โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Emilia Pérez หนังที่เข้าชิงนับสิบรางวัล กับข้อถกเถียงโด่งดังท่ามกลางกลุ่มคนดู

The MATTER

อัพเดต 31 ม.ค. 2568 เวลา 04.30 น. • เผยแพร่ 30 ม.ค. 2568 เวลา 11.00 น. • Entertainment

อาชญากรรม หญิงข้ามเพศ และมิวสิคัล

กลายเป็นหนังอีกหนึ่งเรื่องที่แฟนหนังทั่วโลกจับตามองกันในช่วงนี้ กับ Emilia Pérez หนังสัญชาติฝรั่งเศส ที่นำเสนอประเด็นเกี่ยวกับการค้ายาเสพติด อาชญากรรม และหญิงข้ามเพศในรูปแบบมิวสิคัล

แม้จะเป็นส่วนผสมที่พบไม่บ่อยนัก แต่ตัวหนังก็ดึงดูดความสนใจจากผู้ชมและนักวิจารณ์ไม่น้อย ด้วยการเล่าเรื่องความรุนแรงและอาชญากรรมในลาตินอเมริกา ซึ่งอาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้หนังถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลและได้รับรางวัลในหลายเวที ไม่ว่าจะเป็น รางวัลลูกโลกทองคำ เทศกาลหนังเมืองคานส์ หรือกระทั่งสถาบันภาพยนตร์อเมริกัน (AFI) และครั้งล่าสุด กับการได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง ออสการ์ ครั้งที่ 97 ไปมากถึง 13 สาขา ซึ่งถือว่ามากสุดในปีนี้

จากกระแสการได้รับเสนอชื่อเข้าชิงในหลายสิบรางวัล ทำให้ฝั่งผู้ชมให้ความสนใจไม่แพ้กัน จนทำให้หลายคนอยากพิสูจน์ด้วยตาตัวเอง ทว่าเสียงตอบรับจากผู้ชมและนักวิจารณ์กลับมีความเห็นต่างกันอย่างชัดเจน โดยอิงจากคะแนนของ Letterboxd ซึ่งได้ไปเพียง 2.5/5 ส่วน Rotten Tomatoes ส่วนของผู้ชมอยู่ที่ 22 %

สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยรับชม Emilia Pérez นี่เป็นเรื่องราวของเจ้าพ่อแก๊งค้ายา ที่อยากจะลาออกจากวงการสีดำ ด้วยการแปลงเพศเป็นผู้หญิง ซึ่งเป็นของความใฝ่ฝันของตัวเขาอยู่แล้ว โดยมีอดีตทนายความคอยให้ความช่วยเหลือ จนเขาได้รับชีวิตใหม่ในฐาะหญิงข้ามเพศ ผู้ต้องการจะเปลี่ยนแปลงสังคมเม็กซิโก

แต่อะไรคือประเด็นที่ทำให้ Emilia Pérez กลายเป็นหนังที่ถูกพูดถึงและถกเถียงกันในวงกว้าง? แล้วเนื้อหาของหนังกำลังนำเสนออะไรให้ผู้ชมอย่างเรารับรู้บ้าง?

การนำเสนอภาพของคนข้ามเพศ

เมื่อสังคมสมัยใหม่ยอมรับและเปิดกว้างเรื่องความหลากหลาย ก็เป็นเสมือนประตูที่เปิดให้สื่อบันเทิงฉายแสงไปแก่กลุ่มคนผู้เคยถูกกีดกันในสังคม หนังจึงเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่เลือกหยิบเรื่องราวของพวกเขามาตีแผ่ในหลากหลายแง่มุมให้ผู้ชมได้เห็น

Emilia Pérez คือหนังอีกหนึ่งเรื่องที่เลือกหยิบเรื่องราวเกี่ยวกับความหลากหลายขึ้นมา อย่างที่ได้เกริ่นไปแล้วในเรื่องย่อของหนัง ว่านี่เป็นเรื่องราวของ ฆวน เดล มอนเต หรือ แมนิตัส (รับบทโดยคาร์ลา โซเฟีย กาสคอน) เจ้าพ่อแก๊งค้ายา ที่ต้องการแปลงเพศเพื่อให้ตนได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะผู้หญิง

“ผมไม่สามารถแก้ไขจิตวิญญาณของใครได้”

“แต่การแก้ไขร่างกายจะสามารถแก้ไขจิตวิญญาณ และการแก้ไขจิตวิญญาณ ก็จะสามารถแก้ไขสังคมได้เช่นกัน”

ประโยคสนทนาระหว่างคุณหมอผ่าตัดและริต้า (รับบทโดยโซเอ ซัลดัญญา) ผู้รับหน้าที่จัดการภารกิจการแปลงเพศของแมนิตัส ทั้งคู่กำลังโต้เถียงกันถึงการผ่าตัดแปลงเพศในครั้งนี้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่ทำให้ผู้ชมหลายคน โดยเฉพาะผู้ชมที่เป็นคนข้ามเพศ ตั้งข้อสงสัยต่อบทสนทนาดังกล่าว

ทิลลี่ บริดจ์ (Tilly Bridge) เจ้าของเว็บไซต์ Tilly's Trans Tuesdays แสดงความคิดเห็นต่อฉากนี้ในหนังว่า “ทำไมถึงต้องแก้ไขจิตวิญญาณของคนที่เป็นคนข้ามเพศ? แล้วการช่วยเหลือคนข้ามเพศ จะสามารถช่วยเหลือสังคมได้อย่างไร? การทำเพื่อสังคมไม่ใช่หน้าที่ของคนข้ามเพศ ซึ่งคนข้ามเพศทุกคนต้องการมีอยู่ในฐานะตัวของตัวเองเท่านั้น ไม่ใช่เพื่อจุดประสงค์อะไร”

ตัวหนังที่พยายามนำเสนอให้ถึงการเปลี่ยนแปลงตัวตนของแมนิตัส พร้อมกับความพยายามลบเลือนอดีตของตนเอง ผ่านการใช้การเป็นผู้หญิงข้ามเพศเป็นจุดเปลี่ยนสำหรับการเริ่มต้นใหม่ เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมตามความต้องการของตัวเธอเอง

การเปลี่ยนแปลงร่างกายและอัตลักษณ์ทางเพศสามารถละทิ้งอดีตได้หรือไม่? คือคำถามที่ อาเมเลีย แฮนส์ฟอร์ด (Amelia Hansford) นักวิจารณ์ผู้เป็นคนข้ามเพศ จากเว็บไซต์ข่าว LGBTQ+ อย่าง PinkNews สงสัย เธอมองว่า Emilia Pérez พยายามใช้การแปลงเพศ เป็นสัญญะของการสำนักผิดต่อบาปในอดีต สำหรับเธอแล้ว การแปลงเพศไม่ใช่การตัดสินใจทางศีลธรรม และการเปลี่ยนแปลงบนร่างกาย มิอาจลบเลือนอดีตได้แต่อย่างใด

การนำเสนอภาพของคนข้ามเพศใน Emilia Pérez จึงไม่เพียงแต่สะท้อนถึงข้อถกเถียงภายในเนื้อหาของหนัง แต่ยังอาจส่งผลต่อการรับรู้ของสังคมในภาพรวมได้ นี่จึงเป็นหนึ่งในสิ่งที่ผู้ชมหลายคนมองว่าน่าเป็นกังวล

การนำเสนอภาพจำแบบเหมารวมเกี่ยวกับเม็กซิโก

เมื่อพูดถึงประเทศเม็กซิโก นึกถึงสิ่งใดกันบ้าง แล้วมีภาพจำเหล่านี้มาจากไหน?

เชื่อว่าหนังมีส่วนสำคัญไม่น้อยในการสร้างภาพจำแก่ผู้ชมต่อสิ่งของหรือสถานที่ต่างๆ เม็กซิโกเอง ก็ถือเป็นประเทศที่หนังจำนวนไม่น้อยเลือกใช้เป็นฉากหลัง ไม่ว่าจะเป็น Frida (2002),Nacho Libre (2006), Coco (2017) และแน่นอนว่า Emilia Pérez ก็ด้วยเช่นกัน

การเลือกใช้เม็กซิโกเป็นฉากหลัง ถ่ายทอดสภาพบ้านเมือง ผู้คน และวัฒนธรรม เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของตัวละครแมนิตัสในการผ่าตัดแปลงเพศ เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมและเปลี่ยนแปลงสังคม

ทว่าเนื้อหาที่หนังนำเสนออกมา กลับสร้างความไม่พอใจให้กับชาวเม็กซิโกไม่น้อยเลยทีเดียว อย่างเช่น เอคตอร์ กูอิเยน (Héctor Guillén) นักเขียนบทชาวเม็กซิโก ได้ออกมาโพสต์ผ่าน X ส่วนตัวของตน พร้อมให้สัมภาษณ์กับทาง BBC ถึงความไม่พอใจต่อตัวหนัง ซึ่งได้รับการเข้าชิงหลายรางวัลในช่วงที่ผ่านมา เพราะหนังเลือกหยิบประเด็นอ่อนไหวอย่างสงครามยาเสพติด สงครามครั้งใหญ่ของประเทศที่คร่าชีวิตผู้คนไปหลายแสน และสร้างความเจ็บปวดให้ชาวเม็กซิกันอีกมาก นำมาถ่ายทอดในรูปแบบมิวสิคัล ซึ่งอาจทำให้ดูเหมือนเป็นการลดทอนความรุนแรงของเหตุการณ์ลง

สิ่งนี้เองก็ได้สอดคล้องไปกับข้อเท็จจริงที่ว่า ฌาค ออดิยาร์ (Jacques Audiard) ผู้เขียนบทและผู้กำกับของ Emilia Pérez เป็นชาวฝรั่งเศส และถ่ายทำเกือบทุกฉากในสตูดิโอที่ฝรั่งเศส แถมทีมงานและนักแสดงนำแทบทั้งหมดไม่ใช่ชาวเม็กซิกันด้วย จึงกลายเป็นจุดสำคัญที่เอคเตอร์ กูอิเยนและชาวเม็กซิกันอีกหลายคนไม่พึงพอใจ เนื่องจาก ตัวหนังที่ถ่ายทอดความเป็นเม็กซิกัน แต่กลับมีองค์ประกอบภายในที่ห่างกับเม็กซิโกพอสมควร

ถึงอย่างนั้น ใช่ว่าชาวเม็กซิกันจะไม่พอใจกับ Emilia Pérez ไปเสียทั้งหมด ชาวเม็กซิกันอีกจำนวนไม่น้อยได้ให้สัมภาษณ์กับทาง สำนักข่าว AP ว่า การนำเสนอเนื้อหาความรุนแรงในหนังเรื่องนี้ จะสามารถกระตุ้นให้รัฐบาลและสังคมเม็กซิโกจริงจังกับเรื่องนี้มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้บุคคลภายนอกผู้ไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ ได้พอรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในประเทศเม็กซิโกได้ไม่มากก็น้อย

ท้ายที่สุด ข้อวิจารณ์เหล่านี้เป็นมุมมองที่ผู้ชมถกเถียงและแลกเปลี่ยนกันหลังจากชม Emilia Pérez อาจจะมีทั้งที่ชื่นชอบและไม่ไม่ชื่นชอบ แตกต่างกันไป

ใครเคยดู Emilia Pérez แล้วคิดเห็นว่ายังไงกันบ้าง มีประเด็นไหนของหนังที่น่าหยิบมาพูดคุยกันต่ออีกไหม มาแชร์กันได้นะ

อ้างอิงจาก

tillystranstuesdays.com

yahoo.com

apnews.com

bbc.com

thepinknews.com

Editorial Staff: Runchana Siripraphasuk

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...