โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

สืบนครบาล รวบ คู่รักนักค้ายา หนีหมายจับยาเสพติด กบดานเมืองกรุงตรวจค้นห้องพักเจอปืนเถื่อนและเคตามีน

สวพ.FM91

อัพเดต 13 มิ.ย. 2567 เวลา 05.25 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2567 เวลา 05.25 น.

ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รรท.ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ให้เร่งรัดปราบปรามยาเสพติดในชุมชนที่บ่อนทำลายสังคม บ้านเมืองตามนโยบายของรัฐบาลนั้น

โดยเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 67 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ สืบนครบาล ได้จับกุมตัว คือ นายชาคริต อายุ 22 ปี ข้อกล่าวหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามมีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำด้วยการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน ตามหมายจับศาลจังหวัดปราจีนบุรี ที่ 50/2567 ลงวันที่ 19 มีนาคม 2567 และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ,มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”

พร้อมด้วยของกลาง

1.วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 (เคตามีน) บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใสแบบซองเปิด-ปิด น้ำหนักรวมถุง 1.73 กรัม น้ำหนักเฉพาะยา 0.89 กรัม

2.อาวุธปืนสั้นไม่มีหมายเลขทะเบียน ขนาด .380 นิ้ว จำนวน 1 กระบอก บรรจุอยู่ภายในของกลางรายการที่ 4

3.ซองบรรจุกระสุนปืน ขนาด .380 นิ้ว จำนวน 1 ซอง บรรจุอยู่ภายในของกลางรายการที่ 2

4.ซองปืนพกใน จำนวน 1 ซอง

5.กระสุนปืน ขนาด .380 นิ้ว จำนวน 6 นัด บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใสแบบซองเปิด-ปิด

และจับกุม น.ส.รัตนมน อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ

ศาลจังหวัดปราจีนบุรี ที่ 51/2567 ลงวันที่ 19 มีนาคม 2567

ข้อหา "ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามมีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำด้วยการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน"

จับกุมได้ที่ บริเวณหน้าอพาร์ทเมนท์และภายในห้องพัก แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร

พฤติการณ์แห่งคดี เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกันวางแผนให้สายลับติดต่อล่อซื้อยาเสพติดจาก นายชาคริต ขอซื้อยาบ้าจำนวน 1 มัด (2,000 เม็ด) ในราคา 180,000 บาท โดยสายลับได้ขอเครดิตจ่ายเงินก่อน จำนวน 2,000 บาท แล้วจะทยอยจ่ายเงินส่วนที่เหลือให้ในภายหลัง ซึ่งนายชาคริตฯ ตกลงจำหน่ายยาบ้าให้กับสายลับ โดยให้สายลับโอนเงินค่ายาบ้าเข้าบัญชีธนาคารชื่อบัญชี น.ส.รัตนมน ภรรยาของนายชาคริตฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้สายลับโอนเงินจำนวน 2,000 บาท เข้าบัญชีดังกล่าว นัดหมายส่งมอบยาบ้ากันที่บริเวณกำแพงรั้วสถานีไฟฟ้าแรงสูงปราจีนบุรี 2 จนกระทั่งเวลาประมาณ 23.30 น. ของวันที่ 18 มกราคม 2565 นายณภัทร ผู้ต้องหาได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟสีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน นำเอายาบ้ามาโยนวางไว้ที่บริเวณมุมกำแพงรั้วสถานีไฟฟ้า แล้วขับขี่รถจักรยานยนต์ออกไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดตามจับกุม ควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ที่ข้างร้านสะดวกซื้อ สาขาระเบาะไผ่ ตรวจค้นตัวแล้วพบโทรศัพท์ จำนวน 1 เครื่อง ถืออยู่ในมือข้างขวาผู้ต้องหา เมื่อทำการตรวจสอบข้อมูลพบว่ามีการโทรติดต่อกับนายชาคริตฯ ผ่านแอปพลิเคชันแมสเซนเจอร์

เมื่อสอบถามผู้ต้องหาแล้วรับว่าตนเป็นลูกน้องของนายชาคริตฯ จริง ได้รับการว่าจ้างจากนายชาคริตให้นำเอายาข้าไปวางให้กับลูกค้าของนายชาคริตฯ ครั้งละ 1 มัด (2,000เม็ด ) จะได้ค่าจ้าง จำนวน 500 บาทและรับว่าเพิ่งนำเอายาบ้าไปโยนไว้ที่ข้างกำแพงรั้วสถานีไฟฟ้า จำนวน 1 มัด (2,000 เม็ด) และสมัครใจนำพาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปยังจุดที่โยนยาบ้า และตรวจยึดยาบ้าดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงยึดสิ่งของทั้งหมดไว้เป็นของ กลางแล้วจับกุม ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมด้วยของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบถาม นายชาคริต รับว่าตั้งแต่นายณภัทร หรือบัง ซึ่งเป็นลูกน้องถูกตำรวจจับในข้อหาจำหน่ายยาบ้า ตนและภรรยา(น.ส.รัตนมน) ซึ่งถูกจับกุมในครั้งนี้ด้วย ก็เดินทางเข้ามากรุงเทพเพื่อกบดาน ช่วงประมาณก่อนวันที่ 13 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา โดยพักอาศัย ที่ห้องเช่ารายวันย่านลาดกระบัง ก่อนที่ศาลจะออกหมายจับ ตนอาศัยอยู่อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ช่วงเวลาปี 2565 ตนรู้จักกับรุ่นพี่คนหนึ่งชื่อปรั่ง (ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง) รุ่นพี่คนนี้แนะนำให้รู้จักพ่อค้าขายยาบ้าโดยแนะนำให้รู้จักทางโทรศัพท์ จากนั้นตนจึงได้ติดต่อทางโทรศัพท์จากคนที่รุ่นพี่แนะนำ จากนั้นก็ติดต่อซื้อขายยาบ้า โดยทุกครั้งที่สั่งยาบ้า จะนำยาบ้ามาวางไว้ตามจุดที่วางไว้ จำนวน หลายครั้ง ครั้งมากสุดสั่งซื้อ 50 มัด(1 แสนเม็ด) โดยโอนเงินค่ายาทางตู้ฝากเงิน พอรับยามาตนก็กระจายยาบ้าไปยังจุดต่างๆ ด้วยตนเอง โดยช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมา มีเงินหมุนเวียนในบัญชี 7-10 ล้านบาท เหตุที่ออกหมายจับครั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจล่อซื้อยาบ้า จำนวน 1,000 เม็ด โดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร ซึ่งเป็นบัญชีของน.ส.รัตนมน (ภรรยาของตน) แต่ตนให้นายณภัทร ซึ่งเป็นลูกน้องไปส่งยาแทนตน เจ้าพนักงานจึงได้ทำการจับกุมนายณภัทร ฯ ซึ่งขณะนี้จำคุกอยู่ที่เรือนจำ ศาลได้ทำการตัดสินจำคุกเป็นเวลา 8 ปี ต่อมาตำรวจได้ทำการขยายผลออกหมายจับตนและภรรรยา จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาเเละของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.อุดมสุข เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.ธีรเดช ฝากเตือนว่า พิษภัยหรือโทษของสารเสพติดที่เกิดแก่ผู้หลงผิดไปเสพสารเหล่านี้เข้า ซึ่งเป็นโทษที่มองไม่เห็นชัด เปรียบเสมือนเป็นฆาตกรเงียบ ที่ทำลายชีวิตลงไปทุกวัน ก่อปัญหาอาชญากรรม ปัญหาสุขภาพ ก่อความเสื่อมโทรมให้แก่สังคมและบ้านเมืองอย่างร้ายแรง เพราะสารเสพติดทุกประเภทที่มีฤทธิ์เป็นอันตรายต่อร่างกายในระบบประสาท สมอง ซึ่งเปรียบเสมือนศูนย์บัญชาการของร่างกาย การติดสารเสพติดเหล่านั้นจึงไม่มีประโยชน์อะไรเกิดขึ้นแก่ร่างกายเลย แต่กลับจะเกิดโรคและพิษร้ายต่างๆ จนอาจทำให้เสียชีวิต หรือ เกิดโทษและอันตรายต่อครอบครัว เพื่อนบ้าน สังคม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...