์ได้รับการยอมรับจากแฟนๆ ปอร์เช่ ที่คุ้นชินกับเทคโนโลยีเครื่องยนต์สมรรถนะสูงมายาวนาน

จากนั้น ปอร์เช่ ก็สร้างความเคลื่อนไหวและเพิ่มความหลากหลายให้กับไทคานน์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มทางเลือกที่ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด ก่อนที่จะถึงเวลาของไทคานน์ใหม่ที่เปิดตัวเข้าสู่ตลาดแล้วพร้อมกับพัฒนาการที่โดดเด่นยกระดับในทุกมิติ

ด้านสมรรถนะเป็นหนึ่งในหัวใจหลักที่ลูกค้าพึงพอใจ ซึ่งที่ผ่านมา ไทคานน์ มีจุดเด่นในด้านนี้อยู่แล้ว แต่การปรับปรุงใหม่ครั้งนี้จะยิ่งเพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้าอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นอัตราเร่งที่เร็วขึ้นมาก เช่น ไทคานน์ และไทคานน์ เทอร์โบ เอส มีอัตรเร่ง 0-100 กม. / ชม. ในเวลา 4.8 วินาที และ 2.4 วินาที ซึ่งเร็วขึ้น 0.6 และ 0.4 วินาที

ไทคานน์ยังมีฟังก์ชัน push-to-pass ใหม่ ที่มาพร้อมกับแพ็กเกจ Sport Chrono ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังได้สูงสุด 70 กิโลวัตต์ ภายในเวลา 10 วินาที เมื่อผู้ขับกดปุ่มใช้งาน นั่นหมายความว่าจังหวะการเปลี่ยนความเร็ว หรือเร่งแซงจะกระฉับกระเฉงขึ้นมาก เพิ่มความสนุกในการขับขี่และความปลอดภัยในการใช้งาน อัตราเร่งที่ทำได้เร็วขึ้นเป็นผลมาจากการพัฒนาหลายด้านทั้งกำลังขับที่สูงขึ้น เช่น ไทคานน์ เทอร์โบ เอส เพิ่มขึ้น 140 กิโลวัตต์ นอกจากนี้ยังมีระบบ Launch Control เพิ่มความร้อนแรงในช่วงออกตัว ที่จะทำให้รุ่นท็อปคันนี้มีกำลังเพิ่มขึ้นเป็น 952 แรงม้า

การปรับปรุงประสิทธิภาพยังมาจากส่วนประกอบอื่นๆ อีกหลายอย่าง เช่น ระบบส่งกำลังที่ทันสมัยมาพร้อมมอเตอร์เพลาหลังรุ่นใหม่ที่มีกำลังมากกว่ารุ่นก่อนสูงสุดถึง 80 กิโลวัตต์ รวมถึงการใช้อินเวอร์เตอร์ที่มีการปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น

แบตเตอรี่ก็มีส่วนสำคัญในการยกระดับสมรรถนะโดยรวม จากการปรับให้สามารถถ่ายทอดพลังได้มากขึ้น การจัดการระบบระบายความร้อนที่ปรับปรุงใหม่ ฮีทปั๊ม (Heat Pump) ซึ่งทำให้แบตเตอรี่มีความเสถียรยิ่งขึ้นทั้งการจัดเก็บและการจ่ายพลังงานให้กับมอเตอร์ไฟฟ้า ทั้งนี้หมดนี้เป็นสิ่งที่ลูกค้าไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่าเหมือนออปชันทั่วไป แต่จะรับรู้ได้จากการใช้งาน

สำหรับด้านการดีไซน์ที่ปรับเปลี่ยนใหม่ในหลายส่วนเป็นอีกหนึ่งในความสำเร็จของ ปอร์เช่ ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า ซุ้มล้อหน้า และไฟท้ายใหม่ เพราะนอกจากจะทำให้มีความโฉบเฉี่ยวเพิ่มมากขึ้น ยังมีผลต่อเรื่องของอากาศพลศาสตร์ที่มีผลต่อการรีดประสิทธิภาพในการขับขี่ และยังมีผลต่อการลดการสิ้นเปลืองพลังงานร่วมกับส่วนอื่นๆ เช่น ล้ออัลลอย 21 นิ้ว ที่ออกแบบใหม่ให้มีหลักอากาศพลศาสตร์ที่ดี และยางที่ลดการต้านทานการหมุน

การพัฒนาหลักอากาศพลศาสตร์ เมื่อรวมกับยกระดับของแบตเตอรี่ การจัดการแบตเตอรี่ทำให้ ไทคานน์ มีสิ่งที่โดดเด่นขึ้นมาด้านหนึ่งคือระยะทางการใช้งานที่ไกลขึ้นสูงสุด 35% โดยระยะทางสูงสุดที่ทำได้คือกิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP เพิ่มขึ้น 175 กิโลเมตร

ระยะทางที่เพิ่มขึ้นยังเป็นผลมาจากการพัฒนาระบบนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ (recuperation) ที่เพิ่มขึ้นจาก 290 เป็น 400 กิโลวัตต์ที่การขับขี่ความเร็วสูง ทำให้การใช้พลังงานหมุนเวียนมีประสิทธิภาพมากขึ้น และส่งผลต่อระยะทางการใช้งานโดยรวม

ไม่เพียงแต่ระยะทางการขับขี่ที่ไกลขึ้นเท่านั้น แต่การพัฒนาเทคโนโลยีการชาร์จ พัฒนาแบตเตอรี่ ทำให้ ไทคานน์ มีระยะเวลาการชาร์จที่เร็วขึ้น เช่น การชาร์จในสถานีชาร์จ DC แบบ 800 โวลต์ ไทคานน์ใหม่จะสามารถชาร์จได้สูงสุดถึง 320 กิโลวัตต์ และสามารถรักษากำลังการชาร์จที่มากกว่า 300 กิโลวัตต์ ได้นานถึง 5 นาที โดยรวมการชาร์จจาก 10-80% ใช้เวลา 18 นาที ในทุกรุ่นย่อย และปัจจุบัน Performance Battery Plus ยังมีกำลังการผลิตรวม 105 กิโลวัตต์ชั่วโมง เพิ่มขึ้นจาก 93.4 กิโลวัตต์ชั่วโมงจากก่อนหน้านี้ เป็นการเติมจุดเด่น ลด pain point ของ อีวี ได้อย่างลงตัว ตอบสนองผู้เดินทางไกลที่จะลดจำนวนครั้งการชาร์จลง และใช้เวลาในการชาร์จแต่ละครั้งลงอีกด้วย บางทีการแวะซื้อกาแฟสักแก้วอาจจะใช้เวลามากกว่าการชาร์จด้วยซ้ำไป

ทั้งนี้ อัตราเร่งที่ร้อนแรงขึ้นไม่ใช่เป็นคำตอบสุดท้ายของรถที่มีดีเอ็นเอสปอร์ตอยู่ในตัว แต่ส่วนประกอบอื่นๆ จำเป็นจะต้องพัฒนาไปด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระบบเบรก ช่วงล่างที่จะต้องรองรับสมรรถนะที่สูงของมอเตอร์ไฟฟ้าให้ดีพอ ไทคานน์ทุกรุ่นติดตั้งระบบกันสะเทือนถุงลมแบบปรับได้ (adaptive air suspension) เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และยังมีระบบกันสะเทือนแบบ Porsche Active Ride ใหม่เป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ระบบกันสะเทือนจะช่วยให้ตัวถังอยู่ในระดับเดียวกันตลอดเวลา ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงเวลาไหนของการขับขี่ก็ตาม เช่น การเบรกแบบรุนแรงรถจะไม่มีอาการหน้ายุบ ท้ายยก หรือช่วงการเลี้ยวรถด้วยความเร็วสูง หรือการเร่งความเร็วเรียวแรงบิดมาใช้แบบเร่งด่วนก็ตาม

การที่รถสามารถรักษาระดับเดียวกันเอาไว้ได้ ในด้านการขับขี่ช่วยให้ผู้ขับมีสมาธิอยู่กับรถและเส้นทาง และรู้อาการของรถแบบเรียลไทม์ช่วยให้คุมรถได้ง่าย ขณะที่ผู้โดยสารก็จะได้ความสบายในการนั่ง เพราะระบบกันสะเทือนถุงลมจะชดเชยการเอียงหรือการยกการยุบของหน้ารถ หลังรถ ทำให้ลดการมึนหัวปวดหัวได้ดี

ด้านออปชัน หรือระบบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขับขี่ ความสะดวกสบาย และความปลอดภัย ปอร์เช่เติมเต็มให้กับไทคานน์มากขึ้น รวม Porsche Driver Experience รุ่นล่าสุดที่มีหน้าจอและระบบควบคุมที่ได้รับการพัฒนามาอย่างสมบูรณ์แบบ ไฟส่องสว่างโดยรอบ, ระบบช่วยจอดพร้อมกล้องมองหลัง, กระจกมองข้างพับไฟฟ้า พร้อมไฟรอบกระจก เบาะนั่งด้านหน้าแบบอุ่นไฟฟ้า, ช่องวางสมาร์ตโฟนสำหรับชาร์จไร้สาย, ช่องชาร์จไฟฟ้าด้านคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า, สวิตช์โหมดการขับขี่ และ Power Steering Plus

"ไทคานน์" โลดแล่นอยู่ในตลาด อีวี สมรรถนะสูงมายาวนานมีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง และปัจจุบันมีตัวเลือกที่หลากหลาย ทั้งด้านสมรรถนะ ตั้งแต่ 300-760 กิโลวัตต์ ตัวถัง 3 รูปแบบ ระบบขับเคลื่อนทั้ง 2 ล้อ และ 4 ล้อ ไปจนถึงสีใหม่ สีพิเศษ เช่น สี Purple Sky Metallic

นอกจากนี้ ยังมีตัวเลือกสมรรถนะที่สูงขึ้นไป เช่น ไทคานน์ จีทีเอส (Taycan GTS) ที่มาพร้อมเวอร์ชันขับเคลื่อน 4 ล้อ ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น เป็นรุ่นที่สร้างสรรค์ต่อจากความสำเร็จของ Gran Turismo Sport ให้กำลังสูงสุด 515 กิโลวัตต์ ด้วยระบบ Launch Control หรือรถที่ทรงพลังที่สุดตลอดกาล เช่น ไทคานน์ เทอร์โบ จีที (Taycan Turbo GT) และไทคานน์ เทอร์โบ จีที พร้อมแพ็กเกจ Weissach การออกแบบเพื่อการขับขี่ในสนามแข่งโดยเฉพาะ และตัดเบาะหลังออกเพื่อให้ได้อัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนักที่ดียิ่งขึ้น

ทั้ง 2 รุ่น ให้กำลังมากกว่า 1,000 แรงม้า โดยรุ่นที่มาพร้อมแพ็กเกจ Weissach ยังสามารถทำลายสถิติเวลาในสนาม Weathertech Raceway Laguna Seca และ Nürburgring โดยที่ Laguna Seca นักขับทดสอบ Lars Kern ทำเวลาต่อรอบได้ 1:27.87 นาที ซึ่งเร็วกว่ารถยนต์ไฟฟ้าที่ถูกกฎหมายสำหรับถนนทั่วไปทุกคันที่เคยทำมา ส่วนที่ Nürburgring Nordschleife โดย Kern ทำเวลาต่อรอบได้ 7:07.55 นาที ซึ่งเร็วกว่า 26 วินาที เมื่อเทียบกับสถิติก่อนหน้าที่เขาทำไว้ในไทคานน์ เทอร์โบ เอส สปอร์ต ซีดาน

ไทคานน์ เทอร์โบ จีที มีอัตราเร่ง 0-100 กม. / ชม. ในเวลา 2.3 วินาที หรือ 2.2 วินาที เมื่อใช้แพ็กเกจ Weissach ซึ่งเร็วกว่าเทอร์โบ เอส 0.1-0.2 วินาที และเร่งจาก 0-200 กม. / ชม. 6.6 วินาที (6.4 วินาทีในรุ่น Weissach) ซึ่งเร็วกว่ารุ่น เทอร์โบ เอส 1.3 วินาที

ผู้ที่สนใจสามารถเยี่ยมชม ปอร์เช่ ไทคานน์ ได้ที่ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม - 6 เมษายน บูธ A15 ที่ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับปอร์เช่ ไทคานน์ รถผู้บริหารไมล์น้อยที่มีให้เลือกหลากหลาย สอบถามข้อมูลได้ที่โชว์รูม ปอร์เช่ อย่างเป็นทางการทุกสาขา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...