โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

Review ROG Phone 8 Pro Edition

BT Beartai

อัพเดต 12 ก.พ. 2567 เวลา 15.57 น. • เผยแพร่ 12 ก.พ. 2567 เวลา 07.21 น.
Review ROG Phone 8 Pro Edition

รีวิวฉบับเต็มของ ROG Phone 8 Pro Edition กับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน จาก ต้าร์-คมสัน ดีไซน์ใหม่ดีไม่ดียังไง ความแรงยังเหมือนเดิมไหม แล้วกล้องใหม่ที่เขาอัปเกรดขึ้นมาแล้วเคลมว่าดีกว่าเดิมถ่ายแล้วภาพออกมาอย่างไร ติดตามได้ในบทความนี้

ดีไซน์

ปีนี้เนี่ย ROG Phone 8 Pro Edition เปลี่ยนดีไซน์ใหม่หมด จากที่เคยเป็นแนวเกมมิงจ๋า ๆ กลายเป็นแนวมือถือพรีเมียม ๆ แบบเรือธง ที่ฝาหลังนี่มีเส้นสายน้อยลงมาก เหลือไม่กี่จุดที่เห็นความเป็นเกมมิง ส่วนฝาหลังจากรุ่นเดิมที่เป็นกระจกใส ก็เปลี่ยนเป็นกระจกด้าน ให้สัมผัสนุ่มนิ้ว ๆ ที่สำคัญไม่ติดรอบนิ้วมือด้วยนะ

ฝาหลังรุ่นก่อน
ฝาหลังรุ่นก่อน

ส่วนจอหลัง เอกลักษณ์ของ ROG Phone จากเดิมที่เป็นจอสี ตำแหน่งอยู่กลางเครื่อง รุ่นนี้ก็มีการปรับตำแหน่งไม่ให้พัดลมบัง กับเปลี่ยนมาเป็น AniMe Vision แบบเดียวที่อยู่ในโน้ตบุ๊ก ROG Zephyrus G14!

ที่เห็นนี่เป็นไฟ Mini LED สีขาว ซ่อนอยู่ใต้ฝาหลังนะ บอกเลยว่า “โคตรเท่” เราสามารถเปิด – ปิดได้ตามการใช้งานเลยนะ ถ้าอยากได้แบบเกมมิง ๆ ก็เปิดให้มันวิบวับ ๆ แต่ถ้าไม่อยากให้ใครรู้ว่าเราใช้มือถือเกมมิง ก็ปิดไว้แบบนี้

ด้านดีไซน์อื่น ๆ ที่เปลี่ยนไปคือ ขอบข้างจะมีความเหลี่ยมขึ้น ตัวเครื่องบางลง ตำแหน่งลำโพงจากเดิมที่อยู่ด้านหน้า ก็ถูกย้ายไปอยู่ด้านล่างคู่กับช่องใส่ซิม

อีกจุดคือ โมดูลกล้องหลัง ที่ทั้งหนาและใหญ่กว่าเดิม เนื่องจากมีการใส่เลนส์ซูมเข้ามา และอัปเกรดกล้องให้ดีขึ้นกว่าเดิม ส่วนพอร์ต USB-C 2 ช่อง กับช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. รวมถึง AirTrigger ก็ยังมีมาเหมือนเดิม ไม่ได้ตัดออกไปแต่อย่างใด และการกันน้ำก็สูงขึ้น จากเดิม IP54 ที่กันละอองน้ำ มาเป็น IP68 ที่เอาลงน้ำได้ 1.5 เมตร

นอกจากนี้เคส “กันรอย” ไม่กันกระแทก เขาก็แถมมาให้ในกล่องด้วย ใส่แล้วก็จะเป็นแบบนี้เลย เว้นตรงกลางไว้ใช้กับพัดลม AeroActive Cooler X ที่เขาปรับดีไซน์ใหม่ให้มีหน้าสัมผัสกว้างขึ้น และมีน้ำหนักเบาลงกว่าเดิม แต่ก็ตัดบางฟีเจอร์ออกไปเช่น Trigger ด้านหลัง จากเดิมมี 4 ปุ่ม เหลืออยู่เพียงแค่ 2 ปุ่ม และตัดลำโพงออกไป

โดยรวมเรื่องดีไซน์ ROG Phone 8 Pro Edition เขาปรับลดความเกมมิงลง และเพิ่มความพรีเมียมมากขึ้น เพื่อให้เหมาะกับการใช้ในสถานการณ์ ถามว่าสวยไหม เอาจริง ๆ แล้วแต่คนชอบเลย แต่ส่วนตัวมองว่าดีไซน์ใหม่ หยิบใช้ง่ายกว่า เวลาใช้ในที่สาธารณะ หรือที่ที่มันทางการ ก็จะไม่เด่นสะดุดตาจนเกินไป

สเปก

หน้าจอใช้เป็น LTPO AMOLED จาก SAMSUNG ที่มีขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด 2448 x 1080 พิกเซล กับค่ารีเฟรชเรต 165 Hz และ Touch Sampling 720 Hz รวมถึงค่าความสว่าง 2500 Nit

จอเนี่ย ก็ลื่น และแล้วก็แสดงสีดีได้ดีไม่ต่างจากรุ่นก่อนหน้า แต่ที่รู้สึกว่าดีกว่าเดิมมากคือความสว่าง ที่สามารถเอาไปเล่นสู้แสงแดดได้แล้ว และขอบจอยังบางเท่ากันทุกด้าน เพราะเขาย้ายตำแหน่งกล้องมาเป็นแบบเจาะรูบนจอแล้ว นอกจากนี้ยังมี LTPO ที่ปรับรีเฟรชเรต 1-120Hz ได้ด้วย อันนี้ก็จะช่วยเรื่องการประหยัดแบต

ด้านชิปเซ็ตก็เป็น Snapdragon 8 Gen 3 ที่แรงที่สุดในมือถือฝั่ง Android แรมก็เป็นแบบ LPDDR5X ที่มากถึง 24GB (ทั่วไปอย่างมากก็ 12GB) ส่วนรอมก็เป็น UFS4.0 ขนาด 1TB ที่เร็วและเยอะซะจน ไม่รู้จะโหลดเกมอะไรมาลงให้เต็ม การเชื่อมต่อไร้สายก็เป็น Bluetooth 5.3 กับ WiFi 7 เวอร์ชันใหม่ที่เพิ่งประกาศใช้ ส่วนแบตเตอรี่อันนี้ให้มา 5,500 mAh ซึ่งน้อยกว่ารุ่นเก่าที่ให้มา 6,000 mAh อยู่เล็กน้อย

ส่วนการระบายความร้อน ROG ก็ใช้ GameCool 8 ที่มีโครงสร้างไม่ต่างจากรุ่นก่อนเท่าไหร่ แต่เขาเพิ่ม Rapid-cooling Conductor เข้ามาที่บริเวณชั้นในสุดเพื่อดึงความร้อนจากชิปออกไประบายให้ไวกว่าเดิม และถ้าใช้คู่กับ AeroActive Cooler X จะดีที่สุด

ส่วนความแรง ลองเอาไปเทสด้วย Geekbench 6 แบบเปิดให้ทำงานเต็มสูบ (X โหมด) ได้คะแนน Multi Core ไป 7,044 คะแนน (สูงกว่ารุ่นก่อนที่ทำได้ประมาณ 5500 คะแนน)

ส่วนด้านกราฟิกก็ลองด้วย 3DMark Wildlife Stress Test กับ Solar Bay Stress Test ที่ใช้ทดสอบ Ray Tracing ในมือถือ โดยลองทั้งติดพัดลม กับไม่ติดพัดลม ผลคือติดพัดลมทำคะแนนได้ดีกว่า และสูงกว่ามือถือที่ใช้ 8 Gen 3 ด้วยนะเอ้อ

คะแนนสูงสุดของ Wildlife ที่ทำได้คือ 18,521 คะแนน และต่ำสุดที่ 17,528 กับความนิ่ง 94.6% และความร้อน 50 องศา ส่วน Solar Bay คือ 8648 คะแนน และต่ำสุด 8327 กับความนิ่ง 96.3% และความร้อนสูงสุด 48 องศา ซึ่งนับได้ว่าเสถียรมาก ๆ

กับการเล่นเกมได้ลองเล่น Genshin Impact แบบปรับสุดทุกอย่างกับตั้งค่าเฟรมเรตที่ 60FPS ผลคือเล่นได้ลื่น ๆ เลยล่ะ ส่วนความร้อนก็อยู่ที่ 35 – 42 องศา เรียกว่าอุ่น ๆ มือ เล่นไป 24 นาทีแบตเตอรี่ลดไปประมาณ 10%

ส่วนเกม ROV อันนี้เล่นได้ลื่น ๆ ความร้อนอยู่ที่ประมาณ 35-40 องศา เล่นหนึ่งเกมประมาณ 18 นาที แบตลดลงประมาณ 6%

ว่าเรื่องความแรง ROG Phone 8 Pro Edition ถือว่าเหลือ ๆ เลย เล่นเกมทุกเกมบนมือถือได้ลื่น ๆ เลยล่ะ แต่ถึงอย่างนั้นเรื่องความร้อนสูง 50-60 องศา แบบที่จับเครื่องไม่ได้ อันนี้ต้องบอกว่า เกิดขึ้นแค่ตอนใช้แอปจำลองการเทสหนัก ๆ ซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ในสถานการณ์ใช้งานจริง แต่กับการถือเล่นจริงจะอยู่ประมาณ 35-43 องศา ซึ่งอุ่นนิด ๆ แต่ถ้าอยากเย็นกว่านี้ติดพัดลมเข้าไปความร้อนก็อยู่ที่ 30-35 องศาเท่านั้น

ส่วนเรื่องแบตเตอรี่ที่เห็นว่าความจุลดลงเหลือ 5,500 mAh เพื่อให้เครื่องบางลง เอาจริง ๆ จากที่ถือใช้ก็ไม่ได้รู้สึกว่าแบตหมดไวอะไร ถ้าใช้ทั่วไปก็อยู่ได้ทั้งวัน แต่ถ้าเล่นเกมนี่ยังไงก็หมดก่อนวันนะ เราต้องพกอะแดปเตอร์ HyperCharge 65W ที่เขาแถมมาในกล่องติดตัวไว้ ซึ่งสามารถชาร์จจาก 0% ไปจนเต็ม 100% ได้ในระยะเวลาประมาน 39 นาทีเท่านั้น และก็ยังเอาไปชาร์จโน้ตบุ๊กได้ด้วยนะ

กล้อง

สุดท้ายเป็นเรื่องกล้อง เคยบ่นมาหลายปีว่า กล้อง ROG Phone ถ่ายไม่ดีเท่ากับมือถือทั่วไปในระดับราคาเดียวกัน เพราะเกมเมอร์ไม่ค่อยสนใจเรื่องกล้อง แต่เอาจริง ๆ ยังไงยุคนี้กล้องก็สำคัญ มีใครบ้างไม่ถ่ายรูปจากมือถือ ROG Phone 8 Pro Edition เขาก็เลยอัปเกรดกล้องให้ดีขึ้น และเพิ่มกล้องอีกตัวเข้ามา

เริ่มจากสเปกกล้องหลัก 50MP ที่ใช้เซนเซอร์ IMX890 จาก Sony แบบเดียวที่เห็นในมือถือเรือธงหลาย ๆ รุ่น นอกจากนี้ยังมีกันสั่นแบบ 6 แกน และซูมได้แบบ 2 เท่าโดยไม่เสียความละเอียด

จากที่ลองเอาไปใช้ถ่ายดูก็รู้สึกว่า กล้องดีขึ้นจริง ๆ เก็บรายละเอียดและสีสันได้กว้างเลยล่ะ แต่อาจจะมีการเพิ่มความคมชัดให้สูงขึ้น ถ้าเอาไปถ่ายคนโทนภาพมันจะดูเข้ม ๆ หน่อย ส่วนการถ่ายกลางคืนอันนี้เซอร์ไพรส์รูปที่ออกมาดูดีเลยนะ เก็บแสงเก็บรายละเอียดได้ดี ส่วนกล้องมุมกว้าง 13MP อันนี้ก็ถือว่าพอใช้ได้ถ้าถ่ายในที่แสงเยอะ แต่ถ้าเข้าในร่ม หรือที่ ๆ แสงไม่พอความคมชัดก็จะลดลง

ส่วนสุดท้ายกล้องซูมอันนี้เป็นกล้องตัวใหม่ที่เพิ่มเข้ามา มีความละเอียดอยู่ที่ 32MP เป็นแบบ Quad Pixel Sensor ที่มีระยะซูมปกติอยู่ที่ 3 เท่า และซูมแบบไม่เสียรายละเอียดที่ 5 เท่า, และซูมแบบ Hyper Clarity ที่ 10 เท่า, และสูงสุดที่ 30 เท่า อันนี้ต้องบอกว่าแม้จะใส่กล้องซูมเข้ามา แต่ระยะที่หวังผลได้คือ 3-5 เท่า ไกลกว่านี้ภาพจะเริ่มแตกขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าลองเทียบกับมือถือที่เน้นเรื่องกล้องซูมจริง ๆ ก็จะเห็นความต่างเลยล่ะ

เรื่องวิดีโอด้วยความที่กล้องหลัก มีกันสั่นแบบ 6 แกน ทำให้เวลาเดินถ่ายวิดีโอค่อนข้างนิ่งเลยล่ะ และถ้าเราอยากจะซูมเข้าซูมออก และใช้ฟีเจอร์กันสั่นแบบ Adaptive ก็ต้องถ่ายที่ความละเอียด 1080p 60fps เท่านั้น แต่ถ้าถ่ายที่ความละเอียดสูงกว่านั้น หรือเปิดฟีเจอร์กันสั่นแบบ HyperSteady เลนส์ซูมกับมุมกว้างจะใช้ไม่ได้ ส่วนคุณภาพของวิดีโอที่ออกมา ก็เป็นอย่างที่เห็นกันเลย การโฟกัสก็ทำได้ดี แต่ถึงอย่างนั้นฟีเจอร์เรื่องวิดีโอยังมีให้เล่นค่อนข้างน้อยอยู่นะ

ส่วนกล้องหน้า 32MP คุณภาพที่ออกมาก็เป็นอย่างที่เห็นเลย ถ้าถ่ายภาพนิ่ง เก็บรายละเอียดดี ให้สกินโทนที่สมจริง แต่ถ้าเป็นการถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุดจะได้แค่ 1080p 30fps เท่านั้น ถ้าอยากได้ 60fps ต้องลดลงไปเหลือแค่ 720p ซึ่งความคมชัดก็จะน้อยลง

สรุปโดยรวมเรื่องกล้องเลยนะ ว่านี่คือมือถือเกมมิงที่อัปเกรดเรื่องกล้องมาจน ถ่ายภาพได้ดี กลบเรื่องที่เคยโดนแซวมาหลายรุ่น แต่ถ้าพูดตรง ๆ ลองเอาไปชนกับมือถือที่ทำเรื่องกล้องโดยเฉพาะ ต้องบอกว่าลูกเล่นมีให้ใช้น้อยกว่าพอสมควร น่าจะต้องรอการพัฒนาจาก ASUS อีกที แต่นี่ก็เป็นสัญญาณที่ดี

ข้อสังเกต

อย่างแรกคือตำแหน่งลำโพง ที่ถูกเปลี่ยนไปอยู่ด้านล่างตัวเครื่อง ทำให้เวลาจับแนวนอน มือด้านขวาจะไปบังทำให้เสียงลำโพงไม่เท่ากัน ส่วนอีกจุดคือกล้องหน้าที่ถ่ายวิดีโอได้แค่ 1080p 30fps เท่านั้น ไหน ๆ ทำกล้องหลังให้ดีแล้ว ก็น่าจะทำกล้องหน้าไปด้วย

ราคา

ROG Phone 8 Pro Edition แรม 24GB รอม 1TB ที่มีพัดลม AeroActive Cooler X มากับกล่องอลังการแบบนี้ โดยมีตัวเครื่องสีดำ Phantom Black สีเดียว มีราคาอยู่ที่ 47,990 บาท อันนี้คือตัวท็อปสุดเลย

แต่ถ้าใครอยากได้รุ่นกลาง ๆ ก็จะมี ROG Phone 8 Pro ธรรมดา แรม 16GB รอม 512GB โดยมีตัวเครื่องสีดำ Phantom Black สีเดียวเช่นกัน ในราคา 37,990 บาท ซึ่งจะต่างแค่แรมกับรอม และไม่มีพัดลมเท่านั้น

หรือถ้าอยากได้รุ่นเริ่มต้น ก็จะมี ROG Phone 8 แรม 12GB รอม 256GB โดยมีสีให้เลือก 2 สี คือ สีดำ Phantom Black และสีเทา Storm Grey (สตอร์มเกรย์) ที่ขายในราคา 29,990 บาทนะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...