โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

กรุงไทยพานิช ตั้งเป้าเบี้ย 5,300 ล้าน เปิดแผนแก้เกมพอร์ตหายพันล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 เม.ย. 2567 เวลา 05.31 น. • เผยแพร่ 24 เม.ย. 2567 เวลา 01.00 น.

ซีอีโอหญิงป้ายแดง-กรุงไทยพานิชประกันภัย กางแผนธุรกิจ ตั้งเป้าเบี้ยรับรวมปีนี้ 5,300 ล้านบาท เปิดแผนแก้เกมพอร์ตงาน “รู้ใจ” หาย 900-1,000 ล้าน ปลื้มขึ้นเป็นกลุ่มบริษัทประกันภัยขนาดใหญ่ เล็งเปิดตัวพันธมิตร พ.ค.นี้

วันที่ 24 เมษายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวสุชาวดี แสงอนงค์ ลูกหม้อของบริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ KPI ที่ทำงานกับบริษัทนี้มานานกว่า 21 ปี ได้รับโอกาสก้าวขึ้นรับตำแหน่ง “กรรมการผู้จัดการใหญ่” คนใหม่ มีผลไปตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566 ถือเป็นซีอีโอหญิงป้ายแดงหมาด ๆ และล่าสุดให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2567

“สุชาวดี” กล่าวว่า หลังเข้ารับตำแหน่งตนเองและทีมได้เริ่มต้นด้วยการปรับปรุงภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ดูสดใหม่ (Brand Refreshing) มากยิ่งขึ้น เพื่อจะดูแลลูกค้าได้ทุกเจเนอเรชั่น โดยเฉพาะสามารถจะเข้าถึงและเข้าใจคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น ซึ่งจะมีการสื่อสารออกไปสู่สาธารณชนภายในปีนี้ และจะมีการพัฒนาโมบายแอปพลิเคชั่นมาให้บริการอีกด้วย

ถัดมาจะมุ่งเน้นพัฒนาคุณภาพคนหรือพนักงาน ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการสร้างองค์กรให้มีความยั่งยืนในอนาคต เพราะธุรกิจประกันภัยคือการบริการ ดังนั้นถ้ายิ่งมีคนที่มีคุณภาพทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการให้บริการ จะทำให้บริษัทมีความเข้าใจลูกค้าได้มากขึ้น

และต่อมาคือการลงทุนด้านเทคโนโลยีเพื่อมาช่วยในการทำงาน และปรับให้คนเข้ากับเทคโนโลยี ซึ่งเทคโนโลยีสมัยนี้ใช้เงินลงทุนไม่สูงมากแล้ว แต่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้เร็ว

“การสร้างแบรนด์ การพัฒนาคุณภาพคน และการนำเทคโนโลยีมาช่วยทำงาน เป้าหมายคือสร้างให้องค์กรมั่นคงและแข็งแรงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนผ่านการมีรายได้และกำไรที่เติบโตดีต่อเนื่อง ซึ่งทั้งหมดนี้อาจจะต้องใช้เวลาในการวางแผนต่อเนื่อง 3-4 ปี ถึงจะเห็นดอกออกผล”

เป้าเบี้ย 5,300 ล้าน แก้เกมพอร์ตหายพันล้าน

ซีอีโอหญิงกล่าวต่อว่า สำหรับเป้าหมายผลประกอบการปี 2567 ตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับรวม 5,300 ล้านบาท อาจจะยืนทรงตัวจากปี 2566 เนื่องจากพันธมิตรหลัก (exclusive partner) อย่างรู้ใจโบรกเกอร์ ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทประกันวินาศภัยเป็นของตัวเองแล้ว นั่นคือ บริษัท รู้ใจประกันภัย จำกัด (มหาชน) ทำให้พอร์ตเบี้ยประกันรถยนต์ของบริิษัทจะลดลงไปประมาณ 900-1,000 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทได้วางแผนถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในส่วนนี้ไว้ระดับหนึ่งแล้ว

โดยบริษัทจะมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์รายย่อย พยายามโฟกัสงานประกันอะไหล่รถยนต์ (Extended Warranty) ที่เป็นโปรแกรมขยายคุณภาพการรับประกันรถยนต์ ซึ่งจะคุ้มครองค่าใช้จ่ายหลังจากสิ้นสุดการรับประกันจากผู้ผลิตรถยนต์ มีความคุ้มครองให้เลือกตั้งแต่ 1-3 ปี โดยทำมาตั้งแต่ช่วงก่อนโควิดแล้ว ปัจจุบันมีเบี้ยจากส่วนนี้เข้ามาแล้วประมาณ 500 ล้านบาท และช่วงเดือน พ.ค. 2567 จะเปิดตัวพันธมิตร ซึ่งเชื่อว่าผลิตภัณฑ์นี้จะเป็นเรือธง

กรุงไทย ป้อนลูกค้าสัดส่วน 25%

ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนพอร์ตประกันที่ไม่ใช่รถยนต์ (nonmotor) ประมาณ 60% และที่เหลือ 40% เป็นพอร์ตประกันรถยนต์ (motor) ซึ่งเป็นพอร์ตที่มีความบาลานซ์ที่ดี สำหรับรองรับการบังคับใช้มาตรฐานบัญชีใหม่ TFRS17 ในต้นปี 2568

ตอนนี้มีฐานลูกค้ารวมประมาณ 4-5 ล้านราย มาจากฐานลูกค้าของธนาคารกรุงไทย (KTB) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท สัดส่วน 25% ส่วนที่เหลือ 75% เป็นลูกค้าทั่วไป

ขึ้นแท่นบริษัทประกันภัยขนาดใหญ่

“สิ้นปีที่แล้วบริษัทสามารถก้าวข้ามมาเป็นกลุ่มบริษัทประกันภัยขนาดใหญ่ได้สำเร็จ ตามนิยามของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) โดยมีเบี้ยรับรวม 5,300 ล้านบาท เติบโต 7% จากปีก่อนหน้า แต่ในส่วนกำไรปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากปี 2565 จากปัญหาหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย อัตราความเสียหาย (Loss Ratio) เคลมสินไหมของประกันรถยนต์และประกันสุขภาพกลับมาสูง” ซีอีโอหญิงกล่าว

แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทกำลังมอนิเตอร์ปรับจูนพอร์ตรถยนต์และหาพันธมิตรด้านสุขภาพ เพื่อให้คัฟเวอร์ และที่สำคัญต้องมีความยั่งยืนในการทำธุรกิจในระยะยาว รวมไปถึงปีนี้จะเป็นปีของการศึกษาเรื่องประกันรถยนต์ไฟฟ้า (ฺBEV) อีกด้วย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กรุงไทยพานิช ตั้งเป้าเบี้ย 5,300 ล้าน เปิดแผนแก้เกมพอร์ตหายพันล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...