โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

คุก 6 เดือน “น้องชายธนาธร” คดีสินบน 20 ล้าน เช่าที่ สนง.ทรพย์สินฯ

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 20 พ.ค. 2567 เวลา 07.08 น. • เผยแพร่ 20 พ.ค. 2567 เวลา 07.08 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(20 พ.ค. 67) ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางนัดฟังคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการปราบปรามการทุจริต 3 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานบริหารบริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด ฐานเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่น ให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด เพื่อจูงใจให้กระทำการ และประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ และเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นให้ขอให้ หรือรับว่าจะให้ ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อจูงใจให้กระทำการ หรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ และได้กระทำไปในฐานะเป็นผู้แทนนิติบุคคล และเพื่อประโยชน์ของนิติบุคคล

โดยมีการกล่าวหาว่านายสกุลธรได้ติดสินบนเจ้าพนักงาน และนายหน้าเป็นเงินจำนวน 20 ล้านบาท เพื่อเช่าที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ 2 แปลงใน ซอยร่วมฤดี และ ย่านชิดลม

ศาลพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 144 ประกอบมาตรา 84 พรป.ว่าด้วย การป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 123/5 ประกอบประมวลกฎหมายยามาตรา84 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน

ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 144 ประกอบ 84 เพียงบทเดียว จำคุก 8 เดือน ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์เเก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ให้ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา78 หนึ่งในสี่ คงจำคุก 6 เดือน

ทั้งนี้นายสกุลธร เป็นน้องชายของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และประธานคณะก้าวหน้า เมื่อเดือนธันวาคม 2563 สกุลธรเคยออกแถลงการณ์ชี้แจงความบริสุทธิ์ของตนเองจำนวน 6 ข้อ เนื้อหาคือปฏิเสธว่าไม่รู้จักกับนายประสิทธิ 1 ในผู้ต้องหาในคดีรับสินบนดังกล่าว และไม่รู้จักเจ้าหน้าที่ของ สนง.ทัพย์สินคนใดเลย, ส่วนนายสุรกิจ จำเลยอีกรายนั้นรู้จักผ่านนายหน้าอสังหาฯ ไม่ได้มีความสนิทสนมคุ้นเคยด้วย มีนายหน้าหลายคนรวมตัวเข้ามาเสนอที่ดินให้กับเขา การที่เขาจะบอกให้นายสุรกิจซึ่งเพิ่งรู้จักกันนําเงินไปดําเนินการในสิ่งที่ไม่ถูกต้องให้กับบุคคลที่สามหรือมีลักษณะเรียกเงินเพื่อให้มีการกระทําที่ทุจริตจึงเป็นไปไม่ได้

การทำงานที่ผ่านมามุ่งเน้นความโปร่งใสและการทํางานบนความถูกต้อง มีการระบุลงไปในสัญญาการจ้างอย่างชัดเจนว่า “ในการปฏิบัติงานนายหน้าจะต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย ตามข้อบังคับหรือระเบียบต่าง ๆ และรวมถึงการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามมาตรฐานของวิชาชีพของนายหน้า”

เงินที่ถูกจ่ายออกไปเป็นการจ่ายตามสัญญาจ้างที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ ในกรณีนี้นายสกุลธรระบุว่าตนก็เป็นผู้เสียหายจากเอกสารราชการที่ถูกทำปลอมขึ้นเพื่อยืนยันความคืบหน้าในการทํางาน เพื่อนำมาเบิกค่าจ้างตามสัญญาจ้าง

นายสกุลธรยืนยันว่าตนได้รับหนังสือจากสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 2560 เชิญไปนำเสนอแผนพัฒนาโครงการในวันที่ 23 พ.ย. 2560 แต่ก่อนถึงกำหนด 1 วันกลับถูกยกเลิก ตนรู้สึกสงสัยจึงได้ส่งหนังสือถึงสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เพื่อสอบถามเกี่ยวกับการเช่าที่ดินแปลงดังกล่าว และได้รับการตอบกลับว่า ยังไม่มีนโยบายในการหาผู้เช่ารายใหม่แต่อย่างใด ทำให้ทราบว่าหนังสือฉบับดังกล่าวเป็นของปลอม หลังทราบแล้วก็ได้ยกเลิกสัญญาและส่งหนังสือทวงหนี้กับทางที่ปรึกษารายดังกล่าว 2 ครั้งตามระบบ

นายสกุลธรยืนยันว่า เป็นผู้เสียหายจากเหตุการณ์นี้ และยืนยันในความบริสุทธิ์ สิ่งที่ได้ชี้แจงไปก็ปรากฏอยู่ในเอกสารสำนวนสอบสวนตั้งแต่แรก และค่านายหน้าที่ตกลงกันนั้นเป็นไปตามมาตรฐานของธุรกิจ ซึ่งจะมีการชำระก็ต่อเมื่อได้ทำธุรกรรมจดสิทธิ์การเช่าที่สำนักงานที่ดินแล้ว

ทั้งนี้สำหรับคดีนี้ เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2562 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้มีคำพิพากษา นายประสิทธิ์ อภัยพลชาญ จำเลยที่ 1 และนายสุรกิจ ตั้งวิทูวนิช จำเลยที่ 2 ว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 143, 264, 265, 268 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/4

การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษทุกกรรมป็นความผิดไป ตมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม รวมสองกระทง ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานร่วมกันใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 จำคุกกระทงละ 2 ปื ฐานร่วมกันเป็นตัวกลางในการเรียกรับสินบนเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 จำคุกคนละ 2 ปี รวมจำคุกคนละ 6 ปื จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 3 ปื

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...