โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Coralie Fargeat ผู้กำกับ The Substance (2024) กับการระบายความรุนแรงของการต้องเกิดเป็นผู้หญิง

Mirror Thailand

อัพเดต 14 ต.ค. 2567 เวลา 03.46 น. • เผยแพร่ 14 ต.ค. 2567 เวลา 03.46 น.
ภาพไฮไลต์

The Substance (2024) คือหนังร่วมทุนสร้างสองสัญชาติระหว่างสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส ซึ่งกำกับโดย กอราลี ฟาร์ฌาต์ (Coralie Fargeat) และหนังก็สร้างปรากฏการณ์ถล่มทลายนับตั้งแต่นาทีที่ออกฉายรอบปฐมทัศน์ที่เทศกาลหนังเมืองคานส์เมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยได้รับการ standing ovation จากผู้ชมนานร่วมสิบนาที ยิ่งไปกว่านั้น มันยังส่งฟาร์ฌาต์คว้ารางวัลเขียนบทยอดเยี่ยม และส่งเธอเข้าชิงรางวัลปาล์มทองคำซึ่งถือเป็นรางวัลใหญ่ที่สุดของเทศกาลได้เป็นครั้งแรกด้วย

ทั้งนี้ หนังว่าด้วยเรื่องของ อลิซาเบธ สปาร์เคิล (เดมี มัวร์ -ผู้มอบการแสดงอันยอดเยี่ยมให้หนัง) อดีตนักแสดงรางวัลออสการ์วัย 50 ปีที่เพิ่งถูกสตูดิโอสั่งให้ปลดระวางจากรายการประจำด้วยเหตุผลเรื่องอายุเป็นสำคัญ อลิซาเบธทั้งแค้นเคือง ทั้งโดดเดี่ยว แต่ในวันอันมืดมิดนั้นเธอได้รับ ‘สาร’ บางอย่างที่ทำให้เธอมีอีกร่างที่เยาว์วัยกว่า สวยกว่า และสมบูรณ์แบบกว่าในชื่อ ซู (มาร์กาเร็ต ควอลลี) เงื่อนไขเดียวคืออลิซาเบธกับซูจะต้องใช้ชีวิตสลับกันทุกเจ็ดวันโดยไม่มีข้อแม้ และความยุ่งยากก็ถือกำเนิดขึ้นเมื่อทั้งคู่เริ่มชิงชัง ‘อีกร่างหนึ่ง’ ของตัวเอง
ฟาร์ฌาต์รู้ตัวว่าอยากทำหนังมาตั้งแต่อายุราว 17 ปี เธอจึงพาตัวเองไปอยู่ในแวดล้อมของคนทำหนังฝรั่งเศสแบบไม่เกี่ยงตำแหน่ง และใช้เวลาตรงนั้นร่วมทศวรรษ จากนั้นฟาร์ฌาต์จึงได้กำกับหนังสั้นเรื่องแรกคือ Le télégramme (2003) ว่าด้วยผู้หญิงสองคนที่เฝ้ารอจดหมายฉบับสำคัญในยุคสงครามโลกครั้งที่สอง ตามด้วยหนังสั้นอีกเรื่องคือ Reality+ (2014) ที่ว่าไปก็มีสารใกล้เคียงกับ The Substance เพราะมันว่าด้วยโลกที่สามารถฝังชิปลงในสมองมนุษย์ ฉายภาพตัวเราในเรือนร่างที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่เราจะคิดฝันได้ โดยเรือนกายอันหมดจดนี้จะฉายให้เห็นเฉพาะเจ้าของชิปกับคนที่ฝังชิปนี้ด้วยกันเท่านั้น เงื่อนไขคือชิปนี้ทำงานได้เพียงวันละ 12 ชั่วโมง พ้นไปจากนั้น เรือนร่างที่แท้จริงของเจ้าของชิปจะปรากฏขึ้นให้คนอื่นได้เห็น

ส่วนหนังที่สร้างชื่อให้ฟาร์ฌาต์ในวงกว้างคือ Revenge (2017) หนังยาวเรื่องแรกของเธอที่ได้รับคำชมหนาหูว่า ‘สุดขีดคลั่ง’ และเป็นหนังที่ฟาร์ฌาต์เรียกว่าเป็นหนังที่ฉายด้าน ‘เฟมินิสต์’ ของเธอ โดยหนังว่าด้วยหญิงที่ทั้งถูกข่มขืน ทั้งถูกไล่สังหาร แต่เธอรอดชีวิตและออกล่าล้างแค้นแบบไม่สนความเป็นความตายใดๆ และจากนั้นจึงตามมาด้วย The Substance ที่ปูพรมส่งฟาร์ฌาต์สู่สายตาคนดูหนังกระแสหลักทั่วโลกอย่างเป็นทางการ
“หนังเรื่อง Revenge น่ะฉายภาพเด็กสาว, ความเซ็กซี่และความเป็นเด็กดีของเธอ แต่เมื่อไรก็ตามที่เด็กดีคนนี้ก่อปัญหา สังคมก็จะผลักไสคุณ ลบเลือนคุณทิ้ง” ฟาร์ฌาต์บอก ขณะที่ไอเดียการทำ The Substance ถือกำเนิดขึ้นในวันที่อายุของฟาร์ฌาต์ล่วงพ้นวัย 40 และเดินหน้าไปสู่ขวบปีที่ 50 เข้าไปแล้ว (เช่นเดียวกับละครอลิซาเบธ) “เหมือนฉันได้เจอกับคลื่นลูกใหญ่มากๆ เอาแต่คิดว่า ‘ชีวิตคงถึงจุดจบแล้วสินะ ฉันคงไม่น่าสนใจอีกต่อไปแล้ว ไม่มีใครอยากชายตามองมายังฉันแน่ๆ จบสิ้นกันตรงนี้แหละ’ เรื่องนี้รบกวนจิตใจฉันอย่างรุนแรงจนต้อ

งพูดออกมาว่า ‘ถึงเวลาต้องทำอะไรกับไอ้สิ่งนี้สักทีละ’”

หากใครได้ดู The Substance น่าจะนึกภาพออกว่าความรุนแรงและความบ้าระห่ำทะลุเพดานขององก์สุดท้ายในหนังนั้นเป็นอย่างไร โดยฟาร์ฌาต์บอกว่า “ความรุนแรงที่เห็นในเรื่องคือวิธีที่ฉันดึงเอาความรุนแรงที่ฉันรู้สึกตลอดเวลาออกมาได้ ฉันต้องการระบายความรู้สึกหดหู่ในยามที่เราถูกมอง และสิ่งที่เรารู้สึกต่อร่างกายตัวเอง เพราะเราเอาแต่เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น ให้คุณค่าของตัวเองจากการเปรียบเทียบนั้น ฉันเลยรู้สึกว่า ‘เอาล่ะ นี่แหละคือเวลาที่ต้องทำหนังเฮอร์เรอร์เพื่อระบายความรุนแรงในหัวออกมาสักที’”
“ฉันอยากทำให้เห็นว่าเวลาคุณเป็นผู้หญิง ร่างกายของคุณเป็นทุกสิ่ง แต่สิ่งเดียวที่มันไม่ได้เป็นคือการได้เป็นตัวเองในที่สาธารณะ ร่างกายของผู้หญิงมักถูกพินิจพิจารณาอย่างละเอียด ถูกตัดสิน ถูกวิเคราะห์ ถูกเอาไปเสริมเติมแต่งทางจินตนาการ ถูกทำให้เป็นเรื่องเพศ และเราจะเมินเฉยเรื่องนี้ไม่ได้เลย ทั้งมันยังบ่งบอกด้วยว่าเราได้รับอนุญาตให้มีตัวตนอยู่บนโลกนี้แบบไหน วิธีคิดแบบนี้เป็นกรงขังที่ทรงพลังมากในการป้องกันไม่ให้เรามีพื้นที่อื่นๆ ความไม่เท่าเทียมพวกนี้เป็นสิ่งที่ถูกปลูกฝังไว้ในส่วนลึกของผู้คน และบอกเลยว่าอาวุธที่ถูกฝังไว้ลึกเช่นนี้คืออาวุธที่อันตรายที่สุดเลยล่ะ”
“ฉันถึงรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องจำเป็นมากๆ ที่ต้องฉายให้เห็นในสิ่งที่คนไม่พูดถึง เอาเครื่องใน เอาเลือด เอาความรุนแรงมากองให้ดูตรงหน้าแล้วบอกว่า ‘ดูนี่สิโว้ย’” ฟาร์ฌาต์ปิดท้าย ซึ่งเดือดดาลไม่แพ้องก์สุดท้ายในหนังของเธอ

อ้างอิง

https://www.hammertonail.com/interviews/coralie-fargeat/

https://www.vogue.com/article/coralie-fargeat-the-substance-interview

https://www.esquire.com/entertainment/movies/a61777450/coralie-fargeat-interview-2024/

https://www.indiewire.com/features/interviews/coralie-fargeat-feminist-body-horror-the-substance-1235048769/

https://www.elle.com/culture/movies-tv/a62297701/the-substance-coralie-fargeat-interview/

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...