โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

(มีคลิป)วิกฤตหนัก!! พบจุดความร้อนล้อมภาคเหนือ แดงเถือกเต็มแผนที่

เชียงใหม่นิวส์

อัพเดต 10 มี.ค. 2567 เวลา 15.01 น. • เผยแพร่ 07 มี.ค. 2567 เวลา 03.38 น. • Chiang Mai News

เช้านี้ 06.00 น. วันที่ 7 มี.ค. 67 เชียงใหม่ขึ้นอันดับ 2 เมืองอากาศยอดแย่จากมลพิษฝุ่นควัน PM2.5 ช่วงสาย 09.00 น. ขยับลงมาเหลืออันดับ 3 อากาศยอดแย่ระดับโลก ขณะเดียวกันหลายหน่วยงานช่วยกันแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่อยู่ในอาคาร เปิดเครื่องฟอก สวมหน้ากาก PM2.5 ลดความเสี่ยง ส่วนสถานการณ์ไฟป่าทวีความรุนแรงแผนที่จุดความร้อนเช้านี้ พบจุดความร้อนแดงเถือกทั่วภาคเหนือ และประเทศเพื่อนบ้านทั้งเมียนมาและลาว สถานการณ์หมอกควันของภาคเหนือ เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช้านี้พบว่าค่าฝุ่น PM2.5 ของภาคเหนืออยู่ในระดับสีแดงเกือบทุกจังหวัดแล้ว โดยข้อมูลล่าสุดของกรมควบคุมมลพิษ

โดยรายงานเมื่อเวลา 9.00 น.วันที่ 7 มี.ค. 67 พบว่า ที่ท่าอากาศยานปาย ตำบลเวียงใต้ อำเภอปาย จังหวัด แม่ฮ่องสอน สูงที่สุดของภาคเหนือ ค่าฝุ่น PM2.5 วัดได้ 197.8 มคก./ลบ.ม. ดัชนีคุณภาพอากาศวัดได้ 323 AQI รองลงมาเป็นที่ สถานีอุตุนิยมวิทยาลำปาง ตำบลพระบาท อำเภอเมืองลำปาง ค่าฝุ่น PM2.5 วัดได้ 176.2 มคก./ลบ.ม. ดัชนีคุณภาพอากาศวัดได้ 302 AQI

ส่วนที่จังหวัดเชียงใหม่ พบว่าทุกสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศเช้านี้ ตัวเมืองเชียงใหม่พุ่งสูงที่สุดในรอบปีแล้ว โดยที่ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง ค่าฝุ่น PM2.5 วัดได้ 103.9 มคก./ลบ.ม. ดัชนีคุณภาพอากาศวัดได้ 229 AQI ที่ ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง ค่าฝุ่น PM2.5 วัดได้ 86 มคก./ลบ.ม. ดัชนีคุณภาพอากาศวัดได้ 212 AQI ที่ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ บนดอยสุเทพ ค่าฝุ่น PM2.5 วัดได้ 84.6 มคก./ลบ.ม. ดัชนีคุณภาพอากาศวัดได้ 210 AQI และสูงที่สุดของเชียงใหม่ อยู่ที่ ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว ค่าฝุ่น PM2.5 วัดได้ 127.5 มคก./ลบ.ม.ดัชนีคุณภาพอากาศวัดได้ 253 AQI

เช้านี้บรรยากาศที่จังหวัดเชียงใหม่ ตามถนนสายหลักที่มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองเชียงใหม่ พบว่ามีหมอกควันสีขาวปกคลุมทั่วทุกพื้นที่ ดอยสุเทพที่เคยมองเห็นจากหลายจุดในตัวเมือง พบว่าถูกหมอกควันสีขาวหนาทึบบดบังจนไม่เห็นแม้แต่เงาลางๆ อย่างที่ผ่านมา ประชาชนเองก็ต้องหาหน้ากากอนามัยที่ป้องกันฝุ่น PM2.5 มาสวมใส่ขณะที่ต้องออกมาขับขี่ยานพาหนะ และเมื่ออยู่นอกอาคาร หลายคนเริ่มมีอาการแสบตาแสบคอ แสบจมูก อาการโรคภูมิแพ้อากาศเริ่มกลับมา

และเช้านี้ เว็บไซต์ https://www.iqair.com/ ซึ่งรายงานคุณภาพอากาศ และมีการจัดอันดับหัวเมืองทั่วโลกที่มีมลพิษทางอากาศสูง รายงานว่าจังหวัดเชียงใหม่ ช่วงเช้า 06.00 น. ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 2 ของโลก พอช่วงเวาลา 09.00 น. ลดอันดับ อยู่ที่อันดับ 3 ของโลก ดัชนีคุณภาพอากาศวัดได้ 179 AQI ค่า PM2.5 วัดได้ 109.8 มคก./ลบ.ม. ส่วนอันดับ 1 ของโลกเป็นของ เมืองเดลี ประเทศอินเดีย ดัชนีคุณภาพอากาศวัดได้ 180 AQI

จากสถานการณ์ฝุ่นควันที่รุนแรงขึ้น ทำให้หลายหน่วยงานเร่งประชาสัมพันธ์ แจ้งเตือนประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ เรื่องสถานการณ์หมอกควันที่วิกฤตหนักในตอนนี้แล้ว ผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งสื่อออนไลน์ และป้ายประชาสัมพันธ์ อย่างของทางหลวงก็จะขึ้นป้ายจอตามเส้นทาง เพื่อแจ้งเตือนอัพเดทค่าฝุ่น PM2.5 และแจ้งเตือนให้ประชาชนสวมใส่หน้ากากอนามัยที่ป้องกันฝุ่น PM2.5 ได้ เมื่อต้องออกมาทำกิจกรรมนอกอาคาร เช่นเดียวกับสถานที่ราชการอย่างที่หน้า อบจ.ก็แจ้งเตือนวิกฤตหมอกควัน และ PM2.5 ให้ประชาชนที่ผ่านไปมาได้ทราบ

ทั้งนี้ได้ขอให้พี่น้องประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ เฝ้าระวังสุขภาพ โดยงดกิจกรรมกลางแจ้ง แต่หากจำเป็นควรใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2. ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร จำกัดระยะเวลาในการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก ควรสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ที่มีโรคประจำตัว เด็ก และคนชรา หากมีอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์ และควรอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยจากมลพิษทางอากาศ ให้เตรียมยาและอุปกรณ์จำเป็นให้พร้อมและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด รวมทั้ง ขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาทุกชนิด งดใช้รถยนต์ที่มีควันดำเกินค่ามาตรฐาน เพื่อลดการเกิดฝุ่นควันสะสมในอากาศ อันจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

สำหรับสถานการณ์ไฟป่าเช้านี้พบว่า จากแผนที่จุดความร้อน (https://firms.modaps.eosdis.nasa.gov/) พบว่าทั่วภาคเหนือพบว่าเป็นสีแดงกระจายทั่วพื้นที่ แต่ที่น่าห่วงคือจุดความร้อนในประเทศเพื่อนบ้าน ที่ล้อมภาคเหนือของไทยอยู่ทั้งในส่วนของเมียนมา และลาว มีจุดความร้อนหนาแน่นจนเป็นสีแดงเถือกเต็มพื้นที่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้หมอกควันลอยเข้ามาสมทบกับปัญหาหมอกควัน จากไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือเอง สำหรับจังหวัดเชียงใหม่เช้านี้ พบจุดความร้อนพุ่งสูงถึง 227 จุด โดยที่อำเภอเชียงดาวที่พบว่าสถานการณ์หมอกควันวิกฤตหนักที่สุดของเชียงใหม่ มีมากถึง 54 จุด รองลงมาเป็นอำเภอสันทราย 29 จุด / แม่แตง 29 จุด /ฮอด 21 จุด /แม่วาง 19 จุด /แม่แจ่ม 14 จุด / สะเมิง 13 จุด / อมก๋อย 10 จุด และกระจายไปตามอำเภอต่างๆ อีก 8 อำเภอด้วยกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...