โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คว้า 2 ทุนที่ญี่ปุ่น! รีวิวการสมัคร+หลักสูตร ป.โท 'Asia Pacific Studies' ในรั้ว APU ม.อินเตอร์ชื่อดังของประเทศ

Dek-D.com

เผยแพร่ 17 มี.ค. 2565 เวลา 08.21 น. • DEK-D.com
นักเรียนทุน JASSO+ ส่วนลดค่าเล่าเรียน APU

คนนิจิวะชาว Dek-Dทุกคนค่ะ นอกจาก“ญี่ปุ่น” จะเป็นจุดหมายในฝันของนักท่องเที่ยวแล้ว คนทั่วโลกยังนิยมเดินทางมาสัมผัสคุณภาพการศึกษาของประเทศนี้ด้วย ซึ่งข้อดีคือมีทุนสนับสนุนค่าเรียนและหลักสูตรอินเตอร์ให้คนต่างชาติสมัครได้เพียบเลยค่ะ~

สำหรับใครที่กำลังเก็บข้อมูลทุนและที่เรียน วันนี้เรามีรีวิวจาก ‘พี่หนูดี’ ณฑฤณ ลิ่มอติบูลย์คนไทยที่เรียนจบ ป.โท สาขา Asia Pacific Studiesจาก Ritsumeikan Asia Pacific University (APU)นอกจากนี้ยังได้รับทุน JASSO และทุนส่วนลดค่าเทอม 65%จากทางมหาวิทยาลัย มาชมภาพสวยๆ จากเจ้าของเรื่อง (IG: nadarynlim)พร้อมข้อมูลการขอทุนและชีวิตการเรียนกันเลยค่ะ!

. . . . . . . .

ตกหลุมรักวัฒนธรรมญี่ปุ่น

จนปักหมุดเรียนต่อปริญญาโท!

หลังเรียนจบ ป.ตรี สาขา Business Englishจากวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (BUIC)เราก็ตัดสินใจเรียนต่อ ป.โท ทันทีค่ะ เพราะรู้สึกตัวเองยังมีไฟในการเรียน และมีเรื่องที่สนใจอยู่ด้วย // ยอมรับว่าหวั่นใจบ้างเวลาเห็นเพื่อนคนอื่นเริ่มทำงานได้เงินเดือน ไม่ต้องพึ่งพ่อแม่กันแล้ว จนมานั่งตั้งคำถามกับตัวเองว่าเมื่อไหร่จะได้เริ่มงานเหมือนคนอื่นสักทีนะ

อ่านบทความ: เปิดหลากมุมมอง ‘จบป.ตรีแล้วต่อป.โท เลยดีไหม’ (ควรไปต่อหรือพักก่อน?)https://www.dek-d.com/studyabroad/57433/

ทีนี้เราเองก็ชอบญี่ปุ่นมานานมากๆ แล้วค่ะ เคยเที่ยว 6-7 ครั้งได้ ชอบบ้านเมือง วัฒนธรรม แล้วยังเป็นแฟนอนิเมะเลยคิดตั้งแต่ ป.ตรี ว่าถ้าจะเรียนต่อก็ต้องประเทศนี้แหละ และเริ่มเรียนพิเศษภาษาญี่ปุ่นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเลยค่ะ

รีวิวสมัครเรียนที่ APU

& แชร์โพรไฟล์ก่อนสมัครเรียน

เราเลือกสมัครเรียนสาขา Asia Pacific Studiesที่ Ritsumeikan Asia Pacific University (APU)เพราะสนใจวิชาเรียน และยังมีเปิดสอนภาคอินเตอร์ด้วย *สามารถเข้าไปเช็กคุณสมบัติและรายละเอียดการสมัครแล้วสมัครออนไลน์ ได้เลย

ใช้เอกสารอะไรบ้าง?

  • จดหมายแนะนำตัว (Personal Statement)

  • แผนการวิจัย (Research Proposal)

  • ใบประกาศนียบัตรจบการศึกษา / ใบคาดว่าจะจบการศึกษา

  • ใบแสดงผลการเรียน (Transcript)

  • Letters of Recommendation 2 ฉบับ

  • หนังสือเดินทาง (Passport) (ถ้ามี)

  • ผลสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น JLPT (ถ้ามีจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ)

  • ผลสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้

  • TOEFL iBT ขั้นต่ำ 85 คะแนน

    • IELTS ขั้นต่ำ 6.0 คะแนน
    • TOEIC ขั้นต่ำ 800 คะแนน
    • PTE Academic ขั้นต่ำ 58 คะแนน
    • Cambridge English Language Assessment ขั้นต่ำ 176 คะแนน

*ตอนนั้นเรายื่น GPA 3.94 (First Class Honors) คะแนน IELTS 7.5 และคะแนนภาษาญี่ปุ่น JLPT ระดับ N3

เขียน Research Proposal ยังไงให้เข้าตากรรมการ?

เราคิดว่าเป็นเอกสารส่วนนี้ยากที่สุดเลยค่ะ ทริคของเราคือเน้นค้นหาข้อมูลเยอะๆ ดูว่าหลักสูตรที่สมัครเขามีสอนวิชาอะไรบ้าง เรียนแบบไหน และสิ่งสำคัญของการสมัครเรียน ป.โท คือสืบค้นว่าอาจารย์ท่านไหนเชี่ยวชาญและมีความสนใจใกล้เคียงกับหัวข้องานวิจัยที่เราอยากทำมากที่สุดจากนั้นลองติดต่อให้มาเป็นที่ปรึกษาเราก่อน จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ติดมหาวิทยาลัยนั้นมากขึ้น (ตรวจสอบข้อมูลอาจารย์ได้ที่ Graduate School of Asia Pacific Studies Faculty)

*ข้อควรระวังในการสมัครเรียน

ไม่ควรเลือกสมัครเรียนในคณะที่แหวกจากตอนเรียนปริญญาตรีมากจนเกินไป เช่น ถ้าจบด้านดนตรีหรือทำอาหารแล้วจะหันมาเรียนในสาขา Asia Pacific Studies ทางคณะก็อาจกังวลว่าเราจะเรียนไหวมั้ย? แล้วจะมีอาจารย์ปรึกษาที่สอดรับกับวิจัยของเราหรือเปล่า? ในทางกลับกันคือถ้าจบ ป.ตรี ในสาขาที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่สมัคร โอกาสได้รับการตอบรับเข้าเรียนจะมีมากกว่าค่ะ

Note: หากสนใจเรียนข้ามสายจริงๆ แนะนำให้เตรียมประวัติและประสบการณ์ที่สอดคล้องกับสาขานั้นๆ จะช่วยเพิ่มน้ำหนักและทำให้มีโอกาสมากขึ้น

APU มีหลายทุนให้สมัครได้

ไม่ว่าจะเป็นทุนส่วนลดค่าเทอมจากมหาวิทยาลัย, ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น (MEXT), ทุน JASSO รวมถึงทุนจากองค์กรเอกชนอื่นๆวิธีการก็สะดวกมากๆ ค่ะ ในใบสมัครเรียนจะมีพาร์ต Financial Aidให้เราแจ้งความประสงค์ขอทุนที่สนใจได้เลยโดยไม่ต้องสอบหรือยื่นใบสมัครทุนแยกอีก จากนั้นมหาวิทยาลัยจะพิจารณาจากประวัติ และแจ้งผลตอนเปิดภาคเรียน

ย้อนไปตอนที่เราสมัครเรียน เราเลือกทุนที่ให้มูลค่าทุนเยอะสุด (โดยที่ไม่รู้จักสักทุน 5555) สุดท้ายก็ได้ 2 ทุน คือ ทุนส่วนลดค่าเทอม 65%และทุน JASSO ที่สนับสนุนค่าครองชีพรายเดือน 48,000 เยน (ประมาณ 13,722 บาท) // อ้างอิงเรตเงิน 10 มี.ค.65

อ่านรายละเอียดทุนของมหาลัย

. . . . . . . .

ส่องหลักสูตร Asia Pacific Studies

ในรั้ว APU ม.อินเตอร์ชื่อดังของญี่ปุ่น!

สาขานี้เรียนอะไรบ้าง?

บางคนได้ยินชื่อสาขาAsia Pacific Studiesก็สงสัยว่าจะเรียนแค่ภาษารึเปล่า แต่จริงๆ มีหัวข้ออื่นที่ครอบคลุมทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกตอนเรียนคือสนุกมากๆ นักศึกษาต้องไปอ่านบทความมาก่อนล่วงหน้าเพื่อเตรียมมาวิเคราะห์กันในห้องเรียน โดยอาจารย์จะเป็น Moderator คอยถามและกระตุ้นให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นออกมา (อาจารย์ก็เป็นอีกเรื่องที่เราประทับใจค่ะ เขาทั้งเก่งและดูแลนักศึกษาทั่วถึง พร้อมให้คำปรึกษาทั้งเรื่องเรียนและเรื่องชีวิตนอกชั้นเรียนเลย)

ตัวอย่างวิชาที่น่าสนใจ

  • Media and Communicationวิชานี้สอนโดยอาจารย์ชาวอเมริกันค่ะ เนื้อหาจะเน้นการวิเคราะห์การใช้สื่อของผู้ก่อการร้าย ผลกระทบของสงครามต่อต้านการก่อการร้าย และบทบาทของโดรนในสงครามยุคใหม่ (เปิดโลกมาก!)

  • Social Organizations and Institutionsสอนโดยอาจารย์ชาวอิตาเลียน เรียนเรื่องบทบาทขององค์กรระหว่างประเทศ รวมถึงกลุ่ม NGO ด้วยค่ะ ในคลาสจะมีเหตุการณ์สมมติมาให้เราดิสคัสกัน เช่น ถ้าเกิดมีผู้ลี้ภัยเข้ามาในประเทศ แล้วเราซึ่งเป็นรัฐบาลในขณะนั้นจะจัดการอย่างไร จะมองเห็นผลกระทบในมุมไหนบ้าง ช่วยให้เราได้ตั้งคำถามกับสิ่งรอบตัวมากขึ้นดูรายชื่อวิชาที่เปิดสอน

เรียนรู้จากบรรยากาศแห่งความหลากหลาย

ด้วยความที่ APU เป็น ม.นานาชาติ เราเลยได้เจอเพื่อนชาวต่างชาติเยอะมากจากทั่วทุกมุมโลกเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น อินเดีย ศรีลังกา จีน ไต้หวัน อุซเบกิสสถาน ทาจิกิสสถาน ปากีสถาน เกาหลีใต้ อเมริกา ไอซ์แลนด์ จอร์เจีย อินโดนิเซีย ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย (ชาว SEA เยอะมาก) ซึ่งไม่ใช่แค่ทำให้ความสามารถภาษาอังกฤษเราก้าวกระโดด แต่การดิสคัสหรือบทสนทนาแต่ละวันยังทำให้เราได้เรียนรู้ความแตกต่างทางวัฒนธรรมและเข้าใจความหมายของคำว่า “โลกไร้พรมแดน” อย่างถ่องแท้เลย

ยิ่งไปกว่านั้นคือตอนแรกเราอาจได้รับภาพจำที่ไม่สวยงามจากสื่อต่างๆ จนมีความคิดในเชิงลบกับบางประเทศ เช่น อาจจะขึ้นชื่อเรื่องการก่อการร้ายหรือเป็นประเทศที่มีกลุ่มหัวรุนแรงอยู่เยอะ แต่พอมาเรียนแล้วเจอเพื่อนจากประเทศนั้น เขาทั้งใจดี มีน้ำใจ พร้อมช่วยเหลือตลอด ทำให้มุมมองเราเปลี่ยนไปเลยค่ะ

เพิ่มสกิลภาษาที่สาม

กับคลาสญี่ปุ่นสุดเข้มข้น

ตอนสมัครเรียนจะมีให้กรอกว่าเราสนใจเรียนภาษาญี่ปุ่นมั้ย ถ้าสนใจก็จะได้สอบวัดระดับเพื่อจัดเข้าคลาสที่เหมาะสมก่อนค่ะ ตอนนั้นเราได้ระดับสูงสุด และได้เรียนคลาส Business Japaneseเจอคำศัพท์และบทสนทนาในแวดวงธุรกิจ อย่างเช่นการติดต่อระหว่างแผนกหรือบริษัท ฯลฯ ช่วยให้เรากล้าสื่อสารมากขึ้น และได้เรียนรู้วัฒนธรรมจากอาจารย์เจ้าของภาษาโดยตรง

แชร์เทคนิคเรียนภาษา

  • พยายามเอาตัวเองไปอยู่ในวัฒนธรรมญี่ปุ่น เช่น ดูหนัง ฟังเพลง ฯลฯ และฝึกพูดตามเพื่อสร้างความคุ้นชิน
  • เรื่องตัวคันจิ เทคนิคคือจำศัพท์เป็นภาพ หรือ เน้นจำคำศัพท์หลัก, Prefix, Suffix แล้วนำมาผสมกันเป็นคำ (+ฝึกเขียนบ่อยๆ)

จบมาทำงานได้หลายอย่างกว่าที่คิด

หลังจากเรียนจบ ป.โท เราสามารถเข้าทำงานได้หลากหลายในประเทศญี่ปุ่น โอกาสในการสมัครงานค่อนข้างเปิดกว้าง เพราะถ้าผ่านสัมภาษณ์ บริษัทจะเทรนเด็กจบใหม่พร้อมกันหมด บางคนก็เรียนต่อระดับสูงขึ้น หรือจะกลับไทยมาทำงานเป็นนักวิชาการด้านสังคมศาสตร์ นักวิจัย อาจารย์ บรรณาธิการ เข้ารับราชการในกระทรวง หรือทำงานในองค์กรพัฒนาเอกชน ฯลฯ มีให้ทำเยอะมากขึ้นอยู่กับว่าเราถนัดสายไหนค่ะ

. . . . . . . .

รีวิวหอพักบรรยากาศเริ่ดๆ

กับชีวิตในเมืองเล็กสุดน่ารัก!

เราพักที่หอในของมหาวิทยาลัยตลอด 2 ปีเลยค่ะ หอใหญ่มากกก อยู่ติดทะเลและถนนเส้นหลัก หอโดยชั้นแรกจะห้องโถงสำหรับจัดงาน (มีคลาสสอนภาษาญี่ปุ่นฟรีทุกวันอาทิตย์) ชั้นสองมีพื้นที่ทำกิจกรรมสันทนาการต่างๆ และแต่ละชั้นจะมีห้องครัวรวมกับ lobby // เรียกว่าค่อนข้างพร้อมเลยค่ะ

เมืองที่เราไปอยู่ชื่อ “เบบปุ” อยู่ในจังหวัดโออิตะบนเกาะคิวชู โด่งดังจากการเป็นเมืองท่องเที่ยวแช่ออนเซ็นเพราะมีบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติเยอะมากเลยทำให้สามารถหาใช้บริการได้ง่ายและราคาไม่แพง

ตอนแรกที่มาถึงเรามาเจอสภาพเมืองที่ดูชนบทมากจนเรากังวลว่าจะอยู่ได้มั้ย แต่สักพักก็ชอบจริงจังเลยค่ะ เราว่าเมืองนี้ค่าครองชีพถูกถ้าเทียบกับเมืองใหญ่พื้นที่สีเขียวเยอะและอากาศดียิ่งฤดูใบไม้ผลิคือสวรรค์ เพราะเหมือนกับอากาศหนาวกับอุ่นมาเจอกัน ส่วนฤดูหนาวท้องฟ้าก็โปร่งและเย็นสบาย ช่วยให้สุขภาพผิวของเราดีขึ้นด้วย~

และแม้จะเป็นเมืองในชนบท สิ่งอำนวยความสะดวกกลับค่อนข้างพร้อม ทางเท้าเดินง่ายไม่เป็นหลุมเป็นบ่อ ถนนมีแบ่งเลนสำหรับจักรยาน ผู้คนเคารพกฎจราจร และรถสาธารณะมาตรงเวลา(มีแอปฯ ให้เช็กตารางรถบัสได้) ส่วนใครเป็นสายกิน เมืองนี้มีร้านอาหารนานาชาติเยอะและหลากหลายสุดๆ เราไม่คิดว่าจะได้มาชิมอาหารอินเดียและศรีลังกาครั้งแรกตอนมาเรียนที่ญี่ปุ่นแบบนี้เลยค่ะ 555

ส่งต่อแรงบันดาลใจ

ถ้าใครชอบประเทศหรืออินกับวัฒนธรรมญี่ปุ่น แล้วมีโอกาสเรียนต่อ อยากแนะนำให้รีบคว้าไว้ก่อน ถ้าใครกังวลเรื่องการเรียนและการปรับตัว เรารับรองว่าถ้ามาเรียนแล้วต้องมีเพื่อนแน่นอน พวกเขาจะชวนกันเรียน ชวนกันเที่ยว ทำให้สนุกและได้ความรู้เต็มที่

ทั้งนี้ทั้งนั้นคือเราต้องกล้าพูด กล้าถาม กล้าลองผิดลองถูก มั่นใจในตัวเอง และตั้งใจเรียนให้เต็มที่ด้วยเราขอเป็นกำลังใจให้นะคะ~

ข้อมูลติดต่อ:

Instagram: nadarynlim

Twitter: @xzenik

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...