โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

เฉลยแล้ว! ยางรถยนต์ 1 เส้น สามารถใช้งานได้นานกี่ปีถึงเปลี่ยน

สยามนิวส์

อัพเดต 03 พ.ย. 2567 เวลา 01.49 น. • เผยแพร่ 03 พ.ย. 2567 เวลา 01.42 น. • สยามนิวส์
เฉลยแล้ว! ยางรถยนต์ 1 เส้น สามารถใช้งานได้นานกี่ปีถึงเปลี่ยน

ยางรถยนต์เป็นชิ้นส่วนที่มีอายุการใช้งานไม่ต่างไปจากชิ้นส่วนอื่นๆ ของรถยนต์ แถมยังมีการใช้งานหนักมาก ๆ ด้วย แต่เคยมีใครสงสัยบ้างหรือไม่ว่า แล้วยางรถยนต์แต่ละเส้นที่เราใช้งานในทุก ๆ วันเนี่ย มันสามารถใช้งานได้กี่กิโลเมตร หรือกี่ปี จึงจะต้องเปลี่ยนใหม่ วันนี้เราจะพาทุกคนที่สงสัย ไปหาคำตอบกัน

สำหรับ อายุการใช้งานของยางรถยนต์นั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ใช่แค่ระยะเวลาเป็นปีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงระยะทางที่ขับขี่ สภาพการใช้งาน และการบำรุงรักษา รวม ๆ กัน แต่โดยทั่วไปแล้ว ยางรถยนต์จะมีอายุการใช้งานประมาณ 3 - 5 ปี หรือ 50,000 - 80,000 กิโลเมตร แต่ก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพการใช้งานจริง

ส่วนปัจจัยที่ส่งผลให้อายุการใช้งานยางรถยนต์สั้นลง เช่น การเร่งเครื่องอย่างรุนแรง การเบรกกะทันหัน และการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุที่ทำให้อายุการใช้งานสั้นลง รวมถึงการขับขี่บนถนนที่ขรุขระ มีเศษหิน หรือมีหลุมบ่อ จะทำให้ยางสึกหรอได้เร็วขึ้นเช่นกัน

ทั้งนี้ ยังมี 4 วิธีสังเกตว่ายางรถยนต์ควรเปลี่ยนใหม่

1. ดอกยาง

ดอกยางสึกหรอจนเหลือต่ำกว่า 1.6 มิลลิเมตร หรือมองเห็นเส้นบอกระดับการสึกหรอได้ชัดเจน

2. รอยแตกบนแก้มยาง

มีรอยแตกหรือรอยบาดที่เห็นได้ชัด โดยเฉพาะบริเวณแก้มยาง ซึ่งมีโอกาสเสี่ยงต่อการระเบิดได้ง่าย

3. ยางบวม

ยางมีอาการบวมปูดจนมองเห็นได้ และก่อให้เกิดอาการสั่นขณะรถวิ่ง

4. ลมยางอ่อนบ่อย

หากพบว่ายางรถยนต์มีอาการลมยางอ่อนบ่อยครั้ง อาจเป็นเพราะการรั่วซึมจากตะปูที่ทิ่มค้างอยู่บริเวณหน้ายาง

อย่างไรก็ตาม หากพบว่ายางเริ่มมีการเสื่อมสภาพ ยางแข็ง แตกลายงา หรือมีการฉีกบริเวณแก้มยาง ก็ควรรีบเปลี่ยนยางเส้นใหม่ทันที นอกจาก จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่แล้ว ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเกาะถนน และลดเสียงรบกวนจากยางเก่าได้อีกด้วย

ขอบคุณข้อมูล sanook.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...