โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ไขข้อสงสัย ขุดบิทคอยน์คืออะไร อยากเริ่มขุดต้องทำอย่างไร?

The Better

อัพเดต 18 ต.ค. 2566 เวลา 06.12 น. • เผยแพร่ 18 ต.ค. 2566 เวลา 05.57 น. • THE BETTER
หากพูดถึง Bitcoin หลายคนน่าจะเคยได้ยินเกี่ยวกับการขุดด้วยอย่างแน่นอน แล้วสงสัยกันไหมว่าการขุดคืออะไร ทำงานอย่างไร ได้เงินจริงหรือไม่ ถ้าอยากเริ่มขุดบิทคอยน์มีอะไรต้องพิจารณาบ้าง บทความนี้จะมาช่วยคลายข้อสงสัยให้คุณเอง

การขุดคืออะไร?

ก่อนจะทำความเข้าใจเกี่ยวกับการขุดบิทคอยน์อันดับแรกต้องเข้าใจหลักการทำงานของบล็อกเชนที่เป็นเทคโนโลยีเบื้องหลังคริปโทเคอร์เรนซีเกือบทุกสกุลกันก่อน

โดยบล็อกเชนเป็นเทคโนโลยีฐานข้อมูลแบบกระจายอำนาจที่เก็บข้อมูลธุรกรรมเป็นบล็อก ๆ โดยจะเรียงตั้งแต่บล็อกแรกสุดจนถึงบล็อกล่าสุด แต่เนื่องจากการที่บล็อกเชนเป็นฐานข้อมูลแบบกระจายอำนาจไม่มีตัวกลางควบคุม แล้วใครจะมีสิทธิ์เพิ่มบล็อกหรือธุรกรรมใหม่ ๆ เข้าไปในบล็อกเชนล่ะ?

วิธีที่บล็อกเชนใช้เลือกคนที่สามารถเพิ่มธุรกรรมใหม่เข้าไปได้ คือบล็อกเชนจะมีบททดสอบออกมา โดยจะเป็นสมการทางคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนและต้องใช้คอมพิวเตอร์ประมวลผลเพื่อสุ่มตัวเลขแก้ไขสมการ คนที่สุ่มตัวเลขเจอและสามารถแก้ไขสมการได้เป็นคนแรกก็จะได้สิทธิ์ในการเพิ่มธุรกรรมหรือบล็อกใหม่เข้าไปในบล็อกเชน ส่วนคนที่สุ่มตัวเลขเจอเป็นคนถัด ๆ ไปก็จะเข้ามาช่วยเซ็นรับรองว่าธุรกรรมที่เพิ่มเข้าไปนั้นถูกต้อง แต่คนที่แก้สมการได้เป็นคนแรกเท่านั้นถึงจะได้รางวัลเป็นเหรียญใหม่ตอบแทน

สาเหตุที่ว่าทำไมถึงให้คนที่แก้สมการได้เป็นคนแรกสามารถเพิ่มบล็อกใหม่ลงไปได้ นั่นเพราะหลักการทำงานของบล็อกเชนที่เรียกว่า Proof-of-Work (พิสูจน์ด้วยการทำงาน) ซึ่งสามารถตีความได้ว่า คนที่ลงแรงใช้คอมพิวเตอร์และไฟฟ้าสุ่มตัวเลขออกมาจนแก้สมการสำเร็จได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาจะยืนยันธุรกรรมอย่างสุจริต บล็อกเชนจึงมอบสิทธิ์ในการสร้างบล็อกใหม่และรางวัลให้นั่นเอง

สรุปได้ว่า การขุด (Mining) ก็คือการแก้สมการทางคณิตศาสตร์โดยใช้คอมพิวเตอร์ประมวลผล เพื่อที่จะได้รับสิทธิ์ในการยืนยันธุรกรรมและเพิ่มบล็อกใหม่ลงไปในเครือข่ายบล็อกเชน และรับรางวัลตอบแทนเป็นเหรียญใหม่ เมื่อได้รางวัลเป็นเหรียญแล้วก็สามารถโอนเข้ามา Exchange เพื่อขายเป็นเงินบาทและสร้างผลตอบแทนได้นั่นเอง

อยากขุดบิทคอยน์ต้องทำอย่างไร?

อย่างที่ได้อธิบายไปเบื้องต้นว่าการขุดคือการใช้คอมพิวเตอร์สุ่มตัวเลขเพื่อแก้สมการ ดังนั้นหากต้องการเริ่มต้นขุดบิทคอยน์ด้วยตัวเองสามารถเริ่มพิจารณาได้จาก 2 ปัจจัย นั่นคือซอฟต์แวร์กับฮาร์ดแวร์

โดยทั่วไปคอมพิวเตอร์ที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Windows จะมีซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมสำหรับการขุดที่สามารถค้นหาบนอินเทอร์เน็ตได้ โดยตัวอย่างโปรแกรมสำหรับการขุด ได้แก่ CGMiner, Awesome Miner, EasyMiner เป็นต้น

แต่สิ่งสำคัญสำหรับการขุดไม่ได้อยู่ที่ซอฟต์แวร์ แต่อยู่ที่ตัวฮาร์ดแวร์อย่าง CPU หรือ GPU ว่ามีพลังประมวลผลมากแค่ไหน ยิ่งประมวลผลได้มากก็หมายความว่าสามารถสุ่มตัวเลขออกมาได้เยอะ ทำให้มีโอกาสสุ่มตัวเลขถูกหรือขุดสำเร็จก่อนคนอื่นมากขึ้น แต่ฮาร์ดแวร์ที่มีพลังเยอะก็ย่อมมีราคาและการกินไฟฟ้าที่สูงขึ้นตาม

แม้ GPU จะเป็นฮาร์ดแวร์ที่ได้รับความนิยมในวงการนักขุด แต่ทั้ง GPU และ CPU ต่างไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการขุด หากจะพูดถึงฮาร์ดแวร์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการขุดโดยเฉพาะ มันก็คือเครื่อง ASIC ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อการขุดเพียงอย่างเดียว ทำให้ประสิทธิภาพในการขุดของ ASIC สูงกว่าทั้ง CPU และ GPU ที่อยู่ในช่วงราคาเดียวกันอย่างเทียบไม่ติด

อีกหนึ่งทางเลือก หากไม่อยากปวดหัวกับการหาและดูแลฮาร์ดแวร์ด้วยตัวเอง ก็คือการใช้บริการ Cloud Mining ที่ให้เราจ่ายเงินเช่าและปล่อยให้ทางผู้ให้บริการทำการขุด โดยที่ผู้จ่ายไม่จำเป็นต้องลงทุนในเรื่องของอุปกรณ์ การบำรุงรักษา สถานที่ และอื่น ๆ อีกมากมาย

การบริการในลักษณะดังกล่าว แม้จะฟังดูสะดวกสบาย แต่ก็มีข้อควรระวังอย่างการ Scam หรือเว็บไซต์ปลอม รวมถึงรางวัลที่ได้จากการขุดที่อาจถูกหักค่าธรรมเนียมด้วยเช่นกัน ดังนั้นผู้ใช้ต้องทำการศึกษาและหาข้อมูลให้ดีเสียก่อน

สิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนเริ่มขุด

1.เหรียญที่ต้องการขุด

ในตลาดคริปโทเคอร์เรนซีมีเหรียญหลายสกุลที่สามารถขุดได้ ดังนั้นนักลงทุนต้องเริ่มต้นจากการศึกษาข้อมูลของเหรียญที่สนใจก่อน โดยหลัก ๆ แล้วเหรียญที่สามารถขุดได้จะทำงานบนบล็อกเชนที่ใช้ระบบ Proof-of-Work อย่าง Bitcoin หรือ Dogecoin เป็นต้น แต่ถ้าเป็นเหรียญที่ทำงานบนระบบ Proof-of-Stake จะไม่สามารถขุดได้ นักลงทุนจึงควรศึกษาข้อมูลของแต่ละเหรียญให้แน่ใจก่อนเป็นอันดับแรก

2.ต้นทุนอุปกรณ์

แม้การขุดด้วยฮาร์ดแวร์ที่คอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่มีอย่าง CPU จะสามารถเริ่มต้นได้ค่อนข้างง่าย แต่โอกาสที่จะใช้ CPU ขุดเหรียญใหญ่ ๆ สำเร็จนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้แล้วในปัจจุบัน ดังนั้นจึงต้องลงทุนกับการหา GPU มาขุด หรือถ้าทุนหนาหน่อยก็สามารถลงทุนกับเครื่อง ASIC ได้ ทั้งนี้ ยิ่งเป็นฮาร์ดแวร์ที่มีราคาสูงเท่าไหร่ ก็มีความเป็นไปได้ที่จะมีประสิทธิภาพการขุดสูงมากขึ้นเท่านั้น

และที่สำคัญต้องศึกษาด้วยว่าเหรียญที่สนใจจะรองรับการขุดด้วย GPU หรือ ASIC เพราะบางเหรียญก็สามารถขุดได้ด้วย ASIC เท่านั้น แถม ASIC บางรุ่นก็ถูกออกแบบมาสำหรับการขุดบางเหรียญโดยเฉพาะ ไม่สามารถขุดเหรียญอื่นได้ จึงต้องระวังและศึกษาให้แน่ใจก่อนตัดสินใจซื้ออุปกรณ์

3.ค่าไฟฟ้า

แน่นอนว่าในการขุด นักลงทุนต้องเปิดอุปกรณ์ให้ทำงานทั้งวันทั้งคืนเพื่อเพิ่มโอกาสขุดสำเร็จให้สูงสุด รวมถึงการระบายความร้อนที่เกิดจากการใช้งาน ค่าไฟฟ้าจึงอาจเพิ่มขึ้นได้อย่างทวีคูณเลยทีเดียว นักลงทุนจึงควรศึกษาอัตราการกินไฟของเครื่องขุดเพื่อนำมาคำนวณเป็นค่าไฟว่าต้องเสียเพิ่มเท่าไหร่ด้วย สำหรับเมืองร้อนอย่างประเทศไทยอาจเสียเปรียบต่างชาติในเรื่องของการระบายความร้อน ซึ่งนักลงทุนอาจพิจารณาลงทุนติดแผงโซล่าเซลล์เพื่อช่วยลดค่าไฟฟ้าได้ เป็นต้น

4.ขุดแบบ Solo หรือขุดแบบร่วม Pool

การขุดแบบ Solo หมายถึงการขุดแบบคนเดียวไม่ได้รวมกลุ่มเพื่อช่วยกันขุดกับใคร ซึ่งการขุดแบบ Solo มีโอกาสขุดสำเร็จต่ำกว่า แต่ถ้าขุดสำเร็จก็จะได้รับรางวัลแบบเต็ม ๆ ในขณะที่การขุดแบบร่วม Pool เป็นการไปรวมกลุ่มขุดกับคนอื่น ๆ ซึ่งมีโอกาสขุดสำเร็จสูงกว่ามาก แต่รางวัลก็จะถูกแบ่งให้กับคนในกลุ่มตามเกณฑ์ของแต่ละกลุ่ม การขุดแบบ Pool จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับนักขุดที่มีกำลังขุดไม่สูงมาก และสามารถสร้างกระแสรายได้จากการขุดที่ถึงแม้จะต่ำกว่าแต่ก็มีความมั่นคงมากกว่าการขุดแบบ Solo

5.การขุดแบบ Cloud Mining

ปัจจุบัน กระแสการขุดแบบ Cloud Mining เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น โดย Cloud Mining เป็นการเช่าอุปกรณ์การขุดที่ทรงพลังจากผู้ให้บริการผ่านระบบ Cloud ทำให้นักลงทุนไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้ออุปกรณ์ จัดสถานที่ หรือดูแลรักษาด้วยตัวเอง ทำให้สามารถลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลงไปได้อย่างมาก เพียงแค่จ่ายค่าบริการแบบ Subscription นักลงทุนก็สามารถเริ่มขุดได้เลย นั่นจึงทำให้ Cloud Mining กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการขุดที่น่าสนใจ

อย่างไรก็ตาม Cloud Mining ก็มีค่าบริการที่ค่อนข้างสูง นักลงทุนจึงควรพิจารณาค่าใช้จ่ายและโอกาสขุดสำเร็จก่อนตัดสินใจลงทุนด้วยเช่นกัน

สรุป

การขุด (Mining) คือการแก้สมการทางคณิตศาสตร์โดยใช้คอมพิวเตอร์ประมวลผล แลกกับสิทธิ์ในการยืนยันธุรกรรมและเพิ่มบล็อกใหม่ลงในบล็อกเชน และรับรางวัลตอบแทนเป็นเหรียญใหม่ แต่การลงทุนไปกับการขุดก็มีที่ต้องพิจารณาอย่างการศึกษาเหรียญ การคำนวณต้นทุนอุปกรณ์และค่าไฟฟ้า การพิจารณาว่าจะขุดแบบ Solo หรือร่วม Pool หรือใช้บริการ Cloud Mining ซึ่งแต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันออกไป นักลงทุนควรพิจารณาและเลือกรูปแบบที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุดโดยไม่ลืมการบริหารความเสี่ยงด้วยเสมอ

อ้างอิง Bitkub Blog

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...