โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฮาร์วีย์ มิลค์ นักการเมืองอเมริกาผู้ยืนหยัดในรสนิยมทางเพศ

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 23 ม.ค. 2568 เวลา 11.35 น. • เผยแพร่ 23 ม.ค. 2568 เวลา 10.50 น.
ฮาร์วีย์ มิลค์ (ภาพจาก : www.history.com)

ฮาร์วีย์ มิลค์ ผู้ยืนหยัดในรสนิยมทางเพศจนได้เป็นนักการเมืองของอเมริกา

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลาย ๆ ท่านคงพบเห็นกระแสสังคม การเรียกร้องสิทธิของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งเมื่อย้อนกลับไป 40-50 ปีที่แล้ว การเรียกร้องเหล่านี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก รวมไปถึงสหรัฐอเมริกา ที่ปัจจุบันคนมองว่าเป็นดินแดนแห่งเสรีภาพ แต่มีคนคนหนึ่งที่ยืนหยัดในอัตลักษณ์ของตน จนได้รับเลือกให้เป็นนักการเมืองคนแรกของสหรัฐอเมริกา ซึ่งนิยามตนเองว่าเป็นเกย์ นั่นคือ “ฮาร์วีย์ มิลค์”(Harvey Milk)

ฮาร์วีย์ มิลค์ เกิดวันที่ 22 พฤษภาคม ปี 1930 ที่วูดมีร์ นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา (Woodmere, New York, U.S.A) ฮาร์วีย์เกิดในครอบครัวชาวยิว ชนชั้นกลาง ตอนมัธยมเขาศึกษาอยู่ในโรงเรียนมัธยมเบย์ชอร์ (Bayshore high school) และช่วงเวลานี้ ฮาร์วีย์ก็ได้ค้นพบอัตลักษณ์ทางเพศของตัวเองว่าเขาเป็นเกย์

ขณะเรียนอยู่ที่วิทยาลัยครูแห่งรัฐนิวยอร์ก (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยรัฐในนิวยอร์ก) ฮาร์วีย์เริ่มสนใจประเด็นความหลากหลายทางสังคม เขาได้เขียนคอลัมน์แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ และจบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในปี 1951

หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาตัดสินใจเข้าร่วมกับกองทัพเรือ และรับหน้าที่เป็นครูสอนดำน้ำในฐานทัพซานดิเอโก ช่วงสงครามเกาหลี แต่ต้องลาออกเพราะโดนจับได้ว่าเขามีเพศสัมพันธ์กับทหารชายคนอื่น ๆ

หลังจากลาออกจากกองทัพเรือ เขาเข้ามาทำงานอื่น ๆ มากมายในนิวยอร์ก เช่น ครูในโรงเรียนมัธยม นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ รวมถึงผู้ช่วยผู้อำนวยการสร้างละครบรอดเวย์

ในปี 1960 จนถึงต้นปี 1970 ฮาร์วีย์มีส่วนร่วมทางการเมืองและเรียกร้องสิทธิมากขึ้น โดยร่วมขบวนต่อต้านสงครามเวียดนาม เพราะชาวอเมริกันไม่พอใจกับการสูญเสียที่เกิดขึ้นจากสงคราม ทั้งงบประมาณที่มาจากภาษี ทั้งทหารจากการไปในสงคราม

ฮาร์วีย์เริ่มเบื่อหน่ายชีวิตในนิวยอร์ก จึงย้ายมาอยู่เมืองซานฟรานซิสโก (San Francisco) ในปลายปี 1972 เปิดร้านขายกล้องเพื่อดำรงชีวิตในแถบถนนคาสโทร (Castro Street) ด้วยอารมณ์ขันบวกกับเป็นคนอัธยาศัยดี เขาจึงกลายเป็นที่รักของคนในชุมชน ในระยะเวลาไม่ถึงปี

ต่อมาในปี 1973 ฮาร์วีย์ประกาศลงสมัครเป็นผู้แทนคณะกรรมการดูแลเมือง แต่น่าเสียดายที่การเลือกตั้งในครั้งนี้ เขาพ่ายแพ้การเลือกตั้ง

แต่เมื่อมีพ่อค้าบางคนในพื้นที่พยายามขัดขวางพ่อค้าชายที่เป็นเกย์ 2 คนไม่ให้ขายของ ฮาร์วีย์และพ่อค้าคนอื่นจึงก่อตั้งสมาคมคาสโทรวิลเลจในปี 1974 เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาในพื้นที่มากขึ้น โดยมีฮาร์วีย์เป็นประธานชมรม การจัดตั้งสมาคมประสบความสำเร็จมากจนกลายเป็นฐานอำนาจให้กับพ่อค้าแม่ค้าชาว LGBTQ+ และถือว่าสมาคมนี้เป็นองค์กรแรกของธุรกิจการค้าของชาว LGBTQ+ รวมถึงเป็นต้นแบบด้านการค้าให้กับชุมชน LGBTQ+ อื่น ๆ ในสหรัฐอเมริกา

ในปี 1975 เขาลงสมัครอีกครั้งในตำแหน่งสมาชิกสภาเมืองซานฟรานซิสโก แต่ก็แพ้ไปด้วยคะแนนที่ฉิวเฉียด แม้แพ้การเลือกตั้งครั้งนี้ แต่เขาได้รับเลือกให้เป็นโฆษกทางการเมืองของชุมชนเกย์

ปี 1977 จอร์จ มอสโคน (Mayor George Moscone) ที่เป็นทั้งเพื่อนสนิทและนายกเทศมนตรีซานฟรานซิสโก ได้ให้เขาดำรงตำแหน่งคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ท้องถิ่น จากนั้นเขาลงเลือกตั้งเป็นครั้งที่ 3 และคว้าชัยชนะมาได้ โดยขึ้นดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาเมืองซานฟรานซิสโกเมื่อ 9 มกราคม ปี 1978

ทำให้ฮาร์วีย์กลายเป็นนักการเมือง ผู้นิยามตนเองว่าเป็นเกย์คนแรกของสหรัฐอเมริกา?

หลังจากดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาเมืองซานฟรานซิสโก ฮาร์วีย์ไม่เพียงแค่เรียกร้องสิทธิให้กับชาว LGBTQ+ แต่ยังช่วยเหลือคนทุกคนไม่จำกัดเพศ ทั้งจัดตั้งศูนย์ดูแลเด็ก ๆ ที่คุณแม่ต้องไปทำงาน รวมถึงบริการต่าง ๆ ในเมือง อีกทั้งยังพูดถึงปัญหาในระดับรัฐและระดับชาติ เกี่ยวกับผู้หญิง LGBTQ+ ชนกลุ่มน้อยทางเชื้อชาติ ชาติพันธุ์ ชนที่ถูกละเลย

หนึ่งในนั้นคือ การลงคะแนนคัดค้านมาตราที่ 6 ที่จะบังคับให้ครูที่เป็นกลุ่มเพศทางเลือกออกจากโรงเรียนของรัฐ และด้วยเสียงคัดค้านอันแข็งแกร่งของฮาร์วีย์และคนอื่น ๆ ทำให้การลงคะแนนครั้งนี้พ่ายแพ้ไป

หนึ่งในสุนทรพจน์ของเขาได้พูดเอาไว้ว่า “พวกเราออกมาเพื่อต่อสู้กับคำโกหก ข้อกล่าวหา และการบิดเบือน พวกเราออกมาเพื่อบอกความจริงเกี่ยวกับเกย์ เพราะฉันเบื่อหน่ายกับการสมรู้ร่วมคิดแห่งความเงียบ ฉันจะพูดถึงเรื่องนี้ และฉันต้องการให้คุณพูดถึงมัน คุณต้องออกมา”

แน่นอนว่ามีคนรัก ก็ย่อมมีคนไม่พอใจกับกลุ่มต่อต้านคนที่มีความหลากหลาย ทำให้เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ปี 1978 เกิดเหตุการณ์ที่สะเทือนจิตใจของผู้คนในชุมชนเพศหลากหลาย เมื่อมีมือปืนอย่าง แดน ไวท์ ที่ต่อต้านผู้คนที่มีความหลากหลายทางเพศ ได้ลอบสังหารจอร์จ มอสโคน และฮาร์วีย์ มิลค์ ทำให้เขาเสียชีวิตในวัยเพียง 48 ปี เท่านั้น

ฮาร์วีย์รับรู้ถึงสัญญาณอันตรายเสมอ เนื่องจากได้รับจดหมายข่มขู่ตลอดการดำรงตำแหน่ง จึงได้เขียนพินัยกรรมไว้หลายฉบับ รวมถึงบันทึกเสียงของตนในเทป โดยหนึ่งในเทปที่มีชื่อเสียงของเขามีใจความว่า “ขอให้กระสุนที่ทะลุสมองของฉัน ทำลายประตูตู้เสื้อผ้าทุกบาน” เปรียบเสมือนเมื่อเขาเสียชีวิตลง ขอให้ทุกคนออกมาเปิดเผยตัวตนและใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเพศไหนก็ตาม

แม้ฮาร์วีย์จะเสียชีวิต แต่แนวคิดยังคงอยู่ โดยมี สจวต มิลค์ (Stuart Milk) หลานชายของเขาเป็นผู้สานต่อ เช่น การเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิกลุ่มคนหลากหลายทางเพศ การเมืองที่หลากหลายที่รับกลุ่ม LGBTQ+ เข้ามาอยู่ในการเมืองมากขึ้น

นอกจากนี้ เรื่องราวในชีวิตของเขายังถูกนำเสนอในภาพยนต์อย่าง “Milk”ในปี 2008 ที่ได้ถูกเสนอชื่อเข้ารับรางวัลออสการ์มากถึง 8 สาขา

ฮาร์วีย์ มิลค์ จึงไม่ได้เป็นเพียงนักการเมือง แต่ยังเปรียบเสมือนฮีโร่ของชุมชน LGBTQ+ และเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนทั่วโลกสู้เพื่อความเท่าเทียม เพื่อที่คนเหล่านั้นจะได้ต่อสู้เพื่อสิทธิของตัวเองเหมือนที่ฮาร์วีย์สู้จนนาทีสุดท้ายในชีวิตของตน

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

https://milkfoundation.org/about/harvey-milk-biography

https://www.britannica.com/biography/Harvey-Milk

https://www.biography.com/political-figures/harvey-milk

https://library.law.howard.edu/civilrightshistory/lgbtq/harveymilk

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 23 มกราคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ฮาร์วีย์ มิลค์ นักการเมืองอเมริกาผู้ยืนหยัดในรสนิยมทางเพศ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...