“ก้อย” ชัดเจนไม่รีเทิร์น “นิกกี้” แจงทำไมเลือกขอโหสิกรรมในคอมเมนต์
ทำคนเอาแฟนๆอึ้ง เมื่อได้อ่านคอมเมนต์ที่ “ก้อย อรัชพร” โพสต์กลับอดีตคนรัก“นิกกี้ ณฉัตร” ที่โพสต์คลิปอวยพรวันเกิดให้ พร้อมใส่เพลง “จางหาย” เพื่ออวยพรวันเกิด “Hbd @goyyog รักเสมอนะจ้า ก้อย” ซึ่ง “ก้อย” ได้มาคอมเมนต์บอกว่า ……
“ขอให้คำอวยพรที่ดีทุกอย่างกลับหาเธอ ก้อยขอโหสิกรรมให้เธอทุกเรื่อง และ ขออโหสิกรรมจากเธอเช่นกัน เธอเป็นคนที่ฉันห่วงที่สุดคนหนึ่งในชีวิต และ จะคอยห่วง แต่ในฐานะเพื่อนเราโตขึ้นอีกปีแล้ว เวลามีไม่มาก อย่าเสียเวลากับการรอใคร หรือ รอโชคชะตา เราเลือกได้ และ เราต้องเลือก เลือกแล้วต้องไปต่อ รักตัวเองให้มาก รักอย่างมีสติ เลือกสิ่งที่ดีให้ตัวเอง และ พัฒนาตัวเองเป็นคนที่ดีขึ้นเสมอ สื่อสารสิ่งที่คิด รับรู้ความรู้สึกคนอื่น มูฟออนอย่างแข็งแรงไปด้วยกัน ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง”
เมื่อมีโอกาสได้เจอ “ก้อย อรัชพร” เจ้าตัวก็ได้เผยถึงเรื่องนี้ บอกสิ่งที่พิมพ์ไปแล้วแต่คนจะคิด แต่ถ้าตีความว่าหมดโอกาสรีเทิร์นก็ไม่ผิด
“จริงๆ ก็ตามนั้นเลย ก้อยรู้สึกว่าสิ่งที่ก้อยโพสต์ไปพิมพ์ไป ก็ค่อนข้างชัดเจนในสิ่งที่ตัวก้อยพูดอยู่แล้ว อะไรที่มันไม่ชัดเจน หรือมันมีอะไรที่สงสัย ก็ขอเป็นตัวก้อยคุยกับพี่นิกกี้เองแล้วกัน แต่ว่าสำหรับก้อย ก้อยรู้สึกว่าจุดยืนค่อนข้างชัดเจน ก้อยว่าตีความได้หลายแบบ ก้อยรู้สึกว่าไม่อยากห้ามให้คนตีความแบบไหน แล้วแต่จะคิดเลย แต่ว่าก้อยว่าแมสเสจที่เลือกที่จะพิมพ์เข้าไป ที่ส่งไปถึงพี่นิกกี้ ก้อยว่าเขาได้รับ แล้วก็เราเป็นเพื่อนกัน อะไรที่มันนอกเหนือไปกว่านั้น ก้อยก็ได้คุยกับเขาอยู่แล้ว”
(คำถาม) : หมดสิทธิ์รีเทิร์น?
“ก้อย อรัชพร” : ถ้าคำไหนที่ก้อยไม่ได้เลือกพูด แสดงว่าก้อยอึดอัดที่จะพูดคำนั้น เหมือนก้อยไม่ชอบจะพูดอะไรที่มันแรงเกิน ไม่อยากให้มันเหมือนมาบีบรัดเรา ที่จะต้องพูดคำนั้น แต่จริงๆ แล้วในความหมายของสิ่งที่ก้อยพิมพ์ไป ถ้าจะตีความแบบนั้น ส่วนตัวก้อยคิดว่าไม่ได้ผิดแต่ว่าคงไม่ใช่คำที่ก้อยจะมาพูดว่าไม่ค่ะ จะไม่อย่างโน้น ฉันจะไม่อย่างนี้ ก้อยรู้สึกว่าวิธีหรือการพูดของก้อยเท่านั้น คือสิ่งที่ก้อยอยากพูด
(คำถาม) : ทำไมเลือกที่จะพิมพ์ในพื้นที่สาธารณะมากกว่าไปคุยหลังบ้าน?
“ก้อย อรัชพร” : พูดกันตรงๆ การที่เราเลือกที่จะโพสต์ในที่สาธารณะ มันคือการที่ก้อยสเตทเมนต์ ถึงจุดยืนของก้อย ไม่ได้แค่บอกเขา แต่บอกทุกคนแต่อะไรที่ก้อยอยากบอกเขา ก้อยบอกเขาเองอยู่แล้ว มันรู้อยู่แล้ว การที่เราพิมพ์แบบนี้ ทุกคนจะเห็นแบบเรา นั่นคือจุดที่ก้อยเลือกแล้ว ว่านั่นคือจุดยืนของเรา เพื่อที่คนจะได้ไม่กดดันเขาด้วย ไม่กดดันเราด้วย แล้วก้อยรู้สึกว่าในความสัมพันธ์นี้
จริงๆ สำหรับก้อยมันเป็นความสัมพันธ์ที่ดีมาก แต่มันก็คาราคาซังมานาน แล้วก็มีความไม่ชัดเจนในหลายๆ อย่างแค่รู้สึกว่าในวัย 30 ของก้อยแล้ว ก้อยอยากทำอะไรให้ความสัมพันธ์ หรือการใช้ชีวิตของก้อยมันเรียบง่าย ไม่ต้องมาเอ๊ะยังไงกันแน่ๆ แค่นั้นเอง
(คำถาม) : กดดันเอฟซีอยากให้รีเทิร์นไหม เลยต้องตอบให้ชัด?
“ก้อย อรัชพร” : มันไม่ถึงกับกดดันหรอก แต่ว่าก้อยรู้สึกว่าก้อยเป็นคนที่เหมือนตั้งคำถาม เเล้วต้องได้คำตอบกับตัวเอง ว่ากับสถานการณ์ตอนนี้ เราควรเอายังไงกันแน่นะ กับระยะเวลาที่ผ่านมานานขนาดนี้ เราจะเอายังไงกันแน่ เราอยากแค่ก้าวไปในวัยที่โตขึ้น ด้วยความชัดเจนกับตัวเองแค่นั้นเอง แล้วมันไม่ใช่แค่ชัดเจนกับตัวก้อย แต่มันเป็นการชัดเจนกับคนที่สำคัญคนหนึ่งในชีวิตของก้อย ก้อยก็เลยเลือกที่จะทำสิ่งนั้นแค่นั้นเอง
(คำถาม) : ถ้าไม่ชัดเจนต่อไปอาจจะมีปัญหากับคนใหม่ที่จะเข้ามา?
“ก้อย อรัชพร” : หนูไม่ได้สนใจตรงนั้นเลย หนูรู้สึกว่าเรื่องของหนูกับพี่นิกกี้ มันเป็นเรื่องของหนูกับเขามากๆ ในขณะที่คนอื่นเขาจะเข้ามาแล้วเขาติด ก็เป็นอะไรที่ห้ามความคิดของเขาไม่ได้อยู่แล้ว หรือแม้กระทั่งไม่ว่าเขาจะเข้ามาจากฝั่งไหนก็ตาม เป็นเรื่องที่เราจัดการเขาไม่ได้ ไม่ใช่สิ่งที่หนูจะต้องห่วงแทนเขา แต่เป็นสิ่งที่เขาอาจจะต้องจัดการตัวเอง เพราะว่าหนูว่าความสัมพันธ์นี้ของหนูกับพี่นิกกี้ มันค่อนข้างชัดเจนมาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว แต่ว่าตอนนี้หนูแค่รู้สึกว่าหนูไม่ได้คิดสิ่งนี้เบสจากคนอื่น ไม่ได้คิดว่าคนจะมองเราว่ายังแบบนี้อยู่เลย ไม่ หนูแค่รู้สึกว่าตัวเราต้องการอะไรในชีวิต และเราอยากมอบอะไรให้เขาในชีวิต
(คำถาม) : นิกกี้ส่งหัวใจกลับมาให้เรา?
“ก้อย อรัชพร” : เขาส่งหัวใจ มาแล้วหนูก็ส่งหัวใจกลับ แล้วก็เหมือนเดิม ถ้าเกิดสมมติมีแบบน้องหมา มีเรื่องครอบครัว คือคำที่หนูว่าจริงๆ แล้วสำคัญและชัดที่สุดคือ เพราะคนนี้เป็นคนที่หนูห่วงมากที่สุดคนหนึ่งในชีวิตมันก็จะเป็นแบบนั้น แต่แค่มันจะถูกเปลี่ยนไปในรูปแบบอื่นแล้วแค่นั้นเอง
(คำถาม) : เราก็ยังเป็นห่วงเขา?
“ก้อย อรัชพร” : ก็เยอะ เช่นสงกรานต์หนูก็ถามว่าสติ แล้วหนูรู้สึกว่าการที่หนูถอยออกมาเป็นเพื่อนเขา พี่น้องเขา หนูพูดได้ตรงมาก เช่นไปสงกรานต์หัวแตก หนูก็ถามพูดจริงตายได้เลยนะ หนูก็จะบอกเขาอะไรแบบนี้ หรือแม้กระทั่งเรื่องใช้เงิน เรื่องทัศนคติ แต่มันคือการที่เราเตือน แต่ว่าสุดท้ายแล้วเขาเลือกแบบไหน จริงๆ เห็นแบบนั้นเขาเป็นคนฉลาดนะพี่นิกกี้ เขารู้ว่าเขาจะเอาอะไรในชีวิตประมาณหนึ่ง เราแค่พูดในมุมที่เป็นห่วงเขาในบางเรื่องเฉยๆ เรื่องสุขภาพหลักๆ แต่ว่าในเรื่องทางเลือกชีวิต หนูว่ามีเวย์ของเขาอยู่เเล้ว
(คำถาม) : แล้วชีวิตเราตอนนี้เป็นไงบ้างสาวโสด?
“ก้อย อรัชพร” : หนูว่าหนูเริ่มจัดการทุกอย่างได้ดีขึ้นเป็นอย่างมาก เพื่อนก็ไปฮันนีมูนแล้ว แล้วก็พี่น่าจะเห็นว่าหนูทำงานเยอะมาก หนูรู้สึกว่าการที่หนูใช้พลังกับการที่ไปลงกับงาน หนูเพิ่งออกเพลง หนูเพิ่งทำโน่นทำนี่ หนูรู้สึกว่าการอยู่คนเดียวและใช้เวลากับตัวเองมากๆ มันก็ฟินอีกแบบ แล้วมันก็มีเพื่อนโสดอีกเยอะ ที่ไม่ใช่แค่เรา ยังมีเพื่อนโสดอีกหลายคน(แต่เพื่อนในกลุ่มมีแฟนหมดทุกคนแล้วนะ?) ยังๆ กลุ่มเรามีคนที่ยังไม่มีอยู่ เป็น LGBTQ แต่ก้อยว่าก้อยมีแม่ ก้อยมีหมา ก้อยมียาย ก้อยมีอะไรหลายๆ อย่าง ถ้ามันมีก็ดี แต่ว่าไม่มีก้อยก็ว่ามีก้อยมีโฟกัส มีอะไรทำ
(คำถาม) : มีคนเข้ามาคุยเข้ามาจีบบ้าง?
“ก้อย อรัชพร” : ก็คงมีบ้าง แต่ถามว่าก้อยจริงจัง แล้วก็อยากรีบมีแฟนไหม ก้อยบอกเลยว่ายัง (อยู่ท่ามกลางพลังความรักสูงๆ รู้สึกยังไงบ้าง?) คือถ้าติดรำนะ จะเป็นฝั่งวีกับเก้า เพราะบ้านนั้นเขาจะเป็นบ้านที่แบบ อุ้ย วันนี้เธอสวยจังเลย เธอก็หล่อจังเลย ชมกันอยู่นั่น ในขณะที่ดรีมกับมีน จะค่อนข้างปกติจะใช้ชีวิตง่ายๆ โดยส่วนใหญ่อยู่กับเพื่อนก็จะมีความสุข เพราะว่าก้อยไม่ได้ทรีตเขาเหมือนเป็นแฟนกัน แต่ว่าทั้งมีนแล้วก็เก้า เป็นเพื่อนก้อยอยู่แล้ว ก็เลยจอย
(คำถาม) : ตอนนี้แฮปปี้กับชีวิตโสด?
“ก้อย อรัชพร” : แฮปปี้ๆ คือถ้ามีเข้ามาคุยกันรู้เรื่องก็ดี ไม่ใช่ว่าแบบฉันจะครองโสดไปตลอด แต่ ณ วันนี้มันยังไม่ได้มีอะไรที่ชัดเจน ก้อยก็รู้สึกว่าแบบนี้โอเค แฮปปี้ดี