สามีม่ายของหลี่เหมย
ข้อมูลเบื้องต้น
นิยายเรื่องนี้เขียนขึ้นตามจินตนาการของผู้แต่ง ไม่มีการพาดพิงถึงเหตุการณ์ สถานที่ หรือบุคคลอื่นใด
เปิดให้อ่านฟรีตอนที่ 1 - 10 ตอนที่ 11 เป็นต้นไปติดเหรียญค่ะ
นิยายออริจินอล
เซตคำสาปตระกูลหยาง
ยุค 60 ทะลุมิติทั้งทีขอสามีคลั่งรัก(จบ)
ยุค 60 ทะลุมิติทั้งทีมีพร้อมทั้งสามีและลูก(จบ)
ยุค 60 ทะลุมิติมาพบกับคนรักเก่า(จบ)
เรื่องอื่น ๆ
สามีม่ายของหลี่เหมย
นิยายแชท
enchantedมิตสึริโอบาไน
still love รักยังคงอยู่
เข้าหอแต่ไม่เห็นหน้าสามี
‘หลี่เหมย ไม่สิ ภรรยาครับ’
ใคร?
‘ตอนนี้เราแต่งงานกันแล้ว คุณเป็นภรรยาของซ่งสวินแล้วนะครับ’
ภรรยา!!!
สวบบบบ
อย่า
อย่าถอดเสื้อผ้าของฉัน!
ใครก็ได้ช่วยฉันด้วย!
อ๊ะ!!! เจ็บ!
‘ชู่ววว ไม่ต้องร้องไห้เดี๋ยวก็ดีขึ้นแล้ว’
ปล่อยฉัน
ได้โปรดปล่อยฉันไป
…
'ภรรยาครับ ผมจำเป็นต้องทิ้งให้คุณกับลูกอยู่ที่นี่ แต่คุณไม่ต้องห่วงนะ ผมจะเตรียมทุกอย่างเอาไว้ให้พร้อม ทุกเดือนผมจะส่งเงินมาให้คุณกับลูกใช้
พวกคุณแม่ลูกไม่ลำบากแน่นอน ผมฝากอาซิ่วด้วย อาซิ่วเป็นเด็กน่าสงสาร คลอดออกมาแม่ก็ตายไปแล้ว ผมขอให้คุณดูแลเธอด้วย
ผมมีภาระและหน้าที่ไม่อาจอยู่ดูแลคุณกับลูกที่นี่ได้ แต่ผมสัญญาว่าจะกลับมาหาคุณกับลูกแน่นอน'
…
แง แง
เด็กที่ไหนมาร้องไห้ในห้องฉันเนี่ย?
แง แง
เสียงร้องเหมือนเสียงแมวดังขึ้นเรื่อย ๆ จนหลี่เหมยไม่อาจข่มตาหลับต่อไปได้
เธอพยายามจะลุกขึ้นนั่งแต่ทั้งตัวของเธอมันปวดเมื่อยไปหมด เหมือนกับถูกบดทับ แล้วเธอยังรู้สึกว่าช่วงล่างของเธอมันระบมมากด้วย แต่ว่าบนเตียงไม่มีร่องรอยอะไรเลยนะ
เดี๋ยวก่อน!
ที่นี่ที่ไหน!!!
ที่นี่ไม่ใช่บ้านของเธอ แล้วแม่…
แง แง แง
แล้วเด็กน้อยที่ร้องไห้จนหน้าแดงที่นอนอยู่ข้างเธอนี่ใครกัน?
หลี่เหมยคิดถึงเรื่องที่เธอฝันเมื่อคืน เธอฝันว่าตัวเองถูกผู้ชายคนหนึ่งขืนใจ เขาบอกว่าเขาเป็นสามีของเธอและฝากลูกเอาไว้กับเธอด้วย
เธอมองไปรอบ ๆ ห้อง ในหัวของเธอมีแต่ความว่างเปล่า เธอจำอะไรไม่ได้และไม่ได้รู้สึกคุ้นเคยกับห้องนี้ด้วย เด็กน้อยยังคงร้องไห้ไม่หยุด ดูท่าแล้วคงจะหิวหรือไม่ก็อยากเปลี่ยนผ้าอ้อม
ไม่ว่าตอนนี้เธอจะอยู่ที่ไหนหรือว่าเป็นใครกันแน่ แต่เธอไม่อาจปล่อยให้เด็กน้อยร้องไห้ไม่หยุดอยู่อย่างนี้ได้ หลี่เหมยอุ้มเด็กน้อยเดินออกไปนอกห้อง บ้านดินหลังเล็กหลังนี้มีห้องนอนสามห้อง ห้องโถง ห้องน้ำ และห้องครัว
หลี่เหมยเข้าไปดูข้าวของในครัว มีอุปกรณ์ทำครัวอยู่ครบ ในถังข้าวมีข้าวสารเติมเอาไว้จนเต็ม อาหารแห้งอื่น ๆ ก็ถูกวางไว้ในตู้จนแน่น
อืมมมม
สามีในฝันของเธอเตรียมข้าวของไว้ให้เธออย่างที่เขาบอกจริง ๆ หลี่เหมยรู้สึกว่าตัวเองเจ็บตรงที่ลับมาก แต่เธอก็ยังไม่แน่ใจว่าเธอกับสามีในฝันเข้าหอกันแล้วจริง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ด่าเขาว่าข่มขืนเธอ เธออาจจะเข้าใจผิดไปเองก็ได้ เพราะว่าบนเตียงเตาไม่มีร่องรอยอะไรที่บ่งบอกว่าเมื่อคืนเธอต้องรับศึกหนักเลย
หลี่เหมยเลิกคิดฟุ้งซ่าน เธอไม่ใช่แม่ของเด็กคนนี้แน่ ๆ เพราะเธอไม่มีน้ำนมให้เด็กน้อยกิน เท่าที่จะทำได้ตอนนี้คือต้มน้ำข้าวให้เด็กน้อยกินก่อน ส่วนในอนาคตเธอต้องจัดการอะไรต่อ เด็กน้อยคนนี้จะมีนมกินหรือไม่ก็ค่อยว่ากันอีกที
จุดไฟ ล้างข้าว และต้มข้าวเสร็จหลี่เหมยก็พาเด็กน้อยกลับไปเปลี่ยนผ้าอ้อมในห้องนอน พอเดินเข้าไปเธอก็เห็นว่าบนโต๊ะมีอะไรวางอยู่ ก่อนหน้านี้เธอมัวแต่เป็นห่วงว่าเด็กน้อยจะหิวจึงได้รีบร้อนออกไปไม่ได้สังเกตว่าบนโต๊ะมีของอะไรกองอยู่ด้วย
หลังจากทำความสะอาดและเปลี่ยนผ้าอ้อมให้เด็กน้อยแล้ว หลี่เหมยก็อุ้มสาวน้อยของเธอมาดูของบนโต๊ะ
บนโต๊ะมีจดหมาย 1 ฉบับ เงิน 100 หยวน และตั๋วอาหารมากมาย เธอหยิบจดหมายขึ้นมาอ่าน
ถึง ภรรยา
จดหมายฉบับบนี้เขียนโดยสามีของคุณซ่งสวิน ผมทำไม่ถูกนักที่ตกลงแต่งงานกับคุณทั้งที่คุณยังไม่ได้สติจากการหกล้มหัวแตก ผมมีความจำเป็นจริง ๆ หวังว่าคุณจะเข้าใจ เราเป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องแล้ว หวังว่าคุณจะอภัยให้ผมที่เข้าหอกับคุณทั้งอย่างนั้น แล้วยังไม่รอพบคุณในเช้าวันถัดมาอีก
ผมแต่งงานกับแม่ของอาซิ่วมาได้สามปีแล้ว อาซิ่วเป็นลูกสาวคนแรกของผม ผมเป็นทหารและอยู่ในค่าย ผมไม่รู้ว่าแม่ของอาซิ่วตายได้อย่างไร เพราะเมื่อผมกลับมาถึงเธอก็ถูกฝังไปแล้ว อาซิ่วเป็นเด็กที่น่าสงสารมาก แม่แท้ ๆ ตายไป พ่อยังไม่สามารถดูแลอยู่ข้าง ๆ ได้ ผมขอร้องให้คุณดูแลอาซิ่วด้วย
ในห่อผ้ามีเงินและตั๋วอาหารทั้งหมดที่ผมมี ผมได้เตรียมเอาไว้ให้คุณกับลูก เมื่อถึงสิ้นเดือนคุณก็เอาหนังสือยืนยันตัวตนไปรับเงินที่อำเภอได้เลย
ส่วนพ่อแม่และญาติ ๆ ของผมคุณไม่ต้องสนใจพวกเขา ผมแยกบ้านแล้วและส่งเงินให้พ่อแม่ตามหนังสือแยกบ้านที่ตกลงกันไว้ หากพ่อแม่หรือญาติ ๆ มารบกวนคุณกับลูกสาวของเรา คุณก็จัดการได้เลยไม่ต้องเกรงใจผม
พ่อแม่ของคุณดูแปลก ๆ นะ ลูกสาวแต่งงานออกมาสินเดิมก็ไม่ให้ หนังสือยืนยันตัวตนก็ไม่ให้อีก หลังจากนี้คุณก็กลับบ้านเดิมแล้วก็เอาหนังสือยืนยันตัวตนกลับมาด้วยนะ เพราะมันต้องใช้ตอนที่คุณไปรับเงินเดือนของผม
ภรรยาครับ คุณดูแลตัวเองให้ดีนะ คุณยังป่วยอยู่แล้วยังมีลูกเล็กด้วย ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องออกไปทำงานในทุ่งนาหรอก ผมเป็นห่วงคุณกลัวคุณจะลำบากเกินไป
ซ่งสวิน
สวัสดีรี้ดทุกท่านค่ะ สามีม่ายของหลี่เหมย เป็นเรื่องที่มีครบรสทั้งสุข เศร้า รันทด น่ารัก ncดุ ๆ หวังว่ารี้ดจะมีความสุขกับนิยายเรื่องนี้นะคะ ฝากกดให้กำลังใจกดติดตามด้วยนะคะ ขอบคุณค่าาาา
พ่อแม่สามีตัวร้าย
อ่านจดหมายจบหลี่เหมยก็ถอดเสื้อผ้าของเธอออก บนร่างกายของเธอเต็มไปด้วยร่องรอยดอกเหมยสีแดง นี่เธอเข้าหอกับสามีไปแล้วจริง ๆ งั้นหรือ ทั้งที่ยังหมดสติและหัวของเธอมีแผลอยู่ ซ่งสวินคนนี้ยังกินไม่เลือกอีก ที่สำคัญเขาทิ้งให้คนป่วยกับเด็กเล็กอายุไม่ถึงสิบวันไว้แบบนี้
แล้วยังเรื่องพ่อแม่สามีกับญาติพี่น้องของเขาที่จะมาวุ่นวายในชีวิตเธอนั่นอีก ให้เธอจัดการได้เลย? หมายความว่าต่อให้เธอตีพ่อแม่ของเขาเขาก็จะไม่ว่าใช่ไหม เขาจะไม่กลับมาคิดบัญชีย้อนหลังเพื่อแก้แค้นให้พ่อแม่ของตัวเองใช่ไหม หากซ่งสวินรู้ความคิดของภรรยาเขาคงบอกว่าเขามีแต่จะหัวเราะชอบใจเท่านั้น ไม่มีทางต่อว่าหรือคิดบัญชีกับเธอย้อนหลังแน่นอน
หลี่เหมยมองจดหมายในมือแล้วก็เหนื่อยใจ นี่เธอแต่งงานกับผู้ชายที่สุดยอดขนาดนี้เลยงั้นหรือ หากพ่อแม่ของเขามารังแกเธอก็ให้เธอจัดการได้ตามใจ ไม่ต้องกตัญญูหรือทนรับใช้พ่อแม่สามีที่ดูเหมือนจะไร้เหตุผล
ซ่งสวินคนนี้คงโตมาอย่างเจ็บปวดมากสินะ ดูจากที่เขาเขียนในจดหมายก็พอจะเดาได้ว่าที่ผ่านมาความสัมพันธ์ของเขากับพ่อแม่เป็นอย่างไร และที่น่าหนักใจคือผู้หญิงตัวคนเดียวต้องไปรับมือกับพ่อแม่สามีแล้วยังไม่รู้ว่าญาติพี่น้องของเขามีมากน้ยแค่ไหนที่จ้องจะมารังแกเธอ บ้านซ่งคือตัวปัญหาชัด ๆ
หลี่เหมยมัวแต่คิดจะรับมือกับคนบ้านซ่งจนลืมคำเตือนของสามีที่บอกว่าครอบครัวของเธอนั้นปฏิบัติกับเธอแปลก ๆ
แน่นอนว่าเรื่องบ้านซ่งกับคนบ้านหลี่บ้านเดิมของเธอนั้นยังไม่ใช่ปัญหาใหญ่ในตอนนี้ ปัญหาใหญ่คืออาซิ่วของเธอต่างหาก หากเธอยังหาน้ำนมให้เด็กคนนี้กินไม่ได้ เธอก็เตรียมรับมือกับสิ่งที่จะตามมาได้เลย
หลี่เหมยจ้องใบหน้าเล็ก ๆ ที่กำลังหลับปุ๋ยของอาซิ่วด้วยความสงสาร ต้องกำพร้าแม่ตั้งแต่แรกเกิด พ่อก็ทิ้งไปเพื่อไปทำงานหาเลี้ยงเธออีก
“อาซิ่ว ลูกต้องเติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแกร่งนะ แม้ว่าลูกจะไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของแม่ แต่ว่าตอนนี้เราทั้งคู่ถูกทิ้งให้อยู่ด้วยกันที่นี่ ไม่อาจออกไปไหนหรือแก้ไขอะไรเรื่องนี้ได้ เราได้แต่พึ่งพากันไปอย่างนี้ เพราะฉะนั้นลูกจะต้องเติบโตมาอย่างดีนะ”
ระหว่างที่หลี่เหมยกำลังพูดสั่งสอนอาซิ่วอยู่นั้น เด็กน้อยก็ยิ้มออกมาทั้งที่ยังหลับอยู่ เหมือนกับว่าอาซิ่วกำลังตอบรับคำพูดแม่ของเธออย่างไรอย่างนั้น
เห็นอาซิ่วกำลังหลับสนิทและไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาง่าย ๆ หลี่เหมยเอาผ้าห่มมากั้นรอบตัวอาซิ่วเพื่อป้องกันไม่ให้เธอหล่นลงจากเตียง แม้ว่าอาซิ่วจะยังเล็กเกินไปที่จะกลิ้งลงไปได้ แต่หลี่เหมยก็ยังทำอย่างนั้นเพื่อความปลอดภัยของอาซิ่ว
หากวันหน้าอาซิ่วโตขึ้นมากกว่านี้เธอคงต้องพาอาซิ่วไปด้วยทุกที่เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายขึ้นกับลูกตอนที่เธอไม่อยู่
หลี่เหมยเก็บกวาดเช็ดถูทุกซอกทุกมุมของบ้าน หลังจากทำงานเสร็จเธอก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าสะอาด ส่วนเสื้อผ้าที่ใส่แล้วเธอก็ขยี้น้ำให้สะอาดแล้วก็เอาไปตากไว้ที่สวนหลังบ้าน
หลังบ้านของเธอมีบ่อน้ำ แปลงผักที่ดูใหม่และสะอาด รั้วบ้านที่สูงท่วมหัวต่อให้ยกมือขึ้นสุดแขนรั้วบ้านก็ยังสูงกว่าตัวเธออยู่ดี ที่พื้นรอบ ๆ รั้วบ้านมีไม้ไผ่แหลมปักไว้เต็มไปหมด น่าจะกินความกว้างราว ๆ ครึ่งเมตร บ้านหลังนี้ต้องป้องกันขนาดนี้เลย?
ยังไม่ทันจะสำรวจหลังบ้านให้ทั่วว่าสามีเตรียมอะไรไว้ให้เธอกับลูกบ้าง อาซิ่วที่หลับอยู่ก็ร้องไห้เสียงดังออกมาถึงลานหลังบ้าน หลี่เหมยรีบกลับไปที่ห้องนอนเพื่อไปหาอาซิ่วทันที
เปลี่ยนผ้าอ้อมและป้อนน้ำต้มข้าวให้อาซิ่วแล้วหลี่เหมยก็ตั้งใจว่าจะไปกินข้าวเหมือนกันแต่เสียงก่นด่าและเสียงทุบประตูที่ดังอยู่หน้าบ้านทำให้เธอต้องหยุดคิดที่จะกินข้าว เพราะหากเธอเลือกจะไปกินข้าว อาซิ่วที่เธอกล่อมจนหลับไปแล้วต้องตื่นขึ้นมาร้องไห้เพราะเสียงดังจากคนที่อยู่หน้าบ้านแน่ ๆ
วางลูกลงนอนบนเตียงแล้วหลี่เหมยก็ทำเหมือนเดิมคือเอาผ้าห่มมากั้นเตียงไว้ป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดที่อาจจะเกิดขึ้น
ปัง ๆ ๆ
“นังสารเลวหลี่เหมย!!! ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้”
“นังโง่นี่!!! พวกเราเรียกอยู่นานขนาดนี้แล้วยังไม่ออกมาอีก!!!”
“นังอกตัญญู!!! ออกมา!!!”
ซ่งตง เหลียนอี ซ่งตั๋ง สามคนพ่อแม่ลูกพากันมาตะโกนโวยวายอยู่หน้าบ้านของหลี่เหมยเสียงดังลั่น ชาวบ้านที่บ้านอยู่ใกล้ ๆ ต่างพากันปิดประตูรั้วบ้านแล้วแอบมองคนบ้านซ่งยกพวกกันมารังแกลูกสะใภ้ถึงหน้าบ้าน
สวัสดีรี้ดที่รักค่ะ ไรท์ขอฝากเรื่อง สามีม่ายของหลี่เหมย ด้วยนะคะ ฝากกดให้กำใจกดติดตามด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
ลูกเตะไร้เทียมทาน
หลี่เหมยจัดการลูกเสร็จก็เดินออกมาดูที่หน้าบ้าน ใครกันที่กล้าเสียมารยาทมาด่าเจ้าของบ้านถึงหน้าบ้านขนาดนี้ เปิดประตูออกมาก็เห็นชายหญิงชราคู่หนึ่งกับชายวัยกลางคนคนหนึ่ง เธอไม่รู้ว่าชายคนนี้อายุเท่าไหร่แต่เขาดูแก่มาก เขาทั้งผอม ผิวคล้ำ หน้ามีแต่กระและฝ้า ดูจากภายนอกคู่ชายหญิงชราน่าจะอายุ 50 - 60 ปี ส่วนชายอีกคนน่าจะอายุราว ๆ 35 ปี
“พวกคุณเป็นใคร มาหาใครที่นี่ แล้วตะโกนเรียกชื่อฉันทำไม”
“ออกมาได้แล้วหรือนังตัวดี เช้าหลังวันแต่งงานแกต้องยกน้ำชาให้พ่อแม่สามีและพี่น้องของสามีไม่ใช่หรือ มีสะใภ้บ้านไหนบ้างที่ไม่เห็นหัวบ้านสามีเหมือนกับหล่อน นิสัยอย่างหล่อนน่ะต้องให้ฉันอบรมสั่งสอนให้มาก จะได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไรมากกว่านี้”
“อ้อ พ่อแม่สามีนั่นเอง แล้วคนนี้คือ?”
“นังอ้วน แกไม่เห็นหรือว่าฉันกับน้องรองหน้าตาเหมือนกันมากขนาดไหน ฉันต้องเป็นพี่สามีของเธออยู่แล้ว”
‘ฉันยังไม่เคยเห็นหน้าสามีตัวเองเลย แล้วจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าคุณหน้าตาเหมือนเขาหรือเปล่า’
“เลิกพูดมากซักที ฉันรำคาญเต็มทนแล้ว พูดธุระของพวกเราดีกว่า”
เหลียนอีแม่สามีของหลี่เหมยได้ยินสามีเฒ่าของตัวเองพูดเตือนก็จำได้ทันทีว่าทั้งสามคนมาที่บ้านของเจ้ารองทำไม
ลูกใหญ่ออกไปหาเพื่อนที่หน้าหมู่บ้านเมื่อเช้า เขาได้ข่าวมาว่าเจ้ารองกลับค่ายทหารไปแล้ว ดังนั้นในบ้านของเจ้ารองก็มีแค่ภรรยาที่เจ้ารองเพิ่งซื้อมาได้ข่าวว่าเป็นเพียงเด็กน้อยที่เพิ่งเริ่มมีประจำเดือนเท่านั้น
ไม่รู้ว่าลูกชายคนรองของบ้านตัวเองคิดอย่างไรกันแน่ แทนที่จะเชื่อแม่ตัวเองปล่อยให้เด็กกำพร้าไร้แม่นั่นตาย ๆ ไปซะ หลังจากนั้นค่อยแต่งงานและมีลูกใหม่ก็สิ้นเรื่อง
แต่ลูกชายไม่ได้เรื่องนั่นดันไปซื้อเด็กสาวที่เพิ่งเริ่มโตมาจากหมู่บ้านอื่น แต่งงานเข้าบ้านมาเพื่อให้ช่วยเลี้ยงดูอาซิ่ว เฮอะ จะมีแม่เลี้ยงที่ไหนรักและดูแลลูกของผู้หญิงคนเก่าของสามีตัวเองกัน ขนาดลูกของสามีเหลียนอีคนนี้ยังปล่อยให้อดตายได้ พอไม่มีตัวภาระนั่นชีวิตของบ้านซ่งภายใต้การดูแลของเธอก็สุขสบายขึ้นเยอะเลย
“พ่อแม่กับพี่ชายสามีมีธุระอะไรกับฉันงั้นหรือ”
“เธอไปเอาอาหารทั้งหมดในบ้านมาให้ฉันเดี๋ยวนี้”
ตอนที่เจ้ารองไม่อยู่บ้านเป็นโอกาสที่ดีที่บ้านซ่งจะมาเอาอาหาร ข้าวของทุกอย่างที่ต้องการ หรือแม้แต่เงินที่ลูกสะใภ้มีพวกเขาก็จะเอาไปทั้งหมด เงินที่เจ้ารองหามาได้สมควรเอามาให้แม่ของตัวเอง ไม่ใช่เอาไปเลี้ยงดูคนนอกอย่างนี้
“อาหารทั้งหมด? แล้วฉันกับลูกจะกินอะไรล่ะค่ะ”
“นั่นไม่ใช่ปัญหาของพวกฉัน”
“นี่พ่อแม่กับพี่ชายสามีตั้งใจจะให้ฉันกับอาซิ่วอดตายงั้นหรือ”
“นังอ้วน!!! แกพูดกับพ่อแม่ของฉันให้มันดี ๆ หน่อย ถ้าฉันเผลอตีแกที่กล้าพูดจาใส่ร้ายแม่ของฉันอีกก็อย่ามาโทษฉันนะ ฉันจำเป็นต้องทำให้แกสำนึกผิดที่กล้ากล่าวหาพ่อแม่ของฉัน”
“ทำอย่างไรงั้นหรือ”
“หลี่เหมย หล่อนเป็นแค่คนที่ซ่งสวินซื้อมาให้เลี้ยงดูอาซิ่วเท่านั้น หากเป็นเมื่อก่อนหล่อนก็เป็นเพียงสาวใช้ในบ้านคนหนึ่ง สาวใช้ที่กล้าต่อปากต่อคำกับเจ้านายหล่อนรู้ไหมว่าตัวเองจะมีจุดจบอย่างไร”
“ฉันจะมีจุดจบอย่างไรฉันไม่รู้ แต่ที่แน่ ๆ คือบ้านซ่งจบไม่สวยแน่ นี่มันยุคสมัยไหนแล้ว หากฉันเอาเรื่องที่แม่สามีพูดเมื่อครู่ไปบอกกับทหารแดง พวกคุณทุกคนในบ้านตายแน่”
“!!!” คนบ้านซ่ง
นังเด็กนี่เป็นใครกัน ทำไมถึงได้กล้าเถียงพ่อแม่และพี่ชายสามีขนาดนี้ แล้วดูเหมือนว่าจะเถียงชนะด้วย
เหลียนอีได้ฟังคำพูดของสะใภ้รองที่ลูกชายซื้อมาแก้ขัดแล้วก็โกรธมาก เพราะอะไรนังเด็กนี่ถึงได้กล้าเถียงบ้านสามีขนาดนี้ หรือว่าเด็กนี่จะมีคนหนุนหลัง คนจากบ้านหลี่ที่เอาลูกสาวอายุ 14 มาเร่ขายนั่นมีภูมิหลังงั้นหรือ?
แต่คนมีภูมิหลังที่ไหนจะเอาลูกมาเร่ขายเพื่อแลกกับเงินเพียงห้าหยวนกัน คิดว่านังเด็กนี่คงจะคิดขู่ให้คนบ้านสามีกลัวซะมากกว่า
“พ่อแม่สามีพาพี่ชายสามีกลับบ้านไปเถอะ สิ่งที่พวกคุณต้องการฉันคงให้ไม่ได้ เพราะฉันกับอาซิ่วก็ต้องใช้อาหารที่มีประทังชีวิตเหมือนกัน
หรือถึงจะมีมากพอจะแบ่งให้พวกคุณฉันก็ไม่ให้เหมือนเดิม เพราะในหนังสือแยกบ้านนั้นระบุไว้ชัดเจนว่าสามีของฉันจะจ่ายค่าเลี้ยงดูให้พวกคุณปีละยี่สิบหยวน
ซึ่งมันเป็นหน้าที่ของเขาไม่ใช่หน้าที่ของฉัน ที่พูดไปทั้งหมดหวังว่าพวกคุณคงเข้าใจและอย่ามารบกวนฉันที่บ้านนี้อีก”
“แก!!!”
อั๊กกกกกกก
หลี่เหลียนเห็นพี่ชายสามีวิ่งกำหมัดเข้ามาหาตัวเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไร แต่ร่างกายกลับตอบสนองอย่างทันควัน และเตะเข้าหว่างขาของเขาเต็ม ๆ
‘จุดอ่อนของผู้ชายอยู่ที่หว่างขา’
ตอนที่พี่ชายสามีวิ่งเข้ามาเธอก็จำได้ว่ามีคนเคยบอกเธอว่าจุดอ่อนของผู้ชายอยู่ตรงหว่างขา เธอไม่ทันได้คิดอะไรขาข้างขวาอันอวบอ้วนของเธอก็เตะเข้าไปตรงจุดกึ่งกลางตัวของพี่ชายสามีพอดี
ซ่งตั๋งหน้าดำหน้าเขียวขดตัวกองอยู่ที่พื้นทันที เขาเจ็บมากจนพูดอะไรออกมาไม่ได้แม้แต่คำเดียว เขาไม่คิดเลยว่าน้องสะใภ้เด็กน้อยคนนี้จะกล้าตอบโต้เขา
แล้วไม่ใช่การตอบโต้ธรรมดาด้วย นี่เป็นการตอบโต้ที่หวังจะทำให้เขาต้องสิ้นตระกูลเลย ต้องเป็นเพราะเจ้ารองสอนเธอมาแน่ เจ้ารองอิจฉาเขามาตลอดเพราะพ่อแม่รักแต่เขาไม่รักเจ้ารอง เจ้ารองต้องการให้ภรรยาเด็กฆ่าเขา!!!
“แก!!! แกกล้าทำร้ายลูกชายของฉัน!!!”
เหลียนอีไม่สนใจอะไรและเงื้อฝ่ามือวิ่งเข้าไปหาหลี่เหมยคิดจะตบหน้าและจิกหัวนังแพศยานี่ให้รู้สำนึกว่าใครที่มันแตะต้องได้หรือใครที่มันแตะต้องแล้วมันต้องตาย
พลัก!!!
อ๊ะ!!!
ยายเฒ่าซ่งถูกหลี่เหมยเตะเข้าที่ท้องน้อยแล้วก็ล้มลงไปนอนทับลูกชายตัวเอง
ซ่งตั๋งที่พอจะดีขึ้นแล้วถูกแม่ล้มทับตรงจุดที่เขาบาดเจ็บพอดี จากตอนแรกที่ถูกหลี่เหมยเตะแล้วเจ็บมาก ตอนนี้เขาเจ็บจนถึงขนาดหมดสติไปทันที