โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Group-IB เผย 8 เทรนด์ ภัยคุกคามที่ธุรกิจ ต้องรู้ในปี พ.ศ. 2568

การเงินธนาคาร

อัพเดต 04 ก.พ. 2568 เวลา 11.45 น. • เผยแพร่ 04 ก.พ. 2568 เวลา 04.45 น.

ในยุคที่โลกดิจิทัลและโลกจริงผสานกัน ความเปลี่ยนแปลงในโลกหนึ่งส่งผลกระทบต่ออีกโลกหนึ่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ทำให้ความร่วมมือระหว่างประเทศด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ลดลง ในขณะที่ภัยคุกคามทางไซเบอร์กลับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นี่คือ 8 ภัยคุกคามสำคัญที่ธุรกิจต้องเตรียมรับมือในปี พ.ศ. 2568

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 นายดมิทรี วอลคอฟ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Group-IB เปิดเผยว่า ในยุคที่โลกดิจิทัลและโลกแห่งความจริงเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก การเปลี่ยนแปลงในโลกหนึ่งย่อมส่งผลกระทบต่ออีกโลกหนึ่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งจากการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คน นวัตกรรม และความร่วมมือต่าง ๆ

แต่ในขณะที่เราก้าวเข้าสู่โลกดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ความร่วมมือระดับโลกกลับสั่นคลอนจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ หลายประเทศให้ความสำคัญกับความมั่นคงของตนเอง โดยพยายามจำกัดโครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูล และบริการที่สำคัญให้อยู่ภายในประเทศของตน

อย่างไรก็ตาม แม้การลดการพึ่งพาระหว่างกัน (deglobalisation) และอธิปไตยทางดิจิทัล (digital sovereignty) จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง แต่ความปลอดภัยกลับถูกมองข้ามไป ความคิดที่ว่าระบบที่อยู่ภายในประเทศปลอดภัยกว่า กลายเป็นอุปสรรคต่อความร่วมมือระดับโลกในการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์

อาชญากรรมไซเบอร์นั้นไร้พรมแดน การป้องกันที่มีประสิทธิภาพย่อมเกิดขึ้นไม่ได้ หากปราศจากการแบ่งปันข้อมูลเชิงลึก การพัฒนาแนวทางการป้องกัน รวมถึงการวางกลยุทธ์เพื่อตอบสนองต่อภัยคุกคามที่เกิดขึ้น

8 ภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ธุรกิจต้องรู้ในปี พ.ศ. 2568

1. การล่อลวงและโจมตีทางไซเบอร์โดยใช้ AI

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญต่อธุรกิจและโครงสร้างพื้นฐาน แต่ในขณะเดียวกัน ความเสี่ยงจากการถูกโจมตี การรั่วไหลของข้อมูล การบิดเบือนข้อมูล และภัยคุกคามอื่น ๆ ก็เพิ่มสูงขึ้น การนำ AI มาใช้มากขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่มาตรการด้านความปลอดภัยยังตามไม่ทัน เป็นการเปิดช่องโหว่ให้ข้อมูลสำคัญตกอยู่ในความเสี่ยง Generative AI (GenAI) และโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) กำลังกลายเป็นอาวุธใหม่ของบริการอาชญากรรมไซเบอร์ (CaaS) โดยทำให้สามารถสร้างและโจมตีทางไซเบอร์ได้อย่างอัตโนมัติ

2. การจารกรรมทางไซเบอร์ การก่อวินาศกรรม และการกระทำที่เป็นภัยคุกคามต่อประเทศที่เพิ่มมากขึ้น

ความอ่อนไหวทางภูมิรัฐศาสตร์ทำให้เกิดการกระทำที่เป็นภัยคุกคามทางไซเบอร์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแฮ็กข้อมูล การใช้สปายแวร์ การโจมตีระบบโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการทำให้ระบบซัพพลายเชนต้องหยุดชะงัก ความเสียหายจากการกระทำดังกล่าวอาจสร้างหายนะมากขึ้น การรวมศูนย์ทุกอย่างไว้ที่เดียวโดยไม่มีระบบสำรองที่เหมาะสม ยิ่งเหมือนเปิดช่องให้ประเทศต่าง ๆ กลายเป็นเป้าหมายของการโจมตีได้ง่ายขึ้น

3. เทคโนโลยี deepfake และสื่อสังเคราะห์ (synthetic media)

Deepfake มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและกำลังกลายเป็นเครื่องมือในการบิดเบือนข้อมูล การละเมิดตราสินค้า การฉ้อโกง หรือแม้แต่การละเมิดความเป็นส่วนตัว สื่อสังเคราะห์และ deepfakes สามารถเปลี่ยนทั้งเสียง ภาพ และส่วนประกอบของข้อความต่าง ๆ เพื่อล่อลวงหรือชักจูงให้ผู้ชมหรือผู้ฟังทำอะไรบางอย่าง Deepfake ยังเป็นความท้าทายต่อระบบตรวจสอบข้อมูลชีวภาพมากขึ้นเรื่อย ๆ

4. กลโกงรูปแบบใหม่ ภัยคุกคามที่เปลี่ยนไวและขยายตัวเร็ว

มิจฉาชีพยุคใหม่กำลังคิดวิธีการนำ AI มาใช้สร้างกลโกงอัตโนมัติ ทำการฉ้อโกงทางการตลาด และใช้ AI ช่วยกระจายการหลอกลวงต่าง ๆ มีการนำเทคโนโลยี deepfake การโจมตีทางวิศวกรรมสังคม อีเมล แชทอัตโนมัติ และการโทรหลอกลวง มาใช้สร้างแพลตฟอร์มการฉ้อโกง การหลอกลวงที่เพิ่มขึ้นสร้างความเสียหายมหาศาลหลายพันล้านเหรียญสหรัฐฯ

5. การเจาะระบบอัตโนมัติ

เทคโนโลยีอัตโนมัติกำลังมาแรง และแน่นอนว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์จึงสำคัญมากขึ้นตามมา แฮกเกอร์ใช้โอกาสจากความสามารถในการคาดเดาของ AI ในการโจมตี เช่น ใช้เทคนิค Adversarial จัดการข้อมูล หาช่องโหว่ และบุกรุกระบบโดยไม่ถูกตรวจจับ

6. "เพื่อนบ้าน" อาจกลายเป็นจุดอ่อนของคุณ

ภัยไซเบอร์รูปแบบใหม่ "เพื่อนบ้าน" อาจกลายเป็นจุดอ่อนที่ทำให้ถูกโจมตีได้ การดูแลระบบภายในอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะภัยคุกคามที่เรียกว่า "nearest neighbor attacks" กำลังมาแรง แฮกเกอร์จะใช้ช่องโหว่ของระบบพาร์ทเนอร์ในซัพพลายเชนเป็นทางเข้าโจมตีแบบโดมิโน

7. คลาวด์ เป้าหมายใหม่ของอาชญากรไซเบอร์

ธุรกิจต่าง ๆ กำลังย้ายระบบไปยังคลาวด์ การย้ายระบบขึ้นคลาวด์ แม้จะนำมาซึ่งประโยชน์มากมาย แต่ก็เต็มไปด้วยความท้าทายด้านความปลอดภัย เช่น ช่องโหว่ที่เกิดขณะทำการย้ายข้อมูล การตั้งค่าความปลอดภัยเครือข่ายที่ไม่ถูกต้อง API ที่ไม่ปลอดภัย ข้อบกพร่องในการจัดการสิทธิ์การเข้าถึง และการเข้ารหัสที่ไม่รัดกุม

8. ใช้การตรวจสอบแบบปรับเปลี่ยนได้ (adaptive verification) ป้องกันการการโจมตีที่มุ่งไปยังข้อมูลประจำตัว

การมีปฏิสัมพันธ์ทางออนไลน์กับผู้ใช้ที่เป็นตัวจริงเป็นสิ่งสำคัญมาก การรักษาความปลอดภัยแบบเดิม ๆ ไม่สามารถรับมือกับการโจมตีแบบ Identity-based ที่มุ่งเป้าไปที่การขโมยข้อมูลประจำตัวของผู้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การตรวจสอบแบบปรับเปลี่ยนได้ (adaptive verification) จึงเป็นแนวทางใหม่ที่น่าสนใจ

สร้างความยืดหยุ่นเพื่อต่อกรกับการโจมตีที่ขยายวงกว้างขึ้น

แม้ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ที่รัดกุมจะเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจในปัจจุบัน แต่ธุรกิจจำนวนมากยังขาดกลยุทธ์หรือกรอบการทำงานด้านความปลอดภัยไซเบอร์ที่เหมาะสม มีเพียงมาตรการป้องกันขั้นพื้นฐานเท่านั้น ความยืดหยุ่นเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในเวลานี้ องค์กรต่าง ๆ ต้องปรับตัวและเตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคามที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยผสมผสานเทคโนโลยี ความเชี่ยวชาญของมนุษย์ และกลยุทธ์ที่แข็งแกร่งเข้าไว้ด้วยกัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ แวดวงเทคโนโลยี ทั่วโลก ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...