โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ไตรมาส 1/68 มีลุ้น Window Dressing โบรกฯ แนะเก็บหุ้น SET50 ราคาลงลึก

Wealthy Thai

อัพเดต 13 ส.ค. 2568 เวลา 12.19 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. 2568 เวลา 02.20 น.

Window Dressing เป็นกลยุทธ์ที่กองทุนหรือนักลงทุนสถาบัน จะใช้ในการปรับพอร์ตในช่วงก่อนสิ้นไตรมาส เพื่อทำให้ผลการดำเนินงานของพอร์ตการลงทุนดูดีขึ้น โดยเฉพาะในไตรมาส 2 และไตรมาส 4 เนื่องจากเป็นช่วงปิดรอบผลประกอบการครึ่งปีและสิ้นปี ทำให้กองทุนต้องสรุปตัวเลขผลการดำเนินงานไปนำเสนอให้กับผู้ถือหน่วย
แต่ในปีนี้นักวิเคราะห์ประเมินว่ามีโอกาสที่เกิด Window Dressing ขึ้นในไตรมาส 1/68 เนื่องจากผลตอบแทนของตลาดหุ้นไทยตั้งแต่ต้นปีติดลบมากถึง 16.2% แย่ที่สุดในรอบ 25 ปี หากไม่นับรวมปีที่เกิด COVID-19 ทำให้นักลงทุนสถาบันมีโอกาสเข้ามาทำ Window Dressing เพื่อไม่ให้ผลตอบแทนของพอร์ตในไตรมาสนี้ดูแย่เกินไป
นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า แม้โดยปกติในไตรมาส 1 ของทุกปีจะไม่ได้เห็นการทำ Window Dressing ของนักลงทุนสถาบันอย่างมีนัยยะสำคัญ แต่ฝ่ายวิเคราะห์เชื่อว่าในปี 2568 มีโอกาสที่จะแตกต่างจากปีที่ผ่านมา เนื่องจากผลตอบแทนของ SET Index นับจากต้นปีจนถึงช่วงกลางเดือนมี.ค. ให้ตอบแทนติดลบมากถึง 16.2% ซึ่งถือว่าเป็นปีที่แย่ที่สุดในรอบ 25 ปี หากไม่นับปี 2563 ที่เกิด COVID-19 ส่งผลให้ฝ่ายวิเคราะห์เชื่อว่านักลงทุนสถาบันมีโอกาสที่จะเข้ามาทำ Window Dressing เพื่อไม่ให้ผลตอบแทนของกองทุนในไตรมาส 1 ดูแย่จนเกินไป
อีกทั้ง Valuation ของ SET Index ในปัจจุบัน ถือว่าอยู่ในโซนที่ถูกมากแล้ว ทั้งในแง่ของ Forward P/E ที่อยู่ในระดับ 12.2 เท่า คิดเป็น -1.5SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี และ P/BV อยู่ที่ระดับ 1.12 เท่า คิดเป็น -2.5SD รวมไปถึง Earning Yield Gap ที่สูงถึง 6.1% ส่งผลให้ฝ่ายวิเคราะห์มองว่านักลงทุนสถาบันน่าจะกล้าเพิ่มน้ำหนักในตลาดหุ้นมากขึ้น
โดยในเชิงกลยุทธ์ฝ่ายวิเคราะห์จึงคัดเลือกหุ้นขนาดใหญ่ที่ยัง Underperform SET50 ตั้งแต่ต้นปี และ Valuation ไม่แพง รวมถึงความเสี่ยงจากสงครามการค้าต่ำในปีนี้ ซึ่งฝ่ายวิเคราะห์มองว่าจะเป็นเป้าหมายหลักในการเพิ่มน้ำหนักของนักลงทุนสถาบัน ได้แก่ GPSC, CBG, BEM, PTTGC, BANPU และ OSP
ส่วนปัจจัยพื้นฐานของ GPSC ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินภาพรวมปี 2568 ผลประกอบการยังเติบโตจากปีก่อน จากส่วนแบ่งกำไรโรงไฟฟ้าในต่างประเทศตามการ COD กำลังผลิตใหม่ของ Avaada และ CFXD นอกจากนี้คาดผลกระทบจากการแทรกแซงค่าไฟฟ้าจะสามารถบรรเทาด้วยการทยอยปรับสัญญาขายไฟฟ้าอ้างอิง Gas Link ของลูกค้าอุตสาหกรรมจากปัจจุบันสัดส่วน 20-25% เป็นมากกว่า 30% ในปี 2570 นอกจากนี้ หุ้นยังมีโอกาสได้ประโยชน์จากการจัดตั้งกองทุน Thai ESG X เนื่องจากเป็นหุ้น Big Market Cap. ที่มี SET ESG Rating สูงระดับ AAA จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 39 บาท
CBG ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงมีมุมมองที่ระมัดระวังต่อแนวโน้มการแข่งขันในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มชูกำลังที่รุนแรง และคาดเดาได้ยากมากขึ้น ซึ่งต้องติดตามส่วนแบ่งการตลาดรายเดือนอย่างใกล้ชิด เบื้องต้นยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2568 ที่ 3,382 ล้านบาท โต 19% จากปีก่อน ยังเป็นระดับที่ Conservative กว่าเป้าของบริษัท พร้อมคงราคาเหมาะสมที่ 78 บาท และคงคำแนะนำ TRADING ในเชิงกลยุทธ์ราคาหุ้นปรับลง 12% ในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมาจากการถูก De-rating PER และสะท้อนการแข่งขันในตลาดเครื่องดื่มชูกำลังที่สูงขึ้นไปพอสมควร ปัจจุบันซื้อขายบน PER ที่เพียง 18 เท่า ต่ำกว่าอดีตที่ 30 เท่ามาก มองราคาหุ้นมีโอกาสฟื้นตัวในระยะสั้น แนะนำเก็งกำไรแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 1/68 ที่แข็งแกร่ง
BEM ฝ่ายวิเคราะห์คาดกำไรปกติปี 2568 ที่ 4,207 ล้านบาท โต 11.7% จากปีก่อน จากธุรกิจหลักที่เติบโตต่อเนื่อง คาดจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยที่ 4.5 แสนเที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน ใกล้เคียงกับ Guidance ของบริษัทที่ราว 5-7% สำหรับธุรกิจทางด่วนคาดยอดผู้ใช้กลับมาเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนได้หลังงานก่อสร้างใกล้เส้นทางด่วนเสร็จสิ้นในช่วงครึ่งหลังปี 2568 คงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมสิ้นปีนี้ที่ 12 บาท
PTTGC ฝ่ายวิเคราะห์มองช่วงสั้นอุตสาหกรรมปิโตรเคมียังอยู่ในช่วงที่ยากลำบาก อย่างไรก็ตาม นโยบายปรับปรุงประสิทธิภาพและพัฒนาการภายในของบริษัทที่ดำเนินงานในปีที่ผ่านมาจะเห็นผลในปี 2568 ช่วยหนุนผลประกอบการให้ดีขึ้นจากปีก่อน โดยคงประมาณการกำไรปกติปีนี้ที่ 1.2 พันล้านบาท (พลิกจากขาดทุน) ขณะที่ราคาปัจจุบันซื้อขายบน PBV 0.3 เท่า Discount -2.1 SD จากค่าเฉลี่ย 10 ปี ถือว่าสะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 28 บาท ทั้งนี้ การฟื้นตัวจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป จึงเหมาะสำหรับทยอยสะสมของนักลงทุนระยะยาว
BANPU ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินแนวโน้มผลประกอบการปี 2568 ฟื้นตัวจากปีก่อน หนุนจากทิศทางราคาก๊าซธรรมชาติที่แข็งแกร่ง และการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต รวมถึงลดต้นทุนการผลิตของธุรกิจถ่านหิน โดยคงประมาณการกำไรปี 2568 ที่ 3.5 พันล้านบาท (พลิกจากขาดทุน) ขณะเดียวกันราคาปัจจุบันซื้อขายบน PBV 0.4 เท่า Discount -2 SD โดยคงคำแนะนำ “TRADING" ราคาเหมาะสม 4.70 บาท
สุดท้าย OSP นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ยังมีมุมมองที่ระมัดระวังมากกว่าเป้าหมายของบริษัท และประเมินว่ายังต้องติดตามตัวเลขส่วนแบ่งตลาดว่าจะประสบความสำเร็จมากเพียงใด รวมถึงยังมีความเสี่ยงที่คู่แข่งจะตอบโต้ด้วยการแข่งขันการตลาดที่สูงขึ้น ฝ่ายวิเคราะห์ปรับระมาณการกำไรปกติปี 2568 ลง 7.4% เป็น 3,195 ล้านบาท โต 5.3% จากปีก่อน บนสมมติฐานการเติบโตของรายได้ที่ 3.7% และอัตรากำไรขั้นต้นที่ 37.1% ต่ำกว่าเป้าของบริษัท โดยคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 20 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...