SCGC มุ่งสู่ ESG แก้วิกฤตโลกร้อนเพื่อคุณภาพชุมชน
เหตุเพราะวิกฤตโลกต้องเผชิญกับสภาวะขาดแคลนทรัพยากร, ภาวะโลกร้อน รวมไปถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมด้านต่าง ๆ ดังนั้น เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโลก และสังคมอย่างยั่งยืน เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือเอสซีจีซี (SCGC) จึงประกาศเป้าหมายด้าน ESG อย่างเป็นรูปธรรม
โดยมุ่งสู่ “ผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์ครบวงจรเพื่อความยั่งยืนในภูมิภาคอาเซียน” พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน
ด้วยการเน้นพัฒนานวัตกรรมพอลิเมอร์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ green polymer โดยตั้งเป้า 1 ล้านตันต่อปี ภายในปี 2573 นอกจากนี้ ยังมุ่งลดผลกระทบต่อภาวะโลกร้อนในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน การใช้พลังงานหมุนเวียน และพัฒนาเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ เพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน รวมถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับชุมชน ส่งเสริมอาชีพ และสร้างวิถีสังคมคาร์บอนต่ำ
“ธนวงษ์ อารีรัชชกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC เปิดเผยว่า SCGC มีวิสัยทัศน์ที่จะเป็นผู้นำตลาดเคมีภัณฑ์ในระดับภูมิภาคอาเซียน ที่มุ่งสร้างการเติบโตแก่ธุรกิจ ควบคู่ไปกับการสร้างความยั่งยืน ในการดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม และมีบรรษัทภิบาล
ตามแนวทาง ESG (Environmental, Social and Governance) ด้วยการมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการพัฒนา green innovation เช่น พอลิเมอร์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (green polymer) และพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ด้าน low carbon
“ขณะเดียวกัน ก็เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ โดย SCGC ยังให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่า ด้วยการเลือกใช้เครื่องจักรที่มีเทคโนโลยีทันสมัย นำเทคโนโลยีและระบบดิจิทัลเข้ามาประยุกต์ใช้เพื่อลดการใช้ทรัพยากร และพลังงานในกระบวนการผลิต นอกจากนี้ ยังมีระบบบริหารจัดการเพื่อเพิ่มความปลอดภัย และลดผลกระทบที่อาจเกิดต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และสังคม”
โดยเน้นการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม ตลอดจนให้โรงงาน และชุมชนใกล้เคียงสามารถอยู่ร่วมกันและเติบโตด้วยกันอย่างยั่งยืน ภายใต้กรอบจรรยาบรรณ SCGC ทั้งหมด 3 ด้านคือ
หนึ่ง ด้านสิ่งแวดล้อม (environmental) มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ตั้งเป้าพัฒนาผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (green polymer) 1 ล้านตันต่อปี ภายในปี 2573 ครอบคลุมโซลูชั่น 4 ด้าน ได้แก่
1.reduce ลดการใช้ทรัพยากร ด้วยเทคโนโลยี SMX TM ทำให้สามารถผลิตเม็ดพลาสติกที่มีความแข็งแรงมากขึ้น ช่วยลดความหนาของชิ้นงาน แต่คงความแข็งแรงได้ดังเดิม ลดการใช้ทรัพยากรอย่างเม็ดพลาสติก
2.recyclable การออกแบบเพื่อให้รีไซเคิลได้ พัฒนาโซลูชั่น monomaterial สำหรับบรรจุภัณฑ์ ทำให้สามารถนำไปรีไซเคิลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3.recycle การนำกลับมาใช้ใหม่ พัฒนาเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง (High Quality Post-Consumer Recycled Resin : PCR) จากกระบวนการ mechanical recycling และเม็ดพลาสติก certified circular resin จากกระบวนการ advanced recycling
4.renewable การทำให้ย่อยสลายได้ และการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน โดยการพัฒนาเม็ดพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ (biocompostable compound resin) พร้อมนำไปขึ้นรูป ผลิตเป็นถุงย่อยสลายได้ นอกจากนี้ SCGC ยังร่วมมือกับ Braskem เพื่อศึกษาแนวทาง และความเป็นไปได้ในการผลิตพลาสติกชีวภาพ (biobased polyethylene) จากผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนอีกด้วย
มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (carbon neutrality) ภายในปี 2593 โดยมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 20% ของปีฐาน 2564 ภายในปี 2573 ด้วยแนวทาง low carbon low waste ได้แก่ การปรับปรุงหรือปรับเปลี่ยนกระบวนการและอุปกรณ์ให้มีประสิทธิภาพการใช้พลังงานสูงขึ้น, การใช้พลังงานสะอาดทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล,
การพัฒนาและลงทุนในเทคโนโลยีที่ไม่ปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ, การนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาประยุกต์ใช้ตลอดห่วงโซ่คุณค่า และกิจกรรมชดเชยคาร์บอน (carbon offset) เช่น การปลูกป่าในพื้นที่ลักษณะต่าง ๆ รวมถึงป่าชายเลน”
สอง ด้านสังคม (society) ด้วยการมุ่งสู่เป้าหมายลดการเจ็บป่วยจากการทำงาน หรืออุบัติเหตุระหว่างปฏิบัติหน้าที่เป็นศูนย์ พร้อมกับส่งเสริมการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม ให้ความเสมอภาค ไม่เลือกปฏิบัติ และไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน
ขณะเดียวกัน จะต้องเสริมสร้าง และสนับสนุนการมีส่วนร่วมกับชุมชน จนได้รับการประเมินความพึงพอใจจากชุมชนผ่านมาตรการต่าง ๆ อาทิ จำลองเหตุการณ์อุบัติภัยร้ายแรงและจัดทำมาตรการป้องกันและลดผลกระทบ ด้วยการจัดทำโครงการเฝ้าสังเกตพฤติกรรมความปลอดภัย ตั้งจุดคัดกรองโรคติดเชื้อโควิด-19 ที่สำคัญ จะต้องมุ่งสร้างวิถีสังคมคาร์บอนต่ำ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
สาม ด้านบรรษัทภิบาล (governance) ด้วยการมุ่งดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ โปร่งใส และเป็นธรรม ภายใต้กรอบจรรยาบรรณ SCGC พร้อมกับกำหนดเป้าหมาย การไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมาย และการหยุดชะงักทางธุรกิจเป็นศูนย์
นอกจากนั้น จะต้องดำเนินนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่น มีเป้าหมายนำมาปฏิบัติ และประยุกต์ใช้อย่างถูกต้องเหมาะสม และเห็นผลได้จริง โดยจัดทำคู่มือเพื่อใช้สื่อสารเป็นแนวทางการปฏิบัติ และกำหนดให้พนักงานทุกระดับต้องมีความเข้าใจ และผ่านการทำแบบทดสอบด้านจริยธรรม (ethics e-Testing) 100%
ที่สำคัญ จะต้องกำหนดนโยบาย และแนวทางการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและไซเบอร์ตามมาตรฐานสากล (ISO 27001 และ IEC 62443) และดำเนินการตามกรอบมาตรฐาน National Institute of Standards and Technology (NIST)
พร้อมมีคณะกรรมการกำกับดูแล และเฝ้าระวังความเสี่ยงจากภัยคุกคามอย่างต่อเนื่อง รวมถึงซักซ้อมเพื่อรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นทุกเมื่อ
“ธนวงษ์” กล่าวเพิ่มเติมว่า SCGC มีเป้าหมายด้าน ESG ในการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจน มุ่งเน้นการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม สังคม และมีบรรษัทภิบาล ควบคู่กับการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยแผนงานทางธุรกิจตามแนวทาง ESG และ SDGs (Sustainable Development Goals)
ดังนั้น จึงเชื่อว่า SCGC จะบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว เพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์ครบวงจรเพื่อความยั่งยืน