โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัฐเดี่ยว รัฐรวม คืออะไร? สรุป! ระบบการเมืองการปกครอง ออกสอบบ่อย

Dek-D.com

อัพเดต 27 ส.ค. 2567 เวลา 08.12 น. • เผยแพร่ 24 ส.ค. 2567 เวลา 02.40 น. • DEK-D.com
ทำความรู้จัก 'รูปแบบรัฐ' และ 'ระบอบการปกครอง' ออกสอบบ่อย

สวัสดีค่ะ น้องๆ ชาว Dek-D ในบทความที่แล้วพี่แป้งพาทุกคนไปทำความรู้จักกับระบบเศรษฐกิจกันไปแล้ว ในวันนี้คอลัมน์ ‘รู้ไว้เผื่อออกสอบ’ ก็ได้หยิบยกเรื่อง “ระบบการปกครอง และรูปแบบของรัฐ”ซึ่งเป็นหัวข้อที่อยู่ในข้อสอบ A-Level พาร์ตรัฐศาสตร์มาให้น้องๆ ได้เข้าใจเรื่องระบบการเมืองการปกครองในสังคมปัจจุบันมากขึ้น พร้อมแบบฝึกหัดจากข้อสอบจริงมาให้ได้ทดสอบความรู้ด้านล่างกันค่ะ

ก่อนที่จะไปรู้จักระบอบการปกครอง น้องๆ ต้องรู้ก่อนว่าองค์ประกอบของรัฐนั้นมีอะไรบ้าง เพราะเป็นพื้นฐานสำคัญในการทำความเข้าใจเรื่องระบอบการปกครองค่ะ ซึ่งหัวข้อนี้ก็เป็นเรื่องที่น้องๆ สามารถเก็บคะแนนได้ง่ายมากๆ เช่นกัน

องค์ประกอบของรัฐ มีอะไรบ้าง?

รัฐ หมายถึง ประเทศที่มีรัฐบาลเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยเหนือประชากร ภายใต้ดินแดนของตนอย่างอิสระโดยไม่ขึ้นอยู่กับใครโดยทั่วไปแล้วรัฐจะมีสภาพเป็นรัฐที่สมบูรณ์ได้ต้องประกอบไปด้วยองค์ประกอบ 4 ประการ ดังนี้

1. ประชากร- เป็นกลุ่มคนที่มีจุดมุ่งหมายและมีประโยชน์ร่วมกันจำนวนประชากรของแต่ละรัฐอาจมีมากน้อยต่างกันไป แบ่งเป็น ผู้ที่มีสัญชาติของรัฐนั้น, คนต่างด้าว เป็นต่างด้าวที่มาพักอาศัย เป็นชนกลุ่มน้อยที่เป็นเผ่าเร่รอนในรัฐไม่มีกฎหมายรองรับ เช่น ชาวเขา เป็นต้น โดยไม่จำเป็นต้องเป็นเชื้อชาติเดียว

2. ดินแดน- รัฐต้องมีอาณาเขตหรือดินแดนที่ตั้งแน่นอน หมายความว่า ต้องมีเส้นเขตแดนเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ ทั้งโดยข้อเท็จจริงและโดยสนธิสัญญา ได้แก่ แผ่นดิน น่านน้ำ และน่านฟ้าซึ่งจะมีขนาดใหญ่หรือเล็กก็ได้

3. รัฐบาล- ทำหน้าที่คุ้มครองรักษาความสงบภายในรัฐป้องกันการรุกรานจากภายนอก จัดการทางเศรษฐกิจ และการบำบัดทุกข์บำรุงสุขของประชากร รวมทั้งดำเนินกิจกรรมของรัฐในทางการเมืองระหว่างประเทศด้วย

4. อำนาจอธิปไตย- อำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศทำให้รัฐสามารถดำเนินการทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับการปกครองภายในและภายนอก โดยอำนาจอธิปไตยเป็นอำนาจที่ถาวรจะคงอยู่คู่กับรัฐตลอดไป ถือเป็นอำนาจที่เด็ดขาด และบริบูรณ์ในตัวเอง ไม่มีอำนาจใดมาลบล้างได้ แม้จะมีการปฏิรูปการปกครองก็ตาม ได้แก่ อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ

รูปแบบของรัฐ มีกี่แบบ?

รูปแบบของรัฐจะเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงลักษณะของการใช้อำนาจอธิปไตยภายในประเทศว่าใช้ในลักษณะใด เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มีรัฐบาลเดียว หรือมีรัฐบาลซ้ำซ้อนกัน โดยรูปแบบรัฐแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ รัฐเดี่ยว และรัฐรวม

รัฐเดี่ยว (Unitary State)

มีอีกชื่อเรียกว่า "เอกรัฐ"เป็นรัฐที่มีศูนย์กลางทางการเมืองและการปกครองรวมกันเป็นหนึ่งเดียว มีรัฐบาลเดียวในการบริหารประเทศ โดยที่รัฐบาลกลางอยู่ที่เมืองหลวง ไม่มีรัฐบาลท้องถิ่น ทุกคนจะอยู่ภายใต้ระบอบการปกครอง และกฎหมายเดียวกัน

จุดเด่นของรัฐเดี่ยว คือ มีความเป็นเอกภาพและมีความเป็นปึกแผ่นสูงเพราะรัฐบาลกลางสามารถรวมอำนาจเข้ามาได้ทั้งหมด และสามารถบริหารกิจการต่างๆ ได้ในภาพรวม ทำให้ประหยัดงบประมาณในการบริหารประเทศเพราะรัฐบาลกลางสามารถมองเห็นภาพรวมของทั้งประเทศ รู้ว่างบประมาณมีเท่าไหร่ จะจัดสรรให้หน่วยงานต่างๆ เท่าไหร่ ทำให้ไม่เกิดการบริหารงานที่ซ้ำซ้อนกัน

อย่างไรก็ตาม รัฐเดี่ยวก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมีรัฐบาลกลางเพียงอย่างเดียวที่บริหารประเทศ อาจมีการกระจายอำนาจไปให้หน่วยงานท้องถิ่นบ้าง เช่น อบต. อบจ. แต่การบริหารงานส่วนท้องถิ่นต้องอยู่ภายใต้กรอบของรัฐบาลกลางเท่านั้น

ตัวอย่างประเทศรัฐเดี่ยว : ไทย จีน ฝรั่งเศส ฟิลิปปินส์ อังกฤษ สวีเดน สิงคโปร์ ไอซ์แลนด์ ฟินแลนด์

หมายเหตุ :รูปแบบรัฐเดี่ยวไม่จำเป็นต้องตั้งอยู่บนผืนแผ่นดินเดียวกันและติดกันเท่านั้น อย่าง ญี่ปุ่น อินโดนีเซียที่มีภูมิประเทศเป็นหมู่เกาะ หรือประเทศที่ดินแดนอยู่ห่างจากกัน โดยมีประเทศอื่นคั่นอยู่ เช่น ปากีสถาน และตุรกีก็เป็นรัฐเดี่ยวได้เช่นกัน

รัฐรวม (Federal State)

มีอีกชื่อเรียกว่า "สหพันธรัฐ" เป็นรัฐที่มีรัฐบาลสองระดับ คือ รัฐบาลกลาง และรัฐบาลท้องถิ่นโดยที่ทั้งสองรัฐต่างก็มีอำนาจโดยตรงจากรัฐธรรมนูญของตัวเอง เป็นอำนาจที่ไม่ก้าวก่ายกัน รัฐบาลท้องถิ่นจะมีอำนาจควบคุมดูแลประชากรภายในรัฐของตน แต่อำนาจนั้นจะต้องไม่ขัดต่อความต้องการและสวัสดิภาพของชาติโดยส่วนรวม ซึ่งภาพรวมหน้าที่ของรัฐบาลกลาง และรัฐบาลท้องถิ่นต่างกัน ดังนี้

  • รัฐบาลกลางอยู่ที่เมืองหลวง มีหน้าที่ดูแลกิจการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ เช่น การทหาร การคลัง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
  • รัฐบาลท้องถิ่น (มลรัฐ)อยู่ตามท้องถิ่น มีอำนาจในการดูแลกิจการที่เกี่ยวกับท้องถิ่นโดยเฉพาะ เช่นการศึกษา การแพทย์ ตำรวจ สาธารณูปโภคตัวอย่างเช่น บางรัฐในสหรัฐอเมริกามีกฎหมายอนุญาตให้ประชาชนพกปืน หรือสามารถเล่นการพนันอย่างถูกกฎหมายได้ ในขณะที่บางรัฐทำไม่ได้

จุดเด่นของรัฐรวมคือ การปกครองเป็นไปอย่างทั่วถึงเพราะโดยส่วนใหญ่ประเทศที่เป็นรูปแบบรัฐรวมจะเป็นประเทศที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ รัฐบาลกลางจึงไม่สามารถดูแลทุกพื้นที่ได้ ดังนั้น การมีรัฐบาลท้องถิ่นจึงทำให้รับทราบปัญหาภายในพื้นที่นั้นๆ ได้ดีกว่าทำให้สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง ทั้งยังช่วยลดภาระของรัฐบาลกลางได้อีกด้วย

ตัวอย่างประเทศรัฐรวม :สหรัฐอเมริกา อินเดีย ออสเตรเลีย บราซิล สวิสเซอร์แลนด์ เยอรมนี แคนาดา รัสเซีย

เกร็ดความรู้ :มาเลเซียเป็นรัฐรวมแห่งเดียวในอาเซียน และจีนเป็นรัฐเดี่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ระบอบการปกครอง คืออะไร?

ระบอบการปกครอง (Regime of Government) คือ เป็นแบบแผนในการดำเนินการปกครองประเทศที่ก่อให้เกิดข้อตกลงมีผลบังคับใช้กับสมาชิกในสังคม เพื่อความสงบและความเป็นระเบียบเรียบร้อยทั่วโลกมีรูปแบบการปกครองอยู่ 2 ระบอบใหญ่ๆ คือ ระบอบประชาธิปไตย และระบอบเผด็จการ โดยทั้งสองระบอบนี้จะมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน

ระบอบประชาธิปไตย (Democracy)

รูปแบบการปกครองที่ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจการปกครองและเลือกตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่ต่างๆ โดยเน้นสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคของประชาชน ซึ่ง “หัวใจของประชาธิปไตย”ต้องครอบคลุมหลักการทั้ง 5 ประการ ดังนี้

1.หลักอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน (Popular Sovereignty)ถ้าให้เข้าใจง่ายๆ ก็คืออำนาจสูงสุดในการปกครองอยู่ที่ประชาชน ในฐานะที่ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจ จึงมีสิทธิตั้งรัฐบาลได้โดยผ่านกระบวนการเลือกตั้งเป็นสำคัญ

2.หลักความเสมอภาค (Equality)เน้นความเท่าเทียมกันของประชาชนทุกคน โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ ทั้งในด้านกฎหมาย การเมือง เศรษฐกิจ สังคม และโอกาส

3.หลักสิทธิและเสรีภาพ (Bill of Rights) ประชาชนต้องได้รับความคุ้มครอง รัฐบาลต้องไม่ก้าวล้ำสิทธิเสรีภาพ หรือกระทำการใดๆ ที่รบกวนสิทธิเสรีภาพของประชาชน ทั้งในด้านบุคคล การเมือง และเศรษฐกิจ

4.หลักนิติธรรม (The Rule of Law)ยึดกฎหมายเป็นสำคัญ เพราะกฎหมายมีการบัญญัติอย่างชัดแจ้งเปิดเผย และใช้กระบวนการพิสูจน์ที่มีเหตุผลที่สุดเท่าที่จะทำได้ จึงสามารถนำ ไปใช้เพื่อก่อให้เกิดความยุติธรรมและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของบุคคล

5.หลักเสียงข้างมาก (Majority Rule)การปกครองโดยเสียงข้างมากเป็นเครื่องยืนยันว่าการตัดสินใจโดยเสียงข้างมากเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่จะต้องให้ความเคารพและคุ้มครองเสียงข้างน้อยด้วย

รูปแบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

โดยรูปแบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตย แบ่งเป็น 2 รูปแบบใหญ่ๆ ได้แก่

1.หลักประมุขของประเทศแบ่งเป็น 2 รูปแบบ

  • พระมหากษัตริย์เป็นประมุข : โดยอยู่ในขอบเขตของรัฐธรรมนูญ พระมหากษัตริย์ใช้อำนาจอธิปไตยแยกเป็น 3 ทาง คือ ใช้อำนาจนิติบัญญัติผ่านรัฐสภา อำนาจบริหารผ่านคณะรัฐมนตรี และอำนาจตุลาการผ่านศาล ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ (เช่น ประเทศไทย อังกฤษ ญี่ปุ่น)
  • ประธานาธิบดีเป็นประมุข: แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ ประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐ และนายกรัฐมนตรีเป็นประมุขฝ่ายบริหาร(เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย)

2.จำแนกตามสถาบันการปกครองแบ่งเป็น 3 รูปแบบ

  • ระบบรัฐสภา: เป็นการปกครองที่รัฐบาลได้รับเลือกจากความเห็นชอบของรัฐสภาโดยประมุขแห่งรัฐ อาจเป็นกษัตริย์หรือประธานาธิบดีก็ได้ และประมุขฝ่ายบริหาร คือ นายกรัฐมนตรี (เช่น ไทย อังกฤษ)
  • ระบบประธานาธิบดี : เป็นการปกครองที่มีอํานาจนิติบัญญัติ และอํานาจบริหารแยกออกจากกัน ต่างจากระบบรัฐสภาตรงที่มีประธานาธิบดีเป็นประมุขแห่งรัฐที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน ทําหน้าที่บริหารประเทศและแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีเพื่อบริหารประเทศร่วมกัน ส่วนอํานาจนิติบัญญัติจะอยู่ที่รัฐสภา ในขณะที่อํานาจตุลาการยังคงเป็นอิสระ (เช่น สหรัฐอเมริกา)
  • ระบบกึ่งสภากึ่งประธานาธิบดี: เป็นรูปแบบที่มีประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐ และบริหารราชการแผ่นดินร่วมกับนายกรัฐมนตรีหมายความว่า ประธานาธิบดีมีอำนาจทางการเมือง ส่วนนายกรัฐมนตรีมีอำนาจในการบริหาร แต่อำนาจในการอนุมัติ ตัดสินใจ และการลงนามในกฎหมายยังคงอยู่ที่ประธานาธิบดี ระบบนี้แตกต่างจากประธานาธิบดีในระบบประธานาธิบดีตรงที่เขาจะกุมอำนาจบริหารไว้หมด (เช่น ฝรั่งเศส)

ระบอบเผด็จการ (Dictatorship)

รูปแบบการปกครองที่อำนาจทางการเมืองเป็นของผู้นำเพียงคนเดียว หรือกลุ่มคนเพียงกลุ่มเดียว โดยคนกลุ่มนี้จะควบคุมบังคับประชาชนได้โดยเด็ดขาดทำให้ประชาชนไม่มีอำนาจในการปกครองประเทศ จริงๆ แล้วระบอบเผด็จการอาจจะมีรูปแบบที่ไม่ตายตัวแน่นอน ขึ้นอยู่กับรูปแบบการปกครองของประเทศนั้น ๆ แต่ก็พอจะสรุปหลักการพื้นฐานของระบอบเผด็จการได้ดังนี้

1.ผู้นำผูกขาดอำนาจทางการเมือง: ผู้นำมีอำนาจสูงสุด และสามารถใช้อำนาจนั้นได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องฟังเสียงคนส่วนใหญ่ในประเทศ และประชาชนไม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์ผู้นำได้อย่างเปิดเผย

2.จํากัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน : ระบอบการปกครองนี้ ประชาชนมีสิทธิและเสรีภาพน้อยมากหรือไม่มีเลย ทั้งในการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม

3.ประชาชนต้องเชื่อฟังผู้นำ : ยึดถือเจตนารมณ์ของผู้นำประเทศเป็นหลัก ประชาชนต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตามผู้นําอย่างเคร่งครัด ไม่มีสิทธิโต้แย้ง ในบางครั้งอาจมีการใช้กำลัง การบังคับ และความรุนแรง เพื่อควบคุมประชาชนด้วย

4.ยกย่องอำนาจ และความสำคัญของรัฐ: ยึดหลักความมั่นคง ความเข้มแข็ง และความปลอดภัยของชาติเป็นหลัก รวมถึงนโบบาย และหลักการที่ผู้นำกำหนดถือเป็นสิ่งที่ถูกต้องและเหมาะสมที่สุด ไม่มีเหตุผลอื่นมาคัดค้านได้

รูปแบบการปกครองในระบอบเผด็จการ

โดยรูปแบบการปกครองในระบอบเผด็จการ แบ่งเป็น 2 รูปแบบใหญ่ๆ ได้แก่ ระบอบเผด็จการอำนาจนิยม และระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ (หมายเหตุ : ระบอบที่มีดอกจันทน์ *เป็นเรื่องที่ออกสอบบ่อย)

1. ระบอบเผด็จการอำนาจนิยม :เป็นระบบการปกครองที่จำกัดเสรีภาพของประชาชนเฉพาะด้านการเมืองโดยจำกัดสิทธิ์และผูกขาดอำนาจทางการเมืองไว้เฉพาะในกลุ่มผู้นำ แต่ยอมให้ประชาชนมีเสรีภาพทางเศรษฐกิจ และสังคม อื่น ๆ ได้บ้างเช่น การประกอบธุรกิจ การศึกษา การนับถือศาสนา การปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมประเพณี แบ่งเป็น 3 รูปแบบย่อย ได้แก่

  • ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ (อัตตาธิปไตย) :มีผู้นำเป็นพระมหากษัตริย์ โดยที่มีอำนาจเด็ดขาดแต่เพียงผู้เดียว (เช่น ประเทศบรูไน และซาอุดิอาระเบีย)
  • *ระบอบเผด็จการทหาร (คณาธิปไตย) : เป็นระบอบเผด็จการที่คณะผู้นำฝ่ายทหารเป็นผู้ใช้อำนาจเผด็จการ ในการปกครองโดยตรงหรือโดยอ้อม และมักจะใช้กฎอัยการศึก หรือรัฐธรรมนูญที่คณะของตนสร้างขึ้นเป็นเครื่องมือในการปกครอง
  • ระบอบอภิชนาประชาธิปไตย :มีคณะบุคคลกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นคนกลุ่มน้อย เป็นกลุ่มชนชั้นสูงในสังคม เช่น กลุ่มผู้มีอำนาจ กลุ่มอภิสิทธิ์ชน

2. ระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ : เป็นระบบการปกครองที่รัฐมีอำนาจมากที่สุด ควบคุมและจำกัดเสรีภาพของประชาชนทุกด้าน ทั้งทางการเมืองเศรษฐกิจและสังคม แบ่งเป็น 2 รูปแบบบ่อย ได้แก่

  • *ระบอบคอมมิวนิสต์ :มีพรรคคอมมิวนิสต์เพียงพรรคเดียวที่ได้รับการยอมรับหรือสนับสนุนจากกลุ่มบุคคลต่างๆ รวมทั้งกองทัพ ให้เป็นผู้ใช้อำนาจเผด็จการปกครองประเทศ และสามารถดำรงตำแหน่งได้ตลอดชีวิต อยู่ได้นานเท่าที่กองทัพยังให้การสนับสนุน ประชาชนไม่สามารถเปลี่ยนผู้นำได้เลยและรัฐธรรมนูญไม่มีความสำคัญ เขียนขึ้นมาเพื่อรองรับอำนาจของผู้นำและคณะเท่านั้น (เช่น ประเทศจีน ลาว เกาหลีเหนือ คิวบา เวียดนาม)
  • *ระบอบฟาสซิสต์ หรือเผด็จการชาตินิยม : ผู้นำได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มนักธุรกิจ และกองทัพ ให้ใช้อำนาจเผด็จการปกครองประเทศมักจะมีลัทธิการเมืองที่เรียกกันว่า ลัทธิฟาสซิสต์ เป็นลัทธิที่มีความเชื่อว่า เชื้อชาติเผ่าพันธุ์ของตัวเองมีความสูงส่งมากกว่าเชื้อชาติอื่นๆ จะเน้นชาตินิยมหัวรุนแรง โฆษณาชวนเชื่อ และต่อต้านคอมมิวนิสต์ ซึ่งในปัจจุบันไม่มีประเทศที่ใช้ระบอบการปกครองลักษณะนี้แล้ว

เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างประชาธิปไตยกับเผด็จการ

เพื่อให้น้องๆ เห็นภาพชัดมากขึ้นว่าระบอบประชาธิปไตยกับระบอบเผด็จเผด็จการต่างกันยังไง พี่แป้งสรุปเป็นตารางเปรียบเทียบมาให้แล้วค่ะ

มาทดสอบความรู้กัน!

สำหรับข้อสอบที่นำมาให้น้องๆ ฝึกทำโจทย์ เพื่อวัดความรู้ความเข้าใจกันในวันนี้ เป็นข้อสอบ A-Level วิชาสังคมศึกษา ปี 2566และข้อสอบ A-Level วิชาสังคมศึกษา จากโครงการ Dek-D’s Pre Admission รอบพฤศจิกายน 2566ถ้าพร้อมแล้วเริ่มทำได้เลย!

1.ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับลักษณะของอำนาจอธิปไตยภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตย(A-Level วิชาสังคมศึกษา ปี 2566)

1) อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนคนไทยทุกคน

2) ขอบเขตของอำนาจอธิปไตยครอบคลุมทั่วอาณาเขตของรัฐ

3) รัฐบาลมีอำนาจในการบริหารงานประเทศที่เป็นหนึ่งเดียวกัน

4) อำนาจอธิปไตยเป็นอำนาจสูงสุดในรัฐที่ไม่มีอำนาจอื่นใดเสมือน

5) อำนาจอธิปไตยเกิดการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากเกิดการปฏิรูปการปกครอง


2. ข้อใดต่อไปนี้เป็นองค์ประกอบของรัฐ (โครงการ Dek-D’s Pre Admission รอบพฤศจิกายน 2566)

1) ประชากร อาณาเขต รัฐธรรมนููญ รัฐบาล

2) อาณาเขต รัฐบาล กฎหมาย อธิปไตย

3) รัฐบาล รัฐสภา ศาล อธิปไตย

4) ประชากร อาณาจักร รัฐธรรมนููญ หน่วยการปกครอง

5) อธิปไตย ดินแดน ประชากร รัฐบาล

น้อง ๆ คิดว่าทั้ง 2 ข้อ ตอบข้อไหนบ้าง รู้แล้วมาคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยค่ะ!

สำหรับคอลัมน์ ‘รู้ไว้เผื่อออกสอบ’ วิชาสังคมศึกษาฯ บทความต่อไปจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร ฝากติดตามกันด้วยนะคะ หรือถ้าน้องๆ มีเรื่องราวน่าสนใจเรื่องไหน ที่อยากให้นำมาเล่า หรือแจกทริคการจำ ก็สามารถคอมเมนต์เอาไว้ด้านล่างได้เลย!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...