PISA สร้างเด็ก สร้างชาติ
The Bangkok Insight
อัพเดต 14 ก.พ. 2568 เวลา 06.06 น. • เผยแพร่ 14 ก.พ. 2568 เวลา 06.06 น. • The Bangkok InsightPISA สร้างเด็ก สร้างชาติ
”การสอบปีนี้ เราตั้งเป้าว่า ต้องได้คะแนนสูงมากกว่าครั้งที่ผ่านๆมา ทุกวิชา”
ทั้งต้องพัฒนามาตรฐานการศึกษาของเรา ให้เทียบเท่ามาตรฐานของ OECD (องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา) เด็กนักเรียนของเรากลุ่มที่มีผลการเรียนเป็นเลิศ คะแนนสูงกว่ามาตรฐาน OECD ก็มี แต่ต้องทำมาตรฐานการศึกษาภาพรวมให้ดีขึ้นด้วย…ต่อไปจะเอาแนวข้อสอบ PISA มาปรับใช้ในการสอบเข้า เพื่อยกระดับการศึกษาของประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเท่าเทียมทุกพื้นที่
ความที่ยกมา เป็นคำประกาศของ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.กระทรวงศึกษาธิการ ในการประชุมแนวปฏิบัติการใช้ชุดพัฒนาความฉลาดรู้ สำหรับครูผู้สอนวิชาภาษาไทย วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3-4 และระดับ ปวช. 1 จัดโดยคณะทำงานขับเคลื่อนการยกระดับผลการประเมิน PISA โดยสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นแม่งาน
PISA ย่อมาจาก Programme for International Student Assessment คือ โปรแกรมประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล จัดทำโดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development หรือ OECD) เพื่อประเมินคุณภาพของระบบการศึกษาประเทศต่าง ๆ เตรียมความพร้อมของเยาวชนเรื่องความสามารถพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลง
PISA ประเมินสมรรถนะของนักเรียนในการใช้ความรู้และทักษะในชีวิตจริง มากกว่าการเรียนรู้ตามหลักสูตรในโรงเรียน
ประเทศต่างๆ ทั่วโลกเข้าร่วม PISA มากกว่า 80 ประเทศ
ที่ผ่านมา มีข่าวการสอบทีไร เด็กไทยได้คะแนนต่ำกว่ามาตรฐาน น้อยกว่าบางประเทศในอาเซียน อย่างการสอบในปี 2566 สถิติว่าต่ำกว่ารุ่นก่อนๆที่เคยทำได้ในรอบ 20 ปีซะด้วย
ผู้เรียนทั้งหลาย ที่ทำคะแนนไม่ดี มักบอกกับตัวเอง 2 ประเด็น คือ ข้อสอบยากหรือเราไม่เก่ง ทั้งที่ส่วนใหญ่ โจทย์ก็มาจากห้องเรียนหรือตำราที่เราไม่ค่อยสนใจอ่านนั่นแหละ
เกณฑ์ของ PISA จะประเมินสมรรถนะของนักเรียนในการใช้ความรู้และทักษะในชีวิตจริง มากกว่าการเรียนรู้ตามหลักสูตรในโรงเรียน
ต่อให้ท่องตำราจนจำได้ทุกตัวอักษรก็ใช่จะผ่าน
เกณฑ์ของ PISAที่ผ่านมา ปี 2000 ปี2009 และ ปี 2018 เน้นด้านการอ่าน (น้ำหนักข้อสอบการอ่าน 60% ที่เหลือเป็น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์อย่างละ 20%)
ปี2003 ปี 2012 ปี 2022 เน้นคณิตศาสตร์ (60% ) และการอ่านและวิทยาศาสตร์อย่างละ 20%
ปี 2006 ปี 2015 ปี 2025 เน้นวิทยาศาสตร์ (60%) การอ่านและคณิตศาสตร์อย่างละ 20%
จึงน่าชื่นชมเป้าหมาย ความมุ่งมั่นของผู้บริหาร หน่วยงานกระทรวงศึกษาธิการที่จะช่วยให้นักเรียนผู้เข้าสอบPISAและนำมาเป็นมาตรฐานการศึกษาไทย
เราตระหนักและเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า การศึกษาต้องพัฒนาทักษะการคิด การใช้ชีวิตของผู้คนให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง
หมดยุคท่องจำตัวเลขพ.ศ.ของสงครามยุคต่างๆ แต่ควรเข้าใจ ตีความ อธิบายได้ว่ารบกับใครเพื่ออะไร เชื่อมโยงกับภูมิศาสตร์ สังคมอย่างไร
กว่านโยบาย จะบรรลุเป้าหมายผู้บริหารตั้งแต่ระดับกระทรวงถึง ผอ.โรงเรียนและครูผู้สอนต้องเข้าใจ รู้วิธีสู่จุดปลายทางเดียวกัน
เห็นท่าทีว่าพยายามอยู่ อย่างวันก่อนมีสัมมนาออนไลน์ (webinar)จัดโดยสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฟินแลนด์ประจำประเทศไทย ร่วมกับหอการค้าไทย-ฟินแลนด์ ก็มีผู้สนใจ
คงได้ยินบ่อยๆว่าระบบการศึกษาที่ฟินแลนด์ ได้รับการจัดอันดับว่าดีที่สุดในโลก เราก็ไปฟัง
จะรับมาแค่ไหน ปฏิบัติจริงหรือไม่ ก็อีกเรื่อง แต่ก็ชื่นชมที่ได้เริ่มต้นและมีเป้าหมาย
ให้คะแนนท่านรัฐมนตรีและผู้บริหารกระทรวงเถอะครับ
อ่านข่าวเพิ่มเติม
ติดตามเราได้ที่