โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้อนรอยประวัติศาสตร์ 10 สนามกีฬาโอลิมปิก Paris 2024 จากปารีส แวร์ซาย ถึงตาฮิติ

Sarakadee Lite

อัพเดต 25 ก.ค. 2567 เวลา 23.43 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2567 เวลา 12.10 น. • ปัญญา ลีลาสุนทรกุล

การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก Paris 2024 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 กรกฎาคม – 11 สิงหาคม พ.ศ. 2567 และต่อด้วยการแข่งขันพาราลิมปิกระหว่างวันที่ 28 สิงหาคม – 8 กันยายน พ.ศ. 2567 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ด้วยปณิธานในการจัดการแข่งขันที่ว่า “หนึ่งตราสัญลักษณ์ หนึ่งมาสคอต และหนึ่งคำขวัญ” กรุงปารีสในฐานะเมืองเจ้าภาพมาพร้อมกับสโลแกนว่า “เกมที่เปิดกว้าง” ได้นำการแข่งขันกีฬาประเภทต่างๆ เข้ามาไว้ในใจกลางเมืองเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงและมีส่วนร่วมให้มากที่สุด ดังจะเห็นได้จากการสร้าง สนามกีฬาโอลิมปิก เฉพาะกิจขึ้นมาในบริเวณของอนุสรณ์สถานและแลนด์มาร์กสำคัญๆ ทางด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมร่วมกับการใช้สนามกีฬาเดิมที่มีอยู่แล้ว

พระราชวังแวร์ซายพร้อมสำหรับเป็นสนามแข่ง

Sarakadee Lite พาไปย้อนรอยประวัติศาสตร์ความเป็นมาของ 10 สนามกีฬาโอลิมปิก Paris 2024 ทั้งสนามกีฬาเดิมและการปรับสถานที่ประวัติศาสตร์ เช่น พระราชวังแวร์ซาย ศาลาว่าการกรุงปารีส และแลนด์มาร์กท่องเที่ยวสุดฮิตบริเวณหอไอเฟลให้เป็นสนามกีฬาเฉพาะกิจ รวมไปถึงสนามกีฬาพิเศษที่จัดไกลถึงเกาะตาฮิติ

01 Château de Versailles: สนามกีฬาแข่งม้าในอดีตพระราชวังยิ่งใหญ่ของโลก

Château de Versailles (ชาโต้ เดอ แวร์ซาย) หรือ พระราชวังแวร์ซาย สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ทั้งในยุครุ่งโรจน์ของราชวงศ์บูร์บง (Bourbon) ในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 และการล่มสลายในช่วงปฏิวัติฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของโปรแกรมการแข่งขัน เพราะบริเวณสวนของพระราชวังได้มีการปรับชั่วคราวให้เป็นสนามสำหรับ การแข่งขันขี่ม้าประเภทศิลปะการบังคับม้า กระโดดข้ามเครื่องกีดขวางและอิเวนติง รวมไปถึง การแข่งขันปัญจกีฬาสมัยใหม่

สนามกีฬาโอลิมปิก

History in Brief : พระราชวังแวร์ซายตั้งอยู่ที่เมืองแวร์ซาย เขตเลส์ซิฟเวอร์ลีนส์ (Les Yvelines) ทางทิศตะวันตกของกรุงปารีส สร้างขึ้นใน ค.ศ. 1623 โดยพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 (Louise XIII: ครองราชย์ 1610-1643)แรกเริ่มเป็นสถานที่ประทับชั่วคราวในช่วงเวลาที่พระองค์เสด็จประพาสล่าสัตว์โดยสร้างเป็นลักษณะตำหนักเล็กๆ สไตล์ชนบท ต่อมาพระองค์ได้ซื้อที่ดินบริเวณใกล้เคียงเพิ่มและขยายต่อเติมให้กว้างขวางและสะดวกสบายมากขึ้นจนเสด็จฯ มาประทับค้างคืนที่ตำหนักแห่งนี้ครั้งแรกในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1624

ต่อมาในสมัย พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ( Louis XIV : 1643-1715) ซึ่งถือเป็นช่วงยุคทองของแวร์ซายมีการก่อสร้างตัวพระราชวัง ตำหนักรวมทั้งสวนเพิ่มเติมอย่างใหญ่โตกว้างขวางเพื่อให้เป็นศูนย์กลางการปกครองและที่ประทับของพระองค์รวมถึงเป็นพระราชวังทิ่ยิ่งใหญ่สวยงามและอลังการที่สุดแห่งหนึ่งของโลก การก่อสร้างใช้ระยะเวลาเกือบ 30 ปี จนกระทั่ง ค.ศ. 1677 พระองค์ได้ย้ายมาประทับที่พระราชวังแวร์ซายอย่างถาวร และในอีก 5 ปีต่อมาราชสำนักฝรั่งเศส (La cour royale) ได้ย้ายมาปักหลักและรวมศูนย์ของอำนาจการปกครองทุกด้านมาไว้ที่พระราชวังแห่งนี้ กษัตริย์อีกสองพระองค์ที่ประทับที่แวร์ซายคือพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 (Louis XV: 1715-1774) และพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 (Louis XVI: 1774-1792)

ใน ค.ศ. 1837 รัชสมัยของพระเจ้าหลุยส์-ฟีลิป (Louis-Philippes: 1830-1848) แวร์ซายเปลี่ยนฐานะจากพระราชวังที่ประทับของกษัตริย์มาเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ (Le musée de l’Histoire de France) อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงวัฒนธรรมฝรั่งเศสและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโกใน ค.ศ. 1979

สนามกีฬาโอลิมปิก

02 Le Grand Palais: ฟันดาบและเทควันโดในอาคารสุดหรูสไตล์ Beaux-Arts

หนึ่งใน สนามกีฬาโอลิมปิก ที่สวยงามด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์โบซาร์ (beaux-arts) ต้องยกให้ Le Grand Palais (เลอ กร็อง ปาเล) สร้างขึ้นสำหรับการจัดงานเวิลด์เอกซ์โปเมื่อ ค.ศ. 1900 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 ในครั้งนั้นสยามได้นำสินค้ามาร่วมจัดแสดงภายใต้บรรยากาศของการจัดพาวิลเลียนแบบศาลาไทยด้วย ใน Paris 2024 ที่นี่จะกลายเป็น สนามกีฬาโอลิมปิก สำหรับ การแข่งขันฟันดาบและเทควันโด

สนามกีฬาโอลิมปิก

History in Brief : Le Grand Palais ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศฝรั่งเศสเมื่อ ค.ศ. 2000 ลักษณะเด่นทางสถาปัตยกรรมคือหลังคารูปโดมกระจกสุดอลังการ โครงสร้างหลักประกอบด้วย หิน เหล็ก และแก้ว และมีการแบ่งพื้นที่การใช้สอยเป็นสามส่วนหลัก คือ ส่วนที่เป็นเหมือนวิหารลักษณะรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีความยาวถึง 240 เมตร ใช้สำหรับจัดงานสำคัญระดับประเทศและระดับนานาชาติ เช่น การแข่งม้า งานแสดงมหกรรมสินค้า และแฟชั่นโชว์โดยเฉพาะแบรนด์ Chanel ส่วนที่ 2 เป็นแกลเลอรีใช้สำหรับแสดงนิทรรศการศิลปะของจิตรกรชื่อดัง เช่น ปิกัสโซ (Picasso) ฮอปเปอร์ (Hopper) โกแก็ง (Gauguin) และโลเทร็ก (Lautrec) เป็นต้น และส่วนสุดท้ายใช้เป็นศูนย์การเรียนรู้หรือพิพิธภัณฑ์ทางด้านวิทยาศาสตร์ที่เด็กๆ สามารถเรียนรู้ผ่านนิทรรศการและงานศิลปะที่จัดแสดงถาวร

สนามกีฬาโอลิมปิก

03 L’Hôtel de Ville : จุดเริ่มต้นการวิ่งมาราธอนที่ศูนย์กลางการปกครองเมืองปารีส

L’Hôtel de Ville (โลแตล เดอ วิลล์) หรือศาลาว่าการกรุงปารีส เป็นศูนย์รวมอำนาจทางการปกครองของปารีสและเป็นที่พำนักของนายกเทศมนตรีเมืองปารีส นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่สำหรับจัดงานเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสและเทศกาลสำคัญๆ และคอนเสิร์ตกลางแจ้ง สำหรับ Paris 2024 ที่นี่จะถูกใช้เป็นหนึ่งใน สนามกีฬาโอลิมปิก และเป็นจุดเริ่มต้นของ การแข่งขันวิ่งมาราธอน

สนามกีฬาโอลิมปิก

History in Brief : ใน ค.ศ. 1357 Etienne Marcel (เอเตียน มาร์แซล) เสนาบดีการค้าเมืองปารีสได้ซื้ออาคารหลังหนึ่งบริเวณ Place des Grève (ปลาส เดอ แกรฟ) ที่ชื่อว่า Maison aux Piliers (เมซง โอปิลิเย่ร์) เพื่อเป็นสำนักงานด้านการค้าและการเก็บภาษีทางการค้าแห่งปารีส ต่อมาราว ค.ศ. 1533 ได้มีการสร้างอาคารหลังใหม่ในสไตลส์เรอแนซ็องส์ที่ใหญ่กว่าและมีการตกแต่งประดับประดาอย่างวิจิตรงดงามในรัชสมัยของพระเจ้าฟรองซัวส์ที่ 1 (François 1er) โดยสถาปนิกฝรั่งเศสชื่อ ปิแยร์ เดอ ชอมบีฌ (Pierre de Chambiges) และสถาปนิกชาวอิตาลีชื่อ โดมินิค เดอ กอร์ตอน (Dominique de Cortone) หรือโบกาดอร์ (Boccador) ซึ่งคนหลังนี้เราจะเห็นรูปปั้นของเขาบริเวณซุ้มประตูด้านหน้าของตัวอาคารด้วย การก่อสร้างครั้งนี้แล้วเสร็จใน ค.ศ. 1628

ศาลาว่าการกรุงปารีสถูกไฟไหม้หลายต่อหลายครั้งและครั้งใหญ่คือในช่วงของการปฏิวัติปารีส (La Commune) ใน ค.ศ. 1871 ตัวอาคารได้ถูกไฟไหม้เสียหายจนเหลือแต่โครง ทางสภาเทศบาลปารีสได้จัดให้มีการประกวดออกแบบอาคารใหม่ใน ค.ศ. 1873 ซึ่งผู้ชนะคือ เตโอดอร์ บาลู (Théodore Ballu) เอดัวร์ เดอแปคต์ (Edouard Deperthes) ที่ออกแบบตัวอาคารในสไตลส์นีโอเรอแนซ็องส์แบบฝรั่งเศสอย่างที่ปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน การก่อสร้างครั้งนี้ใช้ระยะเวลาถึง 9 ปี (ค.ศ. 1873-1882) และกลายเป็นศาลาว่าการเทศบาลที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปด้วยพื้นที่ 66,000 ตารางเมตร และประกอบด้วยห้องหรือสำนักงานต่างๆ กว่า 600 ห้อง

สนามกีฬาโอลิมปิก

04 L’hôtel des Invalides : คอมเพล็กซ์อาคารของกองทัพสู่สนามยิงธนูวิ่ง และจักรยาน

สนามกีฬาโอลิมปิก ครั้งนี้จัดเต็มเรื่องความสวยงามของสถาปัตยกรรม เช่นเดียวกับ คอมเพล็กซ์อาคารของกองทัพฝรั่งเศสที่เรียกว่า L’hôtel des Invalides (แองวาลิดส์)ประกอบด้วย สำนักงาน โบสถ์ สถานพยาบาล และพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับกองทัพ จุดเด่นคืออาคารรูปโดมสีทองมียอดเป็นไม้กางเขน ด้านหน้าของตัวอาคารมีเอสพลานาดหรือทางเดินขนาดใหญ่ที่ชาวปารีเซียงนิยมมาเดินเล่นและปิกนิกในวันที่อากาศดี และสำหรับ Paris 2024 ที่นี่จะเป็นสถานที่สำหรับ การแข่งขันยิงธนู วิ่งมาราธอน และจุดเริ่มต้นของการแข่งขันจักรยานประเภทไทม์ไทรอัล (time trial)

History in Brief : Invalides เป็นอาคารสไตล์บาโรก (Baroque) สร้างเมื่อ ค.ศ. 1670 ในรัชสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เพื่อเป็นทั้งที่พักและโรงพยาบาลของเหล่าทหารผ่านศึกที่พิการหรือทุพพลภาพ และพระองค์เสด็จฯ มาเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดเมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ. 1674 พร้อมกับเปิดรับทหารผ่านศึกเข้ามาพำนักและรักษาตัวมาโดยตลอด ต่อมามีการก่อสร้างเพิ่มเติมและขยับขยายเรื่อยมา ปัจจุบันนอกจากจะเป็นคอมเพล็กซ์อาคารของกองทัพฝรั่งเศสยังเป็นที่เก็บโลงศพของจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 (Napoléon Bonaparte) และบุตรชาย คือ Joseph Charles Bonaparte (โจเซฟ ชาร์ลส์ โบนาปาร์ต: 1811-1832) ที่เป็นที่รู้จักในหมู่คนฝรั่งเศสว่า Aiglon (เอ-กลง:ที่หมายถึงลูกนกอินทรี) และบุคคลสำคัญอื่นๆ ของฝรั่งเศส

05 La place de la Concorde: อดีตลานประหารในช่วงปฏิวัติฝรั่งเศสกับการแข่งขันกีฬาสมัยใหม่

อย่างที่บอกว่า สนามกีฬาโอลิมปิก ครั้งนี้ผสมรวมกับแลนด์มาร์ก และแลนด์มาร์กหนึ่งที่รู้จักกันดีของฝรั่งเศสและตั้งอยู่ในใจกลางเมืองปารีสคือ La place de la Concorde (ลา ปลาส เดอ ลา กงกอร์ด) หรือจตุรัสกงกอร์ด โดยมีจุดเด่นคือเสาหินแกรนิตสีชมพูทรงแหลมตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลางจตุรัส สำหรับ Paris 2024 ที่นี่จะเป็นสถานที่สำหรับ การแข่งขันบาสเกตบอล 3×3 เบรกแดนซ์ จักรยาน BMX ฟรีสไตล์ และสเกตบอร์ด

History in Brief : ในอดีตสถานที่นี้ถูกเรียกว่าPlace Louis XV (ปลาส หลุยส์ 15) และ La place de la Révolution (ลา ปลาส เดอ ลา เรโวลูว์ซิยง) ครอบคลุมเนื้อที่ประมาณ 8 เอเคอร์ เสาหินแกรนิตสีชมพูกลางจตุรัสมีความสูง 23 เมตร และหนักถึง 222 ตัน ตามประวัติกล่าวว่าเสาหินแท่งนี้มาจากเมืองลุกซอร์ (Luxor) ตามการออกเสียงแบบชาวฝรั่งเศส ซึ่งทางการอียิปต์ได้มอบเป็นของขวัญให้แก่ประเทศฝรั่งเศสเพื่อแสดงความขอบคุณรัฐบาลฝรั่งเศสและยกย่อง ฌอง-ฟร็องซัว ช็องโปลียง (Jean-François Champollion) บุคคลสำคัญที่เป็นคนแรกที่สามารถแปลอักษรเฮียโรกลิฟิกเป็นภาษาฝรั่งเศส

แม้ปัจจุบันที่นี่จะเป็นแลนด์มาร์กที่สวยงามและจุดเช็กอินถ่ายรูปของนักท่องเที่ยว แต่ในอดีตลานกว้างแห่งนี้คือลานประหารสำหรับกษัตริย์ ขุนนาง และผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนในสมัยของการปฏิวัติฝรั่งเศส เช่น พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 (Louis XVI) พระนางมารี อ็องตัวแน็ต (Marie-Antoinette) และนักก่อการคนสำคัญอย่างดองตง (Danton) และรอแบ็สปีแยร์ (Robespierre) รวมทั้งผู้คนที่เกี่ยวข้องกับการปฏิวัติฝรั่งเศสอีกมากกว่า 1,000 คน

06 Le pont Alexandre III : เส้นชัยของการแข่งขันจักรยานtime trial ที่สะพานสวยสุดในปารีส

Le pont Alexandre III (เลอ ปง อะเล็กซร้องด์ ทรัว)ได้รับการยอมรับว่าเป็นสะพานข้ามแม่น้ำแซนที่สวยที่สุดในกรุงปารีสและเป็นสะพานที่เชื่อม Les Invalides กับ Le Grand Palais สำหรับ Paris 2024 สะพานแห่งนี้จะเป็นจุดแข่งขันสำหรับ ไตรกีฬา ว่ายน้ำมาราธอน และเส้นชัยของการแข่งขันจักรยานประเภทไทม์ไทรอัล (time trial)

ภาพจำลองการแข่งขัน

History in Brief : Le pont Alexandre IIIเริ่มก่อสร้างใน ค.ศ. 1896 เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของสัญญาความร่วมมือระหว่างฝรั่งเศสกับรัสเซียที่มีการลงนามกันของทั้งสองประเทศใน ค.ศ. 1891 และตั้งขึ้นตามชื่อของกษัตริย์รัสเซีย คือ พระเจ้าซาร์ อะเลกซานเดอร์ที่ 3 (Tsar Alexander III) เปิดใช้ในครั้งแรกใน ค.ศ. 1900 ในงานเวิลด์เอกซ์โปที่ปารีสเป็นเจ้าภาพ การออกแบบและก่อสร้างนั้นอยู่ภายใต้การควบคุมของวิศวกรฌ็อง เรซาล (Jean Résal ) และ อาเมเด อาลบี (Amédée Alby) และมี โฌเซฟ กาสแซง-แบรคนารด์ (Joseph Cassien-Bernard) และ กัสตง กูแซ็ง (Gaston Cousin) เป็นสถาปนิก ตัวสะพานสร้างด้วยเหล็กกล้ามีความยาว 160 เมตรและตกแต่งประดับประดาด้วยโคมไฟแบบเชิงเทียนที่ทำจากทองสำริด32 อัน และบริเวณมุมของปลายสะพานแต่ละด้านจะมีรูปปั้นสิงโต และเสาขนาดใหญ่ที่มีความสูง 17 เมตร ส่วนบนของเสาแต่ละต้นตกแต่งด้วยรูปปั้นม้าเพกาซัสและเทพธิดา ทูตสวรรค์ด้วยสีทองสไตล์หลุยส์ 14 สะพานแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสเมื่อ ค.ศ. 1975

07 Stade Roland Garros : สนามเทนนิส French Open เปิดคอร์ตสำหรับกีฬาโอลิมปิก

Stade Roland Garros (สต๊าด โครลอง การ์ครอส) เป็นสนามแข่งขันเทนนิสหนึ่งในสี่ของรายการแกรนด์สแลมระดับโลก คือ รายการเฟรนช์โอเพน (French Open) ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงหน้าร้อนของฝรั่งเศส คือช่วงประมาณกลางเดือนมิถุนายนและใน Paris 2024 แน่นอนว่าที่นี่ย่อมเป็นสนามสำหรับ การแข่งขันเทนนิส และที่เพิ่มเติมคือเป็นสถานที่สำหรับ การแข่งขันมวยสากลรอบชิงชนะเลิศ

History in Brief : ตามกฎของการแข่งขันเทนนิสรายการเดวิสคัป ประเทศที่ชนะการแข่งขันในแต่ละปีจะต้องรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพการแข่งขันในปีถัดไป และใน ค.ศ. 1927 ฝรั่งเศสเป็นผู้ชนะเลิศ ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องมีการสร้างสนามเทนนิสขึ้นอย่างเร่งด่วนเพื่อรองรับการแข่งขันรายการนี้ในอีก 1 ปีข้างหน้าบริเวณที่ตั้งของสนามอยู่ติดกับสวนป่าสาธารณะ Bois de Boulogne (บัว เดอ บูลอญ) ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของปารีสและในอดีตเป็นพื้นที่ของสโมสรเทนนิสฌ็อง-บูแอ็ง (Stade Jean-Bouin)

การดำเนินการก่อสร้างอยู่ในความรับผิดชอบของ Émile Lesieur (เอมิล เลอซิเออร์) ประธานสโมสร Stade Français (สต๊าด ฟร็องเซ่ยส์) และ Pierre Gillou (ปิแอร์ ฌิลูร์) ประธานสโมสร Racing Club de France (คร๊าซซิ่ง คลับ เดอ ฟร็องซ์) และกัปตันทีมชาติฝรั่งเศสในการแข่งขันเดวิสคัป โดยมีเงื่อนไขว่าสนามที่จะสร้างใหม่แห่งนี้จะต้องตั้งชื่อว่า Roland Garros ตามชื่อของนักบินกองทัพอากาศฝรั่งเศสในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และเป็นเพื่อนผู้ล่วงลับของประธานสโมสรสต๊าด ฟร็องเซ่ยส์ ในขณะนั้น

ปัจจุบันในคอมเพล็กซ์ประกอบด้วยคอร์ต (ในภาษาฝรั่งเศสออกเสียงว่า กูต์) สี่คอร์ตใหญ่ๆ คือ Court Philippe Chartier (กูต์ ฟิลิปป์-ชาร์คติเย่ร์) ถือเป็นคอร์ตกลางที่ใหญ่ที่สุดและการแข่งขันชิงชนะเลิศประเภทต่างๆ มักจะแข่งที่คอร์ตนี้ Court Suzanne-Lenglen (กูต์ ซูซานน์-ล็องเกล็น) Court Simonne-Mathieu (กูต์ ซิมอนน์-มัตติเยอ) และสนามย่อยหรือ Courts Annexes (กูต์ อันแน็กซ์) ซึ่งมีทั้งหมด 18 คอร์ต

08Stade Tour Eiffel: แข่งวอลเลย์บอลชายหาดพร้อมทัศนียภาพของหอไอเฟล

Stade Tour Eiffel (สต๊าด ตูร์ เอฟเฟล) ตั้งอยู่บริเวณสวนช็อง เดอ มาร์ (Le Champs de Mars) ที่เป็นสวนสาธารณะแบบเปิดมีสนามหญ้าที่มีความยาวถึง 780 เมตร และเป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยมของชาวปารีเซียงอันดับต้นๆ เพราะเป็นจุดที่สามารถมองเห็นหอไอเฟลได้ใกล้มากที่สุด ใน Paris 2024 บริเวณนี้จะปรับเป็นสนามกีฬาเฉพาะกิจสำหรับ การแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาด

History in Brief : Stade Tour Eiffel เป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนทหารของปารีส (L’École Militaire: เล กอล มีลีแตร์) ที่สร้างขึ้นใน ค.ศ. 1765 สวนสาธารณะแห่งนี้เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของชาวปารีเซียงในทุกๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจที่พวกเขามักจะออกมาเดินเล่น ปิกนิกสังสรรค์กันระหว่างครอบครัวและเพื่อนฝูง เป็นลานแสดงคอนเสิร์ต สถานที่จัดแสดงพลุและดอกไม้ไฟในวันชาติฝรั่งเศส รวมถึงเป็นลานกิจกรรมเพื่อแสดงออกทางการเมือง

ส่วนหอไอเฟลนั้นสร้างขึ้นใน ค.ศ. 1887 โดยสถาปนิกและวิศวกรชาวฝรั่งเศส กุสตาฟ ไอเฟล (Gustave Eiffel) และมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 31มีนาคม ค.ศ. 1889 มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ของงานเวิลด์เอกซ์โปในปีที่จัดขึ้นที่กรุงปารีส หอคอยแห่งนี้มีโครงสร้างเป็นเหล็กจึงได้ชื่อว่าลา ดาม เดอ แฟร์ ( La dame de fer) หรือสตรีเหล็ก มีความสูง 330 เมตรตัวฐานเป็นทรงสี่เหลี่ยมจตุรัสที่มีความกว้างและยาวด้านละ125 เมตร ได้รับการยกย่องให้เป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสใน ค.ศ. 1964 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกใน ค.ศ. 1991

09 Trocadéro: ใจกลางกรุงปารีสกับกรีฑา race walking และจักรยาน road race

ปัจจุบัน Trocadéro (โทรกาเดโร) เป็นแลนด์มาร์กสำคัญทางด้านศิลปวัฒนธรรม เพราะเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์มานุษยวิทยา (Musée de l’Homme) Musée National de la Marine de Paris Aquarium de Paris) และเป็นอีกสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปหอไอเฟลจากมุมนี้ ใน Paris 2024 บริเวณนี้จะเป็น สนามกีฬาโอลิมปิก สำหรับ การแข่งขันกรีฑาประเภทเดิน (race walking) และจักรยานประเภทถนน (road race)

History in Brief : Trocadéro ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของหอไอเฟลและฝั่งตรงข้ามแม่น้ำแซนบริเวณที่เรียกว่า เนินชัยโย (La colline de Chaillot: ลา โกลีน เดอ ชัยโย) เมื่อ ค.ศ. 1811 ทางจักรวรรดิฝรั่งเศสได้ออกกฤษฎีกาลงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ กำหนดให้มีการสร้างพระราชวังเพื่อถวายพระเกียรติแด่พระโอรสของจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 ซึ่งประสูติในปีนั้นคือ Joseph Charles Bonaparte (โจเซฟ ชาร์ล โบนาปาร์ต: 1811-1832) ที่ได้รับการเรียกขานอีกชื่อหนึ่งว่ากษัตริย์แห่งโรม (Le roi-de-Rome: เลอ ครัว เดอ ครอม) อย่างไรก็ตามโครงการมิได้มีการก่อสร้างเกิดขึ้นจริง จนกระทั่งใน ค.ศ. 1869 บริเวณเนินดังกล่าวได้ถูกเรียกว่า La place du roi de Rome (ลา ปลัส ดู รัว เดอ รอม) เพื่อเป็นการระลึกถึงพระองค์แทนการก่อสร้างพระราชวัง ต่อมาพระเจ้าชาร์ลที่ 10 (Charles X : 1824-1830) ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น Trocadéro เพื่อเป็นการยกย่องและรำลึกถึงชัยชนะของฝรั่งเศสในการสู้รบที่โทรกาเดโร (La bataille du Trocadéro) เมื่อ ค.ศ. 1823 ในครั้งนั้นกองทัพฝรั่งเศสนำโดย ดยุคแห่งอองกูแลม (Le duc d’Angoulême)สามารถยึดป้อมหลุยส์ (le Fort Louis) ที่อ่าวเมืองกาดิส (Cadix) ของสเปนได้

10 Teahupo’o: เกลียวคลื่นวัดใจในตาท้าทายสปิริตนักเซิร์ฟ

Teahupo’o (เตอาอูโป) เป็นหมู่บ้านชายฝั่งทะเลทางทิศตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกในประเทศตาฮิติ (Tahiti) ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศหมู่เกาะเฟรนช์พอลินีเชีย (La Polynésie française: ลา โปลีเนซี ฟร็องแซส) ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของท้องทะเลและเป็นแหล่งท้าทายความสามารถของบรรดานักเล่นเซิร์ฟทั่วโลกจึงเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดของ การแข่งขันกีฬาโต้คลื่น ถึงแม้จะอยู่ห่างจากเมืองเจ้าภาพปารีสถึง 18,000 กิโลเมตร นับเป็น สนามกีฬาโอลิมปิก ที่อยู่ไกลที่สุดจากเมืองเจ้าภาพนับตั้งแต่มีการจัดโอลิมปิก

History in Brief : ตาฮีตีเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในเฟรนช์พอลินีเชียซึ่งเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสและต่อมาได้รับการจัดตั้งเป็นประเทศโพ้นทะเลของฝรั่งเศส (Overseas Countryหรือ Pays d’outre-merในภาษาฝรั่งเศส) เมื่อ ค.ศ. 2003 ชายหาดของหมู่บ้าน Teahupo’o เป็นหนึ่งในสถานที่จัดการแข่งขันชิงแชมป์โลกของสมาคมโต้คลื่นมืออาชีพ คือรายการ Billabong Pro Tahiti (บิลลาบอง โปร ตาฮตี)

คลื่นของที่นี่เป็นคลื่นลูกใหญ่ที่ม้วนตัวเป็นเกลียวหรือท่อที่ค่อนข้างยาวและสูงโดยเริ่มก่อตัวจากซ้ายไปขวา คนที่นี่เรียกว่า “Chopoo (โชปู)” ซึ่งจะก่อตัวอยู่ห่างออกไป 400 เมตรจากชายฝั่ง มีความสูงของตัวคลื่นตั้งแต่ 2-3 เมตร หรือบางครั้งก็สูงถึง 7 เมตร สำหรับนักเซิร์ฟมืออาชีพนอกจากความสูงของโชปูที่วัดใจแล้ว ความต่อเนื่องของคลื่นที่เป็นท่อหรือเกลียวขนาดใหญ่ที่ผู้เล่นต้องใช้ความสามารถเพื่อลอดผ่านคลื่นและเคลื่อนไหวขึ้นลงไปตามตัวคลื่นได้ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง จนถึงกับมีคำกล่าวว่าที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับนักเซิร์ฟขี้ขลาด

อ้างอิง

The post ย้อนรอยประวัติศาสตร์ 10 สนามกีฬาโอลิมปิก Paris 2024 จากปารีส แวร์ซาย ถึงตาฮิติ appeared first on SARAKADEE LITE.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...