สิ้น ประธานกิตติคุณ กลุ่มธนาคารยูโอบี เปิดประวัตินายแบงก์ดัง 5 ทศวรรษ
ดร.วี โชว เยา ประธานกิตติคุณ กลุ่มธนาคารยูโอบี ถึงแก่กรรม ในวัย 95 ปี
เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มธนาคารยูโอบี ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งที่จะขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า ดร.วี โชว เยา ประธานกิตติคุณและที่ปรึกษา (Chairman Emeritus and Honorary Adviser) กลุ่มธนาคารยูโอบีได้ถึงแก่กรรมแล้วในวัย 95 ปี
ในฐานะนักการธนาคารผู้มีวิสัยทัศน์ก้าวไกล นักธุรกิจผู้มีชื่อเสียงอันเป็นที่เคารพรักและผู้เป็นเสาหลักของชุมชน ดร.วี มีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินกิจการของกลุ่มธนาคารยูโอบี ให้ก้าวสู่การเป็นธนาคารชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย
ตลอดระยะเวลากว่า 5 ทศวรรษ ดร.วี มีวิสัยทัศน์อันแน่วแน่ที่ตั้งอยู่บนความรอบคอบ มีวินัย และมุ่งมั่นที่จะพัฒนาธนาคารให้เติบโตอย่างยั่งยืน ทำให้กลุ่มธนาคารยูโอบีเติบโตจากธนาคารที่มีเพียงแค่ 1 สาขาเป็นธนาคารระดับภูมิภาคมีสาขาอยู่ใน 19 ประเทศและเขตการปกครอง และมีสินทรัพย์เติบโตเพิ่มขึ้นจาก 2.8 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ เป็น 253 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ ภายในปี 2556 (ปีที่ท่านเกษียณอายุ) โดยข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 กลุ่มธนาคารยูโอบีมีสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นเป็น 516 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ และได้รับการจัดลำดับให้เป็นธนาคารที่มีความแข็งแกร่งในระดับสากลจากบริษัทจัดลำดับความน่าเชื่อถือระดับโลก ได้แก่ Aa1 โดย มูดีส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส และ AA- โดย ฟิทช์ เรตติงส์ และเอสแอนด์พี โกลบอล เรตติงส์
ดร.วี เป็นที่รู้จักและยอมรับทั่วโลกในฐานะนักธุรกิจผู้มีวิสัยทัศน์โดดเด่นและกว้างไกล บทบาทอันโดดเด่นนี้เห็นได้จากการเข้าซื้อกิจการธนาคาร 3 แห่งในประเทศสิงคโปร์ ประกอบด้วย ธนาคาร Chung Khiaw Bank ธนาคาร Lee Wah Bank และธนาคาร Industrial and Commercial Bank จนนำไปสู่การเข้าซื้อกิจการธนาคาร Overseas Union Bank ในปี 2544 ที่ทำให้ ดร.วี ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในนักธุรกิจชั้นแนวหน้าของประเทศสิงคโปร์
นายวอง กัง เซียง ประธานกรรมการกลุ่มธนาคารยูโอบี กล่าวว่า “นาย วี โชว เยา เป็นหนึ่งในนักธุรกิจสิงคโปร์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดอย่างไม่ต้องเป็นที่สงสัย ความมุมานะของท่านในการทำงาน กอปรกับความแน่วแน่ที่มั่นคงและการยึดมั่นในค่านิยมของความเป็นเอเชีย ทำให้ท่านสร้างยูโอบีให้กลายมาเป็นหนึ่งในธนาคารที่เป็นที่ยอมรับมากที่สุดในโลก อิทธิพลอันโดดเด่นของท่านได้ถูกจารึกไว้ ณ ทุกหนแห่งทั่วประเทศสิงคโปร์ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรม ธุรกิจ บุคคล และชุมชนผ่านการสนับสนุนจากกลุ่มธนาคารยูโอบี และท่านยังมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้ประเทศสิงคโปร์ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางทางการเงินระดับโลกอีกด้วย”
นาย วี อี เชียง รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธนาคารยูโอบี และบุตรชายของ ดร.วี กล่าวว่า “บิดาของผมได้สร้างคุณูปการอันใหญ่หลวงให้แก่ประเทศสิงคโปร์และภูมิภาคแห่งนี้ ท่านเปรียบเสมือนแรงบันดาลใจในทุกย่างก้าวชีวิตของผม ท่านเป็นที่รู้จักในฐานะนักธุรกิจที่มีความโดดเด่นและประสบความสำเร็จอย่างมากมาย แต่สิ่งที่ท่านจะเป็นที่ระลึกถึงอยู่ตลอดเวลาคือค่านิยมของยูโอบีในด้านคุณธรรม ความสร้างสรรค์ เป็นหนึ่งเดียว และมุ่งมั่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการส่งเสริมความยั่งยืนในระยะยาว การสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น และการทำในสิ่งที่ถูกต้องและช่วยเหลือผู้อื่น กลุ่มธนาคารยูโอบียึดมั่นที่จะรักษามรดกและคุณค่าที่ท่านได้ถ่ายทอดให้คงอยู่สืบไป”
ดร.วี ยังเชื่อในความสำคัญของการศึกษาและการตอบแทนสังคมอีกด้วย เขาเป็นผู้ก่อตั้ง Singapore Federation of Chinese Clan Associations (SFCCA) ตั้งแต่ปี 2558-2553 และดำรงตำแหน่งผู้นำของ Hokkian Huay Kuan ตั้งแต่ปี 2515-2553 เขาก่อตั้ง Wee Cho Yaw Banking Forum เพื่อเชื่อมโยงระหว่างสิงคโปร์และจีน ในปี 2558 ธนาคารยูโอบียังได้จัดตั้งกองทุนการศึกษา Wee Cho Yaw Future Leaders Award มูลค่า 50 ล้านเหรียญสิงคโปร์ เพื่อช่วยให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่เด็กนักเรียนด้อยโอกาส
ดร.วี ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติมากมาย สะท้อนถึงผลงานและคุณูปการอันเป็นที่ประจักษ์ อาทิ รางวัล Distinguished Service Order (รางวัลวันชาติสูงสุดของสิงคโปร์) รางวัล Asian Business Advisory Council Legacy Award สำหรับสิงคโปร์ และปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง
ธนาคารยูโอบี ภายใต้การดูแลของ วี โชว เยา
พ.ศ. 2492 – เข้าร่วมกับ Kheng Leong ซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัวที่ซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์
พ.ศ. 2501 – ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการธนาคารยูโอบี
พ.ศ. 2503 – ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้จัดการ (ดะโต๊ะ วี เค็ง เชียง ลาออกจากตำแหน่ง)
พ.ศ. 2508 – เปิดสาขาในต่างประเทศแห่งแรกในฮ่องกง
พ.ศ. 2514 – เข้าถือหุ้นใหญ่ในธนาคาร Chung Khiaw / เปิดสาขาโตเกียว
พ.ศ. 2516 – เข้าซื้อกิจการ Lee Wah Bank
พ.ศ. 2517 – ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการและซีอีโอของ UOB
พ.ศ. 2518 – เปิดสาขาลอนดอน
พ.ศ. 2520 – เปิดบริษัทตัวแทนในนิวยอร์ก
พ.ศ. 2523 – เปิดบริษัทตัวแทนในลอสแอนเจลิส
พ.ศ. 2526 – เปิดสำนักงานตัวแทนในกรุงโซล
พ.ศ. 2527 – เปิดสำนักงานตัวแทนในกรุงปักกิ่ง
พ.ศ. 2528 – ขยายธุรกิจในซิดนีย์และเซียะเหมิน
พ.ศ. 2529 – ขยายธุรกิจสู่แวนคูเวอร์
พ.ศ. 2530 – เข้าถือหุ้นส่วนใหญ่ใน Industrial & Commercial Bank ในสิงคโปร์
พ.ศ. 2535 – เปิดสำนักงานตัวแทนในเวียดนาม / เปิดสำนักงานตัวแทนในไทเป
พ.ศ. 2537 – เปิดสำนักงานตัวแทนในย่างกุ้ง
พ.ศ. 2540 – รวมบริษัทในเครือของ UOB Malaysia เข้ากับบริษัทในเครือของ CKB Malaysia
พ.ศ. 2541 – เปิดสาขาเซี่ยงไฮ้
พ.ศ. 2542 – เข้าซื้อกิจการ Westmont Bank ในฟิลิปปินส์ / เข้าซื้อกิจการธนาคารรัตนสิน ในประเทศไทย
พ.ศ. 2544 – เข้าซื้อกิจการ Overseas Union Bank ในสิงคโปร์
พ.ศ. 2547 – เข้าถือหุ้น 96.1% ในบริษัท ธนาคารเอเชีย จำกัด (มหาชน) ในประเทศไทย
พ.ศ. 2548 – เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นของ PT Bank Buana ในอินโดนีเซียเป็น 61.1%
พ.ศ. 2550 – ก้าวลงจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (นาย วี อี เชียง ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร)
พ.ศ. 2552 – เปิดสาขามุมไบ
พ.ศ. 2553 – รวม PT Bank UOB Indonesia กับ PT Bank UOB Buana
พ.ศ. 2556 – ก้าวลงจากตำแหน่งประธานกรรมการ รับตำแหน่งประธานกิตติคุณและที่ปรึกษา
พ.ศ. 2558 – เข้าซื้อกิจการ Far Eastern Bank อย่างเต็มรูปแบบ
พ.ศ. 2561 – เกษียณจากการดำรงตำแหน่งกรรมการ ธนาคารยูโอบี
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สิ้น ประธานกิตติคุณ กลุ่มธนาคารยูโอบี เปิดประวัตินายแบงก์ดัง 5 ทศวรรษ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th