โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

Next Chapter LINE ประเทศไทย เสริมแกร่ง SME ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 ก.ย 2566 เวลา 06.09 น. • เผยแพร่ 03 ก.ย 2566 เวลา 06.09 น.
ดร.พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา

เป็นอีกหนึ่งดิจิทัลแพลตฟอร์มที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในตลาดบ้านเรา สำหรับ “LINE-ไลน์” หากพิจารณาจากจำนวนผู้ใช้บริการกว่า 54 ล้านรายแล้ว (ณ มิ.ย. 2566) ซึ่งเติบโตอย่างมากในช่วงโควิดที่ผ่านมา เรียกได้ว่าคนไทยที่มีมือถือแทบจะทั้งหมดต่างมี “ไลน์ แอ็กเคานต์” ไม่เฉพาะบริการเบสิกอย่าง “แชต” เพราะไลน์ขยับขยายบริการไปมากมาย ทั้งด้านคอนเทนต์, อีคอมเมิร์ซ, โลจิสติกส์ เป็นต้น

“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสพูดคุยกับ “ดร.พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE ประเทศไทย ผู้นำที่นำพาองค์กรฝ่าวิกฤตโควิด-19 จนเติบโตอย่างโดดเด่น ที่ได้มาเปิดมุมมองว่า LINE ก็ไม่ได้สำเร็จทุกอย่าง มีบ้างที่ต้องพับเก็บล้มเลิกโครงการไปก็มี

รวมถึงเป้าหมายที่ต้องการจะให้เป็นดิจิทัล แพลตฟอร์ม ที่เติมเต็มความต้องการของผู้ใช้ ทุกวันทุกเวลา 24 ชั่วโมง สิ่งหนึ่งที่ทำให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคในแต่ละประเทศได้ มาจากนโยบาย “Hyper Localization” ที่ให้อำนาจผู้บริหารในท้องถิ่นพัฒนาโมเดลธุรกิจให้สอดคล้องกับพฤติกรรม และความต้องการในประเทศนั้น ๆ ได้อย่างเต็มที่

Q : เป็นซีอีโอก่อนโควิดไม่นาน

เดือน ก.ค.ปีนี้ ก็รับหน้าที่นี้มาแล้ว 4 ปี เรียกว่ามาถึงก็เจอสถานการณ์ยากเลย คือโควิด-19 ซึ่งตอนแรกทุกคนต่างกังวล เราก็กังวลว่าจะส่งผลกระทบอย่างไร แต่กลายเป็นว่าดี ผู้ใช้งานแพลตฟอร์มเติบโตล้อกันไปกับกราฟประชากรของประเทศไทย ฐานคนใช้เราขยับจาก 44 ล้านคน เป็น 54 ล้าน ในช่วงโควิด สะท้อนว่าคนไทยค่อนข้างให้ความเชื่อมั่นกับระบบของ LINE

จากที่เริ่มจากระบบแชต ตอนนี้เราทำอะไรได้เยอะมาก จ่ายบิลค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าทางด่วน ก็ได้แล้ว

ตอนผมเข้ามา อยู่ในช่วงที่ต้องตัดสินใจ ว่าจะเอาฟีเจอร์อะไรไปต่อ หรือทำอะไรใหม่ ๆ เพราะ LINE มีฟีเจอร์เสริมมาเยอะมาก บางโปรดักต์เติบโตดีมาก เช่น LINE TV หรือ LINE Jobs คนใช้ก็ชอบ ยอดในแง่การใช้เติบโต แต่การเติบโตของผู้ใช้อย่างเดียวไม่พอ ต้องมองถึงโมเดลธุรกิจด้วย ว่าตอบโจทย์แค่ไหน ถ้าไปไม่ได้ก็ต้องตัดสินใจพับโครงการไปก่อน LINE TV เป็นหนึ่งในนั้น ทำมาแล้วมีคอนเทนต์ดี ๆ มากมาย แต่ก็ต้องพับเก็บไว้ หวังว่าสักวันจะนำกลับมาได้

นอกจากนี้ด้วยแนวคิดที่เรียกว่า Hyper Localization ทำให้การคิด และสร้างฟีเจอร์ใหม่ ๆ ของเรา คำนึงถึงผู้ใช้งานในแต่ละพื้นที่ ฟีเจอร์หรือบริการบางอย่างในไทยก็เกิดจากประเทศไทย เช่น ไลน์แมน ซึ่งต่อมา spin off ออกไปแล้ว ต่างจาก กลายเป็นสตาร์ตอัพยูนิคอร์น

หรืออย่างการเสี่ยงเซียมซีบน LINE ก็มีที่ไทยก่อน ตอนนี้ไต้หวันก็สนใจ คิดว่าจะนำไปใช้บริการบ้าง เพราะน่าจะตอบโจทย์ผู้ใช้งานในประเทศเขาด้วย

Q : อะไรคือ เนกซ์สเต็ปของไลน์

ตอนเรามีคนใช้ 44 ล้าน ก็คิดว่าเยอะแล้ว แต่พอมีโควิด ขยับขึ้นมาเป็น 54 ล้านคน แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในระบบในบริการของเรา โจทย์ต่อไปคือจะทำอย่างไรให้คนอยู่กับบริการเรานานขึ้น ทุกวันนี้คนใช้อินเทอร์เน็ตผ่านมือถือเฉลี่ยวันละ 200 นาที ในจำนวนนี้อยู่กับไลน์กว่า 1 ชั่วโมง เราจะทำยังไงที่จะให้เขาอยู่นานขึ้นกว่านี้อีก เพราะการเติบโตของผู้ใช้ จะสุดเพดานในไทยแล้ว ดังนั้นสิ่งที่ต้องโฟกัสอีกมาก อย่างแรกคือ เพิ่มระยะเวลาการใช้งานบนแพลตฟอร์ม

อย่างที่สอง โฟกัสอีคอมเมิร์ซ โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอี ที่ไม่ได้นิยามเอสเอ็มอีแบบเดิม เพราะเดี๋ยวนี้มีมือถือเครื่องเดียวก็ทำธุรกิจได้แล้ว ดังนั้นเอสเอ็มอีของเราจึงมากว่า 2-3 ล้านราย

ผู้ประกอบการที่ลงทะเบียน LINE Official Account (LINE OA) ใช้สำหรับค้าขาย มี 5-6 ล้านรายแล้ว คนกลุ่มนี้ไม่ต้องมีเครื่องจักร ไม่ต้องมีฐานการผลิต แต่มีฐานผู้ติดตามที่สามารถไปหาสินค้ามาทีหลังได้

อย่างที่ 3 อยากขยายการบริการเข้าไปในบริการสาธารณะ นำระบบ นำโครงสร้างพื้นฐานของเราไปช่วยภาครัฐในการให้บริการประชาชนได้มากขึ้น

ปฏิเสธไม่ได้ว่า คนไทยใช้ LINE แทบจะทั้งประเทศ นั่นเป็นสิ่งที่เราช่วยอำนวยความสะดวกได้ ทุกวันนี้บริการภาครัฐหลายอย่างมี LINE เข้าไปเชื่อม อย่างการจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าทางด่วน ขอใบรับรองจากหมอพร้อม และอื่น ๆ

เราอยากมีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลด้วย

Q : การขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล

ผมคิดว่า LINE เป็นบริษัทเทคโนโลยีที่สามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลได้ เพราะเรามีคนใช้อยู่ 50 กว่าล้านคน ซึ่งเป็นคนที่พร้อมจะซื้อสินค้า มีผู้เห็นโฆษณาอยู่ 50 กว่าล้านคน มีผู้ขายที่ทุกวันนี้อยู่บน LINE MAN และ LINE SHOPPING น่าจะเกิน 1 ล้านคน ถือว่ามีอีโคซิสเต็มที่ครบแล้ว

แต่โจทย์ใหญ่คือจะผลักดันให้เกิดการเติบโตมากขึ้นอย่างไร ซึ่งปัจจัยสำคัญคือการพยายามลดต้นทุน เพื่อให้รายเล็กอยู่รอดในช่วงแรก อย่าง LINE BK ก็พยายามดูว่าจะมีวิธีใดบ้างที่เราจะสามารถเข้าถึงผู้ที่ต้องการใช้เงินทุน แต่ไม่สามารถกู้เงินได้ในระบบเดิม ซึ่งเราก็พยายามอยู่เรื่อย ๆ ว่าคนกลุ่มนี้ต้องการอะไรอีก เพราะว่าธุรกิจใหญ่ ๆ สามารถครองตลาดได้ด้วย Economy of Scale หรือการผลิตในปริมาณมาก แต่ใช้ต้นทุนน้อย เราพยายามช่วยให้รายเล็กอยู่ได้ ไม่ต้องถึงกับล้มรายใหญ่ แต่สามารถเป็นส่วนที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้าง GDP ให้กับประเทศได้ก็พอ

นอกจากนี้ รัฐบาลต้องร่วมมือกับภาคเอกชนมากขึ้น และไม่เล่นบทเป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย แต่ต้องเป็นผู้อำนวยความสะดวก เพื่อผลักดันให้เกิดการเติบโตและช่วยให้ภาคเอกชนทำธุรกิจได้อย่างเต็มที่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับรัฐบาลในหลาย ๆ ด้านด้วย ไม่ว่าจะเป็นการสร้างรายได้ในประเทศ หรือแม้แต่การจัดเก็บภาษีก็ตาม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...