โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

นักวิชาการ เรียกร้องรัฐบาล ควรมีบทบาทส่งเสริม “การท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ”

เส้นทางเศรษฐี

อัพเดต 15 ม.ค. 2568 เวลา 08.42 น. • เผยแพร่ 15 ม.ค. 2568 เวลา 06.50 น.

นักวิชาการ เรียกร้องรัฐบาล ควรมีบทบาทส่งเสริม “การท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ”

ดร.พัฒน์ธีรา พันธราธร อาจารย์ประจำสาขาวิชาการจัดการการท่องเที่ยวและการบริการ วิทยาลัยการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการบริการ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า ยุคปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปัญหาสิ่งแวดล้อม กลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทั่วโลกให้ความสนใจอย่างมาก อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เป็นหนึ่งในภาคส่วนที่ใช้พลังงานสูงและปล่อยคาร์บอนจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ประกอบกับแนวโน้มพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่ปี 2564 และหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 นักท่องเที่ยวหันมาให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น การท่องเที่ยวจึงควรเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจที่ยั่งยืน แนวทางหนึ่งที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นคือ การท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Tourism) ซึ่งเน้นลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในแหล่งรายได้หลักของประเทศไทย แต่ขณะเดียวกัน ก็เป็นสาเหตุสำคัญของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) โดยเฉพาะจากการขนส่ง โรงแรม และกิจกรรมต่างๆ ในจุดหมายปลายทาง การท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ จึงกลายเป็นแนวทางสำคัญในการลดผลกระทบเหล่านี้ และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs)

การใช้พลังงานทดแทน ระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ และการเดินทางในระยะใกล้ ล้วนช่วยลดการปล่อยคาร์บอนอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ การสนับสนุนสินค้าท้องถิ่นและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยังส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนและสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในหมู่นักท่องเที่ยว

รัฐบาลไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตระหนักถึงความสำคัญของการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ โดยมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 20-25% ภายในปี พ.ศ. 2573 และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2608 ผ่านแผนแม่บทการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (พ.ศ. 2555-2593) และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566-2570) ซึ่งเน้นเศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ (BCG Model)

รวมถึงแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566-2570) ที่ส่งเสริมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 2% ต่อปี และเพิ่มมาตรฐานความยั่งยืนในระดับสากล (GSTC) 30% ภายในปี 2570 โครงการต่างๆ เช่น “Eco-friendly Transport” และโครงการ “7 Greens” ได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและสมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย เพื่อช่วยให้ประเทศไทยก้าวสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality ในปี พ.ศ. 2593

ดร.พัฒน์ธีรา กล่าวต่อ แม้ว่า “การท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ” จะเป็นการท่องเที่ยวทางเลือกประเภทหนึ่ง ซึ่งเป็นทางเลือกสำคัญในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่สามารถลดปัญหาโลกร้อนสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ที่หลายประเทศทั่วโลกให้ความสนใจในการพัฒนารวมทั้งประเทศไทยด้วย

อย่างไรก็ตาม จุดหมายปลายทางหลายแห่งยังคงไม่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ และยังไม่ได้รับการแปลความในเรื่องของการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำอย่างถูกต้อง ทำให้ไม่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติอย่างกว้างขวางและอาจมีอุปสรรคหลายอย่าง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องตรวจสอบอุปสรรคที่ขัดขวางการพัฒนาการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำว่ามีอะไรบ้าง จากนั้นจึงพัฒนากลยุทธ์เพื่อลดอุปสรรคเหล่านั้นให้เหลือน้อยลงหรือหมดสิ้นไป

จากการศึกษางานวิจัยเรื่อง “Exploring Barriers to Low Carbon Tourism Development in Thailand : A Supply-Side Perspective” (Pantaratorn, P. et al, 2023) ได้เสนอแบบจำลอง BLTD (Barriers to Low Carbon Tourism Development) ซึ่งแบ่งอุปสรรคในการพัฒนาการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำในประเทศไทยออกเป็น 3 มิติหลัก ดังนี้

อุปสรรคที่เกี่ยวกับข้อจำกัดของโครงสร้าง (Structure Constraints) ประกอบด้วย ขาดธุรกิจบริการที่เป็นลักษณะคาร์บอนต่ำที่เพียงพอ งบประมาณจำกัดในการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โครงสร้างพื้นฐาน เช่น สถานีชาร์จไฟฟ้า และระบบขนส่งมวลชนยังไม่เพียงพอ การขาดการสนับสนุนจากภาครัฐและระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และขาดแพลตฟอร์มหรือแอปพลิเคชันที่เป็นศูนย์กลางด้านฐานข้อมูลการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ

อุปสรรคที่เกี่ยวกับข้อจำกัดภายในตัวบุคคล (Intrapersonal Constraints) ประกอบด้วย การขาดความรู้และความตระหนักเกี่ยวกับการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ ไม่มีแผนงานหรือแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนในองค์กร การทำงานไม่ต่อเนื่องและขาดการติดตามผล

และ อุปสรรคที่เกี่ยวกับข้อจำกัดระหว่างตัวบุคคล (Interpersonal Constraints) ประกอบด้วย ปัญหาการสื่อสารและภาษาระหว่างหน่วยงาน ความไม่พร้อมขององค์กรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการร่วมมือพัฒนา ความขัดแย้งระหว่างผลประโยชน์ของภาคส่วนต่างๆ และการขาดหลักสูตรการเรียนการสอนเกี่ยวกับการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ

แม้ว่าการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำจะเป็นแนวทางที่น่าสนใจ แต่การนำไปปฏิบัติยังคงต้องเผชิญกับอุปสรรคหลายประการ อุปสรรคที่เกี่ยวกับข้อจำกัดด้านต่างๆ เหล่านี้จะเป็นสิ่งที่เรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดนโยบาย หน่วยงานรัฐบาล สถาบันการศึกษา ภาคเอกชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะต้องมีแนวทางแบบองค์รวม ต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการพัฒนากลยุทธ์ที่เป็นรูปธรรม รัฐบาล ควรมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนทางการเงินและนโยบายเพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนแปลง

ในอนาคต การท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ ควรถูกบูรณาการเข้ากับแผนพัฒนาการท่องเที่ยวทั้งในระดับชาติและท้องถิ่น พร้อมทั้งวิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอน จะช่วยผลักดันการเปลี่ยนแปลงสู่การท่องเที่ยวที่ยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นักวิชาการ เรียกร้องรัฐบาล ควรมีบทบาทส่งเสริม “การท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.sentangsedtee.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...