โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ครอบครัวผวา น้องใช้ปืนลูกดอกยิงหัวพี่ชายทะลุสันหู หนีลอยนวล ขู่ฆ่ายกครัว วอน ตร.เร่งจับ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 05 มี.ค. 2567 เวลา 08.24 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. 2567 เวลา 08.05 น.

ครอบครัวผวา น้องใช้ปืนลูกดอกยิงหัวพี่ชายทะลุสันหู หนีลอยนวล ขู่ฆ่ายกครัว วอน ตร.เร่งจับ

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่ห้องช่วยชีวิตฉุกเฉินโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้แจ้งประสานไปยังฝ่ายกู้ภัยมูลนิธิฮุก 31 นครราชสีมา ว่ามีบุคคลถูกทำร้ายร่างกายด้วยลูกดอกยิงปลา ความยาว 1.5 เมตร เจาะกลางท้ายทอยทะลุเข้าใกล้สมอง เมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา โดยขอรับการสนับสนุนอุปกรณ์เครื่องตัดพลาสมาระบบลม เพื่อตัดก้านลูกดอกในส่วนที่อยู่นอกกะโหลกศีรษะ ก่อนนำผู้บาดเจ็บเข้ารับการผ่าตัดเพื่อนำลูกดอกส่วนที่เหลือออก

ผู้บาดเจ็บเบื้องต้นทราบชื่อ นายสุจิตร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี ชาว ต.หัวทะเล อ.เมือง จ.นครราชสีมา ญาตินำตัวส่งเข้ารับการรักษาที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา ในสภาพมีลูกดอกปักอยู่ที่ท้ายทอย แทงทแยงไปทะลุสันหูด้านหลังฝั่งซ้าย มีสติสื่อสารได้

สอบถามญาติของนายสุจิตร์กล่าวว่า ช่วงสายวันดังกล่าว นายสุจิตร์นั่งดื่มเหล้าอยู่กับเพื่อนที่บ้านพักใน ต.หัวทะเล สักพักเกิดทะเลาะมีปากเสียงกัน จากนั้นถูกเพื่อนในวงเหล้าใช้ปืนลูกดอกยิงปลายิงเข้าทางด้านหลัง ลูกดอกปักเข้าบริเวณกลางท้ายทอย แต่วิถียิงทแยงเฉียดสมองไปทะลุสันหูด้านซ้าย ด้านญาติและเพื่อนคนอื่นที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันตกใจรีบเข้าช่วยเหลือ นำตัวนายสุจิตร์ส่งโรงพยาบาลทันที

ซึ่งแพทย์ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลได้ตรวจบาดแผลและปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนแจ้งประสานไปยังทีมกู้ภัยฮุก 31 โคราช ขอรับการสนับสนุนทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่มีความชำนาญ และชุดอุปกรณ์เครื่องตัดพลาสมามาตัดเอาก้านลูกดอกออก เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนสมอง หรือไปโดนอวัยวะสำคัญอื่นๆ

จากการตรวจสอบพบว่า ก้านลูกดอกที่อยู่ด้านนอกมีความยาวประมาณ 40 เซนติเมตร กู้ภัยฮุก 31 ต้องใช้ความระมัดระวังสูงสุดและใช้ความชำนาญ นำเครื่องตัดพลาสมาตัดก้านลูกดอก ไม่ถึง 5 วินาที ก็สามารถตัดได้สำเร็จ โดยหลังจากนี้ทีมแพทย์ของโรงพยาบาลมหาราชฯ จะนำผู้บาดเจ็บไปเอกซเรย์สมอง ทำ CT scan เพื่อตรวจดูอวัยวะภายในกะโหลกศีรษะว่าได้รับความเสียหายในจุดใดบ้าง ก่อนผ่าตัดเอาลูกดอกส่วนที่ปักคาอยู่ออก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้บาดเจ็บรายนี้นับเป็นเคสแรกของปี 2567 ที่ได้รับบาดเจ็บจากลูกดอกยิงปลา

ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีดังกล่าว ทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือ นายวิทยา (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี ชาว ต.หัวทะเล อ.เมือง จ.นครราชสีมา น้องชายของนายสุจิตร์

นางจำนง (สงวนนามสกุล) ภรรยาของนายสุจิตร์ กล่าวว่า ขณะนี้สามีพ้นขีดอันตรายแล้ว หลังแพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาผ่าตัดนำส่วนหัวของลูกดอกออกจากศีรษะ แต่ยังต้องเฝ้าดูอาการแผลติดเชื้ออยู่ ซึ่งหลังจากเกิดเหตุตนก็ได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองนครราชสีมาแล้ว ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ หรือจับนายวิทยา ผู้ก่อเหตุไปดำเนินคดีเลย แถมนายวิทยายังเที่ยวไปข่มขู่ชาวบ้านว่าหากใครมายุ่งเกี่ยว หรือไปแจ้งความ จะฆ่าให้หมด รวมทั้งข่มขู่ตนเองว่าจะฆ่ายกครัวพร้อมกับเผาบ้านด้วย ซึ่งตอนนี้ทำให้ตนเองและครอบครัวรู้สึกหวาดกลัวมาก จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับตัวนายวิทยามาดำเนินคดีโดยเร็ว

นางวาสนา คงกุล ผู้ใหญ่บ้านหนองสองห้อง หมู่ 10 ต.หัวทะเล อ.เมือง จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า เมื่อคืนยังมีชาวบ้านพบเห็นนายวิทยาวนเวียนอยู่ในหมู่บ้าน ทั้งที่เพิ่งก่อเหตุพยายามฆ่าผู้อื่น รวมทั้งข่มขู่ฆ่าชาวบ้าน ซึ่งสร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก เนื่องจากนายวิทยาเคยก่อเหตุใช้มีดฟันพี่ชายคนโตมาแล้วครั้งหนึ่ง ก่อนจะได้รับการประกันตัวออกมา และมาก่อเหตุยิงปืนลูกดอกใส่พี่ชายคนรองในครั้งนี้อีก ตอนนี้ชาวบ้านช่วยกันจับตาดูนายวิทยา แต่ล่าสุดเช้าวันนี้หายตัวไปแล้ว คาดว่าน่าจะหนีไปที่อื่นแล้ว และไม่รู้ว่าจะกลับมาก่อเหตุทำร้ายชาวบ้านอีกเมื่อไหร่ ชาวบ้านทุกคนจึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งจับกุมตัวมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ครอบครัวผวา น้องใช้ปืนลูกดอกยิงหัวพี่ชายทะลุสันหู หนีลอยนวล ขู่ฆ่ายกครัว วอน ตร.เร่งจับ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...