โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุดระทึกบนเครื่องบิน หนุ่มแรงงานไทยกลับจากไต้หวัน จู่ๆ หลอนจะไปเปิดประตูฉุกเฉิน

Khaosod

อัพเดต 19 ธ.ค. 2567 เวลา 15.29 น. • เผยแพร่ 19 ธ.ค. 2567 เวลา 15.29 น.

สุดระทึกบนเครื่องบิน หนุ่มแรงงานไทยกลับจากไต้หวัน จู่ๆ หลอนจะไปเปิดประตูฉุกเฉิน ผู้โดยสารช่วยกันตัวมัดกับเก้าอี้ทุลักทุเล

วันที่ 19 ธ.ค.67 สมาชิก TikTok @yao1926.new โพสต์คลิปสุดระทึก หลังมีแรงงานไทยที่ทำไปงานที่ไต้หวัน จู่ๆ เกิดอาการหลอนบนเครื่องบิน จนต้องช่วยกันจับตัวอย่างทุลักทุเล โดยระบุว่า

เกิดเหตุระทึกพี่น้องเอ้ย นั่งเครื่องมาสิบกว่าปีเพิ่งมาเจอ เหตุการณ์วันนี้ สายการบินไทย TG637 มีผู้โดยสารคนไทยนั่งเครื่องมาด้วยมีอาการคลุ้มคลั่งเมายาหลอน จะไปเปิดประตูฉุกเฉิน พอดีมีฮีโร่หลายคนมาจับกุมมัดตัวไว้ค่ะ เหตุการณ์ก็เลยสงบลง คือน่ากลัวมากค่ะ

ตั้งแต่นั่งเครื่องบินมาเพิ่งมาเจอเหตุการณ์วันนี้แหละค่ะดีที่ทุกคนปลอดภัยค่ะ ขอบคุณฮีโร่หลายๆ คนมากเลยค่ะ ที่สงบเหตุการณ์ครั้งนี้ได้ ถึงท่าอากาศ สุวรรณภูมิอย่างปลอดภัยค่ะ"

โดยในคลิปเป็นเหตุการณ์หลังจากจากที่เครื่องบินลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่สนามบินก็รีบขึ้นมาบนเครื่อง พร้อมกับควบคุมตัวชายคนดังกล่าวลงไปดำเนินคดี ซึ่งชายคนนี้ถูกจับมัดไว้บนเก้าอี้ และยังถามเจ้าหน้าที่ว่าตอนนี้ถึงไหนแล้ว เจ้าหน้าที่ก็ตอบว่า ถึงไทยแล้ว และชายคนนี้ยังอ้างว่า "ของเข้าตัว ตอนนี้ออกแล้ว"

ขณะเดียวกันผู้โพสต์ก็ได้เข้ามาอธิบายถึงเหตุการณ์โดยระบุว่า "แรงงานไทยไปทำงานไต้หวัน นั่งเครื่องบินสายการบินไทยกลับมาเมืองไทยแล้วเมายาหลอนยาบนเครื่องบิน จะไปเปิดประตูฉุกเฉินก็เลยได้ทำการจับกุมตัวไว้ล็อกตัวไว้ค่ะ"

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สุดระทึกบนเครื่องบิน หนุ่มแรงงานไทยกลับจากไต้หวัน จู่ๆ หลอนจะไปเปิดประตูฉุกเฉิน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...