โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจและเศรษฐกิจ ไทยยังลดลงต่อเนื่อง

The Better

อัพเดต 03 พ.ค. 2567 เวลา 01.15 น. • เผยแพร่ 03 พ.ค. 2567 เวลา 01.14 น. • THE BETTER
ธปท. เผยผลสำรวจ ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจและเศรษฐกิจไทยเดือน เม.ย. และ 3 เดือนข้างหน้ายังลดลงต่อเนื่อง

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ (Business Sentiment Index: BSI) โดยสำรวจจากผู้ประกอบการทั่วประเทศไทย ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด สรุปประเด็นสำคัญ

ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือนเมษายน 2567 ปรับลดลงจาก ทั้งภาคการผลิตและภาคที่มิใช่การผลิต อย่างไรก็ดีในอีก 3 เดือนข้างหน้า ดัชนีฯ ปรับเพิ่มขึ้นจากภาคการผลิตเป็นสำคัญ ขณะที่ความเชื่อมั่นในภาคที่มิใช่การผลิตทรงตัว

ทั้งนี้ ดัชนีฯ โดยรวมทั้งในปัจจุบันและในอีก 3 เดือนข้างหน้า มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2566 เป็นต้นมา

ในเดือนเมษายน 2567 ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจโดยรวมลดลงมาอยู่ที่ระดับ 47.3 จาก 49.6 ในเดือนก่อน ตามการลดลงของความเชื่อมั่นด้านการผลิตผลประกอบการและคำสั่งซื้อเป็นสำคัญ ส่วนหนึ่งจากวันทำการที่น้อยกว่าเดือนก่อน สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นในภาคการผลิต ปรับลดลงในเกือบทุกหมวดธุรกิจ นำโดยกลุ่มผลิตยานยนต์ที่ความเชื่อมั่นลดลงต่อเนื่อง ในเกือบทุกองค์ประกอบ จากยอดขายที่ลดลงตามความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ซื้อรถที่ด้อยลง ส่งผลให้สถาบันการเงิน (สง.) ระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อ โดยเฉพาะยอดขายรถกระบะ ประกอบกับถูกแย่งส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคลมากขึ้นจากรถยนต์ไฟฟ้า

นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นของกลุ่มผลิตพลาสติกปรับลดลงจากความเชื่อมั่นด้านผลประกอบการเป็นหลักส่วนหนึ่งเป็นผลจากสินค้าจีนเข้ามาแข่งขันในสินค้ากลุ่ม Mass อย่างต่อเนื่องผู้ประกอบการจึงต้องปรับตัวไปเน้นผลิตสินค้ากลุ่มสินค้าที่มูลค่าสูงหรือสินค้าเฉพาะกลุ่ม ซึ่งสินค้าจากจีนยังเข้ามาแข่งไม่ได้ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นในภาคที่มิใช่การผลิตปรับลดลงในเกือบทุกหมวดธุรกิจเช่นกัน โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมและร้านอาหารที่ความเชื่อมั่นปรับลดลงมาอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 จาก

ด้านการบริการ ผลประกอบการและการจ้างงานเป็นสำคัญในอีก 3 เดือนข้างหน้า ดัชนีความเชื่อมั่นโดยรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 52.4จาก 51.9ในเดือนก่อน จากเกือบทุกองค์ประกอบ โดยความเชื่อมั่นในภาคการผลิตปรับเพิ่มขึ้นตามความเชื่อมั่นที่ดีขึ้นในกลุ่มผลิตยางและอาหารเป็นหลัก อาทิ อาหารทะเลแช่เย็นแช่แข็งและข้าวโพดกระป๋อง เนื่องจากคู่ค้าในต่างประเทศเริ่มกลับมาสั่งซื้อหลังจากที่สต็อกสินค้าลดลง ทำให้ความเชื่อมั่นด้านผลประกอบการ การผลิตและการส่งออกปรับเพิ่มขึ้น

ส่วนความเชื่อมั่นของธุรกิจอื่นในภาคการผลิตปรับลดลงเล็กน้อย สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นในภาคที่มิใช่การผลิตทรงตัว โดยกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่ความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นจากด้านผลประกอบการเป็นสำคัญ คาดว่าเป็นผลดีจากมาตรการลดค่าโอนและค่าจดจำนองที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท จากเดิมไม่เกิน 3 ล้านบาท ขณะที่ความเชื่อมั่นของกลุ่มการค้าส่งลดลงจากด้านผลประกอบการและปริมาณการค้าเป็นหลัก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...