โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มือฆ่าหันศพสาววัย 30 สารภาพวางแผนฆ่ากว่า 3 เดือน เหตุฝ่ายหญิงตีตัวออกห่าง สำนึกผิดทำลงไปเพราะรักมาก

สวพ.FM91

อัพเดต 02 ต.ค. 2565 เวลา 17.44 น. • เผยแพร่ 02 ต.ค. 2565 เวลา 06.55 น.

จากรณีเกิดเหตุสะเทือนขวัญฆ่าหันศพสาววัย 30 ปี ภายในโรงแรม แห่งหนึ่ง ซอยสุขุมวิท 115 ต.เทพารักษ์ อ.เมืองสมุทรปราการ ก่อนนำชิ้นส่วนใส่ถุงดำหิ้วขึ้นรถฮอนด้าซิตี้สีขาว ไปฝั่งอำพรางย่านรามอินทรา ขณะที่ผู้ต้องหาซึ่งเป็นแฟนหนุ่ม หลังถูกจับกุม อ้างเหตุแค้นฝ่ายหญิงตีตัวออกห่างจึงวางแผนนานกว่า 3 เดือน ก่อนจะลงมือใช้มีดแทงคอ ขณะแฟนสาวนั่งเล่นโทรศัพท์ ก่อนลากศพ เข้าไปในห้องน้ำ ลงมือหั่นศพตามที่มีการนำเสนอข่าวไปนั้น ความคืบหน้าล่าสุด ที่ สภ.สำโรงเหนือ ภายหลังจากตำรวจ นำตัวนายชาญวิทย์ วงศ์สหาก ผู้ต้องหา กลับมาจากชี้จุดฝั่งศพ และสถานที่ทิ้งของกลางที่ใช้หันศพ ย่านรามอินทรา ก่อนที่คุมตัวไปขึ้นไปบนห้องขัง โดยนายชาญวิทย์ มีสีหหน้าเคร่งเครียด แต่ยังพูดคุยกับตำรวจตามปติ ทั้งนี้ยังไม่พบญาติเข้ามาเยี่ยมแต่อย่างใด

ต่อมาเมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 2 ต.ค.ที่ สภ.สำโรงเหนือ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.และ พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ เดินทางมาสอบปากคำผูต้องหาด้วยตนเอง ก่อนที่จะ นำของกลาง ประกอบด้วยเลื่อยที่ใช้ตัดชิ้นส่วน เสื้อผ้าที่ใส่ในวันก่อเหตุ ถุงมือ กระเป๋าใส่ของสีดำ และสีน้ำตาล 3 ใบ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และแม็กบุ๊คของผู้ตาย 1 เครื่อง มาแถลงต่อสื่อมวลชน โดยมี พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิไล รอง ผบก.ภจว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.อาทิตย์ ซิ้มเจริญ ผกก.สภ.สำโรงเหนือ ฝ่ายสืบสวน สภ.สำโรงเหนือ ร่วมแถลง

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าว่า สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 1 ต.ค.เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ ได้รับแจ้งจาก แม่บ้านขอโรงแรม ว่ามีความผิดปกติภายในห้อง 402 เนื่องจากได้กลิ่นคาวเลือด และ พบน้ำยาล้างห้องน้ำจำนวนมาก ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไปตรวจสอบ จึงเชื่อว่าน่าจะเกิดเหตุฆาตกรรม กระทั่งได้ทำการเช็กภาพจากกล้องวงจรปิด พบผู้ต้องสัย คือนายชาญวิทย์ สะพายกระเป๋า และถือถุงดำขนาดใหญ่ลงมาจากห้อง ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเฝ้าสังเกตุการณ์อยู่บริเวณโรงแรม กระทั่ง ช่วงสายบ่วันเดียวกัน นายชาญวิทย์ วนกลับมาที่ห้องเพื่อที่จะสำรวจความเรียบร้อยและทำลายหลังฐานที่เหลืออยู่ เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปคุมตัวและซักถาม จนนายชาญวิทย์ รับว่าตนเองเป็นคนก่อเหตุฆ่า น.ส.อรนันท์ หรือพิณ นราทร อายุ 30 ปี จริง ก่อนหน้านี้ตนเอง แอบคบหากับ น.ส.อรนันท์ มานานกว่า 1 ปี เนื่องจากตนมีภรรยาอยู่แล้ว ต่อมาระยะหลัง น.ส.อรนันท์ เริ่มตีตัวออกห่าง และเริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปจากเดิม จึงคิดว่างแผนจะลงมือฆ่า น.ส.อรนันท์ มานานกว่า 3 เดือน โดยทยอยเตรียมขุดหลุมฝั่งศพ และซื้อมีด เลื่อย รวมถึงน้ำยาล้างห้องน้ำมาเก็บไว้ที่ท้ายรถ กระทั่งวันเกิดเหตุ 28 ก.ย.ตนเองนัดเจอกับ น.ส.อรนันท์ ย่านซอยลาซาล ก่อนที่จะเข้ามาเปิดห้องพัก ที่โรงแรมดังกล่าว กระทั่งกลางคืน จึงอาศัยจังหวะที่ น.ส.อรนันท์ นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ ใช้มีดปักเข้าที่บริเวณลำคอ จนลมฟุบ และกระหน่ำแทงอีกหลายครั้งจนมั่นใจว่าเสียชีวิต ก่อนที่จะลากศพเข้าไปไว้ในห้องน้ำ และกลับไปนอนพัก ที่บ้านของตนเอง ย่านรามอินทรา

ต่อมาวันที่ 29 ก.ย.ตนเองจึงกลับมาที่ห้องดังกล่าวเพื่อลงมือหันศพ น.ส.อรนันท์ โดยเริ่มหั่นชิ้นส่วนแขนและขาก่อน และชิ้นส่วนอื่นๆ รวม 7 ชิ้น ใช้เวลาประมาณ 4 ชม.จากนั้น คืนวันที่ 30 ก.ย.จึงนำศพใส่กระเป๋า และถุงดำถือลงจากห้อง ไปใส่ท้ายรถ ฮอนด้า ซิตี้ สีขาว ฏล 8211 กรุงเทพมหานคร เพื่อนำไปฝั่งไว้ที่ ใต้ทางด่วนรามอินทรา เนื่องจากใกล้ที่พัก ส่วนมีดและเลื่อยรวมถึงทรัพย์สินของผู้ตาย นำไปปโยนทิ้ง คลองใกล้หมู่บ้านมณียา ถนนประดิษฐ์มนูธรรม กระทั้งวานนี้เจ้าหน้าให้นักประดาน้ำงมขึ้นมา พบเลื่อยตัด และ โทรศัพท์มือถือของผู้ตาย และแม็กบุ๊กอีก 1 เครื่อง เช้าวันที่ 1 ต.ค.กลับมาที่เกิดเหตุ จนถูกจับกุมดังกล่าว ทั้งนี้นายชาญวิทย์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวสั้นๆ ว่าตนเองสำนึกผิด และ อยากขอโทษครอบครัวของผู้ตาย ส่วนสาเหตุที่ลงมือเนื่องจากตนเองรักผู้หญิงคนนี้มากจึงแค้นใจที่ตีตัวออกห่าง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และลอบฝังซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ หรือชิ้นส่วนของศพเพื่อปิดบัง การตาย หรือเหตุแห่งการตาย โดยจะนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการในวันที่ 3 ต.ค. 65

ขอบคุณข้อมูลจาก เพจข่าว สมุทรปราการ press

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...