โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มข. นำร่องชุมชนต้นแบบ แปรรูป ‘ถ่านอัดแท่ง’ จากใบและชานอ้อย สร้างรายได้ ลดการเผา-PM 2.5

77kaoded

อัพเดต 24 ม.ค. 2568 เวลา 12.42 น. • เผยแพร่ 24 ม.ค. 2568 เวลา 04.24 น. • 77Kaoded

จากวิกฤตฝุ่นควัน PM 2.5 ซึ่งกลายเป็นปัญหาระดับชาติ หนึ่งในต้นตอสำคัญคือการเผาไร่อ้อยเพื่อเตรียมการเพาะปลูกใหม่ โดยข้อมูลในปี 2565 ระบุว่ามีใบอ้อยเหลือทิ้งและถูกเผาในไร่กว่า 12 ล้านตัน ซึ่งนอกจากจะสร้างมลพิษทางอากาศแล้วยังเป็นการสูญเสียโอกาสในการเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือใช้ รัฐบาลจึงผลักดันโครงการส่งเสริมเกษตรกรให้นำใบอ้อยและเถ้าชานอ้อยมาสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีมูลค่า เพื่อลดมลพิษและสร้างรายได้ควบคู่กัน

สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย กระทรวงอุตสาหกรรม จับมือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีคณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ และ สำนักบริการวิชาการ ร่วมจัดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ในการพัฒนาระบบการสร้างต้นแบบผลิตภัณฑ์จากใบอ้อยและเถ้าชานอ้อย ภายใต้โครงการ “ชุมชนต้นแบบเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์จากวัสดุเหลือใช้” ณ บ้านท่าชัย ตำบลท่าชัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2568

รศ.ดร.ศุภสิทธิ์ คนใหญ่ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ สำนักบริการวิชาการ เปิดเผยว่า โครงการนี้มุ่งสร้างต้นแบบชุมชนที่สามารถนำวัสดุเหลือใช้ เช่น ใบอ้อยและเถ้าชานอ้อย มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่า อาทิ ถ่านอัดแท่งที่มีค่าความร้อนสูงและควันน้อย ซึ่งได้รับการพัฒนาจากงานวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยได้เลือกบ้านท่าชัยเป็นชุมชนต้นแบบ เนื่องจากมีความพร้อมด้านทรัพยากรและชุมชน และได้รับการสนับสนุนจากศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายภาคที่ 2 (ศอภ.2) โดยการฝึกอบรมครั้งนี้ช่วยเพิ่มความเข้าใจให้เกษตรกรในกระบวนการแปรรูปวัสดุเหลือใช้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ตลาดต้องการ ตั้งแต่ การจัดหาวัตถุดิบ การผสม การอัดแท่ง การลดความชื้น และการบรรจุภัณฑ์ อีกทั้งยังเป็นต้นแบบให้ชุมชนอื่นๆ ได้นำไปปรับใช้ โดยเน้นการสร้างอาชีพที่ยั่งยืน ลดการเผาพื้นที่การเกษตร ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของ PM 2.5

โครงการดังกล่าวยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) หลายมิติ เช่น การส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ (SDG 8) การสร้างนวัตกรรมในอุตสาหกรรม (SDG 9) การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (SDG 13) และการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ (SDG 17) โดยผลสำเร็จจากชุมชนต้นแบบนี้คาดว่าจะสามารถนำไปต่อยอดสู่พื้นที่อื่นๆ เพื่อสร้างเศรษฐกิจพลังงานทดแทนระดับชุมชน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ พร้อมสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลที่ยั่งยืนต่อไป “โครงการนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการนำทรัพยากรที่เหลือใช้มาสร้างคุณค่า ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืนอีกด้วย” รศ.ดร.ศุภสิทธิ์ กล่าวปิดท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...