โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เตือนผู้บริโภคเหล้าเถื่อนรีบสังเกตอาการ หากปวดท้องตาพร่ามัวรีบพบแพทย์

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 26 ส.ค. 2567 เวลา 20.29 น. • เผยแพร่ 26 ส.ค. 2567 เวลา 09.04 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กทม. 26 ส.ค.-รมว.สาธารณสุข เตือนผู้บริโภคเหล้าเถื่อน รีบสังเกตอาการตัวเอง หากมีอาการปวดท้อง ปวดหัว ตาพร่ามัว รีบพบแพทย์ เสี่ยงเสียชีวิตสูง เชื่อ 1-2 วันนี้จะมีผู้ป่วยจากเหล้าเถื่อน เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเพิ่มอีก

เวลา 13.30 น. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หารือแนวทางการป้องกันปัญหาการลักลอบผลิต บริโภคและอันตรายของเหล้าเถื่อน โดยมีเจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิต ร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย

นายสมศักดิ์ เปิดเผยหลังการประชุมนาน 1 ชั่วโมงว่า มีผู้บริโภคเหล้าเถื่อน เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลรวมทั้งสิ้น 28 ราย เสียชีวิตอีก 2 ราย ในจำนวนนี้มีสาหัส 2 คน ตาบอด 1 ราย สายตามีปัญหาพร่ามัวมากกว่า 10 ราย โดยคาดว่าหลังจากนี้ 1-2 วันจะมีผู้เข้ามารับการรักษาเพิ่มเติมอีกจำนวนหนึ่ง เนื่องจากยังมีคนซื้อไปเก็บตุลไว้ดื่มที่บ้าน ซึ่งความรุนแรงของเหล้าเถื่อนจะมากน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณที่ดื่มเข้าไป หากดื่มเข้าไปเกิด 20 มิลิกรัมเปอร์เซ็นต่อลิตร มีโอกาสเสียชีวิตสูง เพราะเม็ดเทอร์นอล แอลกอฮอล์ ที่ผสมในเหล้าเถื่อนจะเข้าไปทำปฏิกิริยาในร่างกายทำให้เกิดกรดเลือดๆ เลือดจึงเป็นพิษ ทำให้เสียชีวิตได้

ซึ่งคาดว่า 1-2 วันนี้จะมีผู้ป่วย เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเพิ่มเติมอีก เนื่องจากมีคนซื้อไปกับตุนไว้กินที่บ้าน จึงขอให้ผู้บริโภคสุราเถื่อน โดยเฉพาะคนที่ซื้อเหล้าริมถนน ให้รีบสังเกตอาการตัวเอง หากมีอาการปวดท้อง ปวดหัว ตาพร่ามัว ให้รีบเข้าพบแพทย์โดยด่วนแม้ว่าจะบริโภคในปริมาณน้อยก็ใช่ว่าจะปลอดภัย ดังนั้นต้องหมั่นสังเกตุอาการตัวเองอย่างเนื่องๆ จากเหล้าเถื่อนที่บริโภคเข้าไปจะเริ่มออกฤทธิ์ แสดงอาการต่อร่างกาย หลังดื่มเข้าไป 24 ถึง 48 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม สำหรับเหตุการณ์นี้ อาจเกิดจากความเข้าใจผิดหรือไม่นั้น ตนไม่สามารถทราบได้ แต่เมทานอลแอลกอฮอล์ที่ใช้ผลิตเหล้าจะต้องเป็น C2 S6 OS เท่านั้น แต่ที่พบในเล่าเถื่อน พบว่าเป็น CS3 OS ซึ่งเป็นเมทานอลแอลกอฮอล์ที่ใช้ผสมสี ซึ่งไม่สามารถบริโภคได้จึงเป็นพิษต่อร่างกาย.-414.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...