จุลพันธ์ เผย ผู้ประกอบการยินดี ยกเลิก Duty Free ขาเข้า 8 สนามบิน คาดเริ่มได้ใน 1 เดือน
จุลพันธ์ เผย ผู้ประกอบการ Duty Free ใน 8 สนามบิน ยินดี ยกเลิก Duty Free ขาเข้า ไม่ได้ใช้อำนาจยกเลิกด้วยกฎหมาย คาดเริ่มยกเลิกได้ใน 1 เดือน โดยจะทดลองยกเลิกก่อน 1 ปี เมื่อรวมกับมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวจะทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจโดยรวมกว่า 2 หมื่นล้านบาท
3 ก.ค. 2567 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึง กรณี คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบแนวทางยกเลิก ร้านค้าปลอดภาษี (Duty Free) ขาเข้า ใน 8 สนามบินเมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2567 ว่า เรื่องนี้ภาครัฐไม่ได้ใช้อำนาจยกเลิกด้วยกฎหมาย แต่เป็นการเห็นพ้องด้วยดีกับผู้ประกอบการ และไม่มีการเรียกร้องขอชดเชยใดๆ
โดยเมื่อปลายปี 2566 ครม. มีมติให้กระทรวงการคลังทำการศึกษาเรื่อง ยกเลิก Duty Free ขาเข้า ประกอบกับที่ผ่านมาบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ได้มีการพูดคุยกับผู้ประกอบการที่ได้รับสัมปทานร้าน Duty Free ใน 8 สนามบิน โดยทุกฝ่ายยอมรับที่จะยกเลิกพื้นที่ Duty Free ขาเข้าโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ดังนั้นกระทรวงการคลังจึงนำเรื่องเสนอ ครม. อีกครั้ง โดยไม่จำเป็นต้องแก้กฎหมายของกรมศุลกากร
“ยืนยันว่าทางผู้ประกอบการ Duty Free ใน 8 สนามบินทำหนังสือแสดงความยินดีที่จะยกเลิก Duty Free ขาเข้าโดยไม่มีข้อผูกมัดใดๆ และที่สำคัญไม่ได้เรียกร้องให้รัฐบาลชดเชยจากการสูญเสียรายได้ด้วย เพราะทั้งหมดล้วนมีสัมปทานร้าน Duty Free ขาออกอยู่แล้วซึ่งเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจมากกว่า ดังนั้นการยกเลิก Duty Free ขาเข้าจึงไม่กระทบต่ออย่างมีนัยยะ และยืนยัน ณ ตรงนี้ว่า รัฐบาลไม่มีการยืดอายุสัมปทานให้กับผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่งเพื่อเป็นข้อแลกเปลี่ยนแต่อย่างใด”
ทั้งนี้ เป้าหมายของการยกเลิก Duty Free ขาเข้าเพื่อต้องการกระตุ้นการบริโภคในประเทศ และสอดรับกับมาตรฐานสากลที่หลายสนามบินทั่วโลก เมื่อลงจากเครื่องบินจะไม่มีร้านซื้อสินค้าปลอดภาษีเข้าไปใช้ในประเทศได้อีก ดังนั้นกระทรวงการคลังจึงเสนอให้มีการปรับเปลี่ยนไปตามเกณฑ์สากล โดยยกเลิก Duty Free ขาเข้า เพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ และช่วยให้รัฐจัดเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้น
สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ เมื่อ ครม.มีมติรับทราบแล้ว ก็จะส่งเรื่องให้กระทรวงการคลัง และ AOT จะเข้าไปพูดคุยกับผู้ประกอบการ เพื่อดำเนินการยกเลิกซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา 1 เดือนจะแล้วเสร็จ
“ตัวเลขยอดจำหน่ายสินค้า Duty Free ขาเข้า ผ่าน 8 สนามบินรวมกัน ในปี 2566 ที่ผ่านมา อยู่ที่ประมาณ 3,400-3,500 ล้านบาท ซึ่งเราหวังว่าเมื่อมีการยกเลิกแล้วเงินจำนวนนี้จะถูกกระจายไปใช้จ่ายไปในประเทศ ช่วยร้านค้าขนาดกลาง ขนาดเล็กได้ประโยชน์ และเมื่อบวกกับผลกระทบทางการท่องเที่ยว เชื่อว่าจะมาตรการนี้จะช่วยกระตุ้นให้ค่าใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวมากขึ้น และทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจโดยรวมกว่า 20,000 ล้านบาท โดยเบื้องต้นการยกเลิก Duty Free ขาเข้าจะทดลองทำก่อนเป็นเวลา 1 ปี หลังจากนั้นจะนำผลลัพธ์ไปวิเคราะห์ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และเสนอให้ ครม.พิจารณาดูว่าควรทำอย่างไร”
นายจุลพันธ์ ยังได้เปิดเผยถึง ข้อกังวลถึงการยกเลิก Duty Free ขาเข้า จะทำให้คนไทยหรือนักท่องเที่ยว หันไปซื้อสินค้าจากต่างประเทศมากขึ้นแทน และทำให้เงินไหลออกไปนอกประเทศ ว่า เรื่องเหล่านี้กระทรวงการคลังมองในหลายมิติ ซึ่งยอมรับว่าอาจมีบางกลุ่มที่ซื้อจากต่างประเทศเข้ามาเพิ่มได้แต่ภาพรวมต่อเศรษฐกิจก็ยังมีสูงกว่า ขณะที่คนที่ซื้อจากร้านปลอดภาษีขาออกและกลับมารับตอนขาเข้าก็ยังทำได้อยู่มตินี้ไม่ได้มีการห้ามเอาไว้