ทะลุมิติไปเป็นทาสรักท่านอ๋อง
ข้อมูลเบื้องต้น
ทะลุมิติไปเป็นทาสรักท่านอ๋อง
ผู้แต่ง : 染指终生
~~*นิยายลิขสิทธิ์แท้*~~
โล่วชิเจี่ยข้ามภพมายังยุคโบราณ นางมิได้เกิดใหม่หรือวิญญาณไปสิงร่างใคร แต่ถูกส่งมาแบบตัวเป็นๆ! และเนื่องจากตอนข้ามภพมา นางดันไปล่วงเกินอ๋องเย่เข้า จึงเลือกปลอมตัวเป็นชายท่องเที่ยวไปทั่วอาณาจักรอันกว้างใหญ่ แต่สุดท้ายก็ถูกตามตัวจนเจอ โดนบังคับให้มาเป็นคนรับใช้ในจวนอ๋องเพื่อมอบบทเรียนอันแสนสาสม
แต่คนอย่างนางมีหรือจะยอมทนถูกกระทำฝ่ายเดียว!
เย่ชิงหยู : นี่เจ้ากล้าแอบว่าร้ายข้า? ใครก็ได้! เอาตัวมันไปขังในคอกม้า!
โล่วชิเจี่ย : ท่านอ๋อง ข้าแค่บอกเล่าวีรกรรมอันหาญกล้าของท่านเท่านั้นเอง~
…
เย่ชิงหยู : นี่เจ้ากล้าลอบวางยาข้า? ใครก็ได้! จับมันผู้นี้มัดไว้ ห้ามไม่ให้มันกินอาหารใดๆอย่างน้อยสองวัน!
โล่วชิเจี่ย : ท่านอ๋อง มันคือกำยานช่วยให้ผ่อนคลายต่างหาก ท่านเข้าใจผิดแล้ว~
…
เย่ชิงหยู : บังอาจ! บังอาจ! บังอาจ! ใครก็ได้! ลากตัวมันผู้นี้ไปโบยเสีย!
โล่วชิเจี่ย : ท่านอ๋อง หยุดทารุณข้าเสียที~~
ตอนที่ 1 ท่านอ๋องถูกเปลื้องผ้าจนเหลือแค่ใบไม้ปิดของลับ
ตอนที่ 1 ท่านอ๋องถูกเปลื้องผ้าจนเหลือแค่ใบไม้ปิดของลับ
ในราชวงศ์ต้าหยา มีตำนานหนึ่งเล่าขาน
นั่นคือเรื่องราวของท่านอ๋องสาม หรืออ๋องเย่ --เย่ชิงหยู ผู้เชี่ยวชาญในบทกวีและบทเพลง เป็นเทพชายประจำชาติที่พวกสาวๆหลงใหล
เขามีความกล้าหาญและชำนาญการรบ สามารถบัญชาการกองกำลังทหารดุจดั่งเทพเซียน เป็นเทพสงครามที่คอยปกป้องบ้านเกิด ได้รับความเคารพนับถือจากชาวประชาตลอดมา
เพียงแต่อ๋องเย่ผู้นี้ ในช่วงไม่กี่วันก่อน เขาได้ถูกซุ่มโจมตี จนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบเป็นตายร้ายดีอย่างไร
ผู้คนภายในเมืองหลวงพากันหวาดกลัว ตกอยู่ในภาวะตื่นตระหนก…..
“อา…อา อา…อา อ๊าาาาาา”
เสียงร้องโวยวายดังลงมาจากฟ้า น้ำเสียงนี้เว้นวรรคเป็นช่วงๆ ไม่ปะติดปะต่อกัน
พร้อมกันนั้น เงาร่างของคนๆหนึ่งตัดผ่านผืนฟ้าและก้อนเมฆ ร่วงตกลงไปท่ามกลางป่าใหญ่ ปลุกฝูงนกอพยพบินเตลิดว่อนฟ้า ในที่สุดก็หล่นลงถึงพื้นดังตุบ!
โอย~ โอย~
เสียงครวญครางดังไม่ขาดปาก โล่วชิเจี่ยเงยหน้าขึ้นด้วยความเจ็บปวด มองขึ้นไปบนฟ้าในมุม 45 องศา
เห็นเพียงรอบตัวล้อมรอบด้วยต้นก่วม*สูงใหญ่ที่กำลังผลัดใบ บ่งบอกถึงฤดูกาลใหม่ที่กำลังมาเยือน
*ต้นเมเปิ้ล
เธอมองไปรอบๆ และพบว่าป่านี้ช่างดูเก่าแก่ มันให้ความรู้สึกสดชื่นเป็นพิเศษ ไม่เหมือนต้นไม้ที่งอกขึ้นจากการปลูกป่าใหม่เลย
และหากเงี่ยหูฟังดีๆ จะได้ยินเสียงสะท้อนเบาๆของน้ำตกที่ไหลลงจากลำธารบนภูเขา
ที่นี่มันที่ไหนกัน?
ไม่ใช่ว่าเธอเพิ่งกลิ้งตกจากหน้าผาเหรอ? แล้วไหงกลายเป็นร่วงลงมาจากฟ้าไปซะได้?
“อืม~” เสียงแผ่วเบาดังขึ้น
โล่วชิเจี่ยสามารถระบุได้ทันที ว่านี่เป็นเสียงของผู้ชาย!
ว่าแต่เสียงนี้ดังมาจากตรงไหนกันนะ?
โล่วชิเจี่ยหันตามเสียงนั้น สุดท้ายก้มหน้าลงมองใต้ร่างตัวเอง พริบตานั้นรู้สึกเหมือนโลกพลันกลับหัวกลับหาง
ข้างล่างตัวเธอคือผู้ชายหน้าตาหล่อเหลา หล่อชนิดไม่มีใครเทียบได้ เขาสวมเสื้อคลุมสีหมึก ชายเสื้อหลวมโกร่ง เผยให้เห็นกล้ามเนื้อท้องเป็นปึกแผ่น
ตรงกันข้ามกับเธอ ที่เมื่อร่วงลงมาก็เพิ่งสังเกตเห็น ว่าเธอกำลังเปลือยเปล่า หากฉากนี้กำลังฉายอยู่บนจอทีวีหรือในเน็ต คงมีแสงศีลธรรมปาดผ่านจอ บังช่วงอกกับช่วงล่างของเธอเอาไว้
แต่ประเด็นคือสภาพเธอตอนนี้มันอยู่ในอิริยาบถที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง!
เพราะเธอกำลังนั่งคร่อมผู้ชายคนหนึ่ง!
หนะ … หน่าหนี๊!!! นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกันเนี่ย!
ใบหน้าของโล่วชิเจี่ยประเดี๋ยวดำประเดี๋ยวแดงด้วยอารมณ์ที่สลับไปมา
เธอจำได้ว่าก่อนหน้านี้เพิ่งไปวัดเพื่อขอเครื่องราง แต่ตอนกำลังจะจ่ายเงินดันเพิ่งมารู้สึกตัวว่าลืมพกเงินไป และเนื่องจากเธอมีความจำเป็นต้องใช้มัน จึงตัดสินใจชิ่ง(หนีไม่จ่าย) พร้อมตะโกนทิ้งท้ายว่าจะกลับมาจ่ายเงินในภายหลัง
คนเฝ้าประตูได้ตะโกนไล่หลังเธอว่าทำแบบนี้กรรมจะตามสนอง และหลังจากนั้น เธอก็พลาดกลิ้งตกภูเขาอย่างไร้เหตุผล!
พอรู้สึกตัวอีกทีก็ร่วงตกจากฟ้าแล้ว แถมตอนนี้เมื่อก้มลงมองข้างล่าง ก็พบว่ามีผู้ชายนอนหงายอยู่!
เส้นเลือดสีดำเริ่มปูดขึ้นตามขมับของโล่วชิเจี่ย
ฉันตกลงมาจากภูเขาสูงแต่ยังไม่ตาย อีกทั้งเมื่อตกถึงพื้นยังมีเบาะรองรับ! หรือนี่จะเป็นคำพยากรณ์ว่ากำลังจะเจอโชคดีในโชคร้าย?
แม้ว่าตอนนี้จะเป็นฤดูใบไม้ผลิแล้วก็ตาม แต่โล่วชิเจี่ยยังคงรู้สึกหนาวสะท้าน เธอก้มลงมองเนื้อหนังของตัวเองที่เปิดเผยอย่างโจ่งแจ้ง ก่อนสลับไปมองผู้ชายข้างล่างที่ถูกทับอย่างแรงจนสลบ ในที่สุดสายตาเธอก็ตกลงบนเสื้อคลุมสีดำหมึกที่ชายคนนั้นสวมใส่
หลังจากพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว เธอก็กางสองมือออก ยื่นไปข้างหน้าพร้อมขยุกขยิกนิ้วดูชั่วร้าย!
ในเมื่อคนๆนี้ยอมสละร่างตัวเองเป็นเบาะรองรับแรงกระแทกให้เธอ ไหนๆก็ช่วยกันขนาดนี้แล้ว งั้นฉันขอยืมเสื้อผ้าของนายหน่อยแล้วกัน!
ยังไงนายก็เป็นผู้ชาย ไม่ต้องอายไปหรอก!
การเสียสละในครั้งนี้ของนาย ฉันจะจดจำมันใส่ใจไม่มีวันลืม!
โล่วชิเจี่ยลอบคิดในใจ
ทางด้านเย่ชิงหยู ระหว่างสลบไสลเขารู้สึกถึงรัศมีของความไม่สบายใจที่ก่อตัวขึ้นอย่างอธิบายไม่ถูก สองคิ้วขมวดลึก
อากาศในป่าช่างแสนอบอุ่น ใบไม้ดอกไม้กำลังผลิบาน เสื้อคลุมเขาค่อยๆถูกถอดออก เผยให้เห็นหน้าอกสุดเซ็กซี่ กล้ามเนื้อท้องที่แข็งแรง มัดหน้าท้องรูปสามเหลี่ยมกลับหัวอันแสนสมบูรณ์แบบ และรอยเส้นเลือดเส้นเอ็นที่ปูดขึ้นจากบริเวณใต้สะดือ ภาพนี้ช่างเย้ายวนชวนให้หลงใหล
ประกอบกับใบหน้าที่หล่อเหลาหาผู้ใดเทียบ ผมดำยาวสยายข้างหลัง ตัวคนทั้งคนนอนแผ่อยู่บนพื้นหญ้าสีเขียว สีผิวของเขากับสีของต้นหญ้าตัดกันชัดเจน ชวนให้ผู้ที่มองมาเกิดแรงกระตุ้นอย่างรุนแรง
ฉากนี้เรียกได้ว่าโจมตีโล่วชิเจี่ยไปร้อยล้านดาเมจในทีเดียว!
เธอรับรู้ได้ว่าเลือดลมในภายกำลังพลุ่งพล่าน โพรงจมูกเริ่มร้อน หากไม่กลั้นไว้คงมีเลือดกำเดากระฉูดออกมา
เจ้าหมอนี่มันปีศาจเจ้าเสน่ห์ชัดๆ!
แค่เปลื้องผ้าเขาก็เกือบทำให้ฉันสูญเสียการควบคุม!
ระหว่างกำลังถูกเปลื้องผ้า เย่ซิงหยู่ค่อยๆเริ่มมีสติ เขาคันยิบๆตามตัว รู้สึกได้ว่าเสื้อผ้าที่สวมใส่กำลังถูกถอดทีละชิ้น เขาค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ แต่ก็เห็นเพียงภาพพร่ามัว
เขาครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง ไม่นานก็ตัดสินใจเปิดตาเต็มที่เพื่อมองภาพตรงหน้าให้เต็มตา
ซึ่งนั่นเป็นเวลาเดียวกับที่โล่วชิเจี่ยสวมเสื้อผ้าให้ตัวเองเสร็จเรียบร้อยพอดี
หลังจากที่เห็นเย่ชิงหยูตื่นขึ้นมา เธอก็จัดการน็อคเขา ทำให้หมดสติไปอีกรอบโดยไม่พูดอะไรซักคำเดียว
…
นอกป่าทึบ
เมฆบนฟ้าบางลง เผยให้เห็นจันทร์กระจ่าง
ร่างเล็กของโล่วชิเจี่ยวิ่งสะดุดคล้ายคนใกล้หมดแรง ในที่สุดก็หลุดจากพื้นที่ป่า เธอเชิดหน้าขึ้นพยายามหายใจเข้าปอดเป็นครั้งคราว
เสื้อคลุมที่ขโมยมานั้นพอดีตัวกับเย่ชิงหยู แต่เมื่อเธอนำมาสวมใส่ กลับดูหลวมโคร่งเป็นพิเศษ มันลากพื้นและมักถูกเหยียบเวลาเธอวิ่ง
“เด็กน้อยตรงนั้น หยุดให้เรา!”
แต่ออกจากป่าได้ไม่ไกล บนท้องถนนขุรขระอันเงียบสงบ จู่ๆก็มีเสียงตะโกนดังขึ้น
โล่วชิเจี่ยหันศีรษะไปมองอย่างลังเล
เห็นเพียงชายผิวเข้มคนหนึ่ง นำกลุ่มคนชุดดำจ้องมาที่เธอด้วยสายตาดุร้าย
ไม่ใช่แค่พวกเขาที่ชุดดำทั้งตัวเท่านั้น แต่ชุดที่เธอสวมใส่ก็เป็นสีดำทั้งตัวเหมือนกัน
สรุปนี่พวกเรากำลังเล่นบทพวกตัวร้ายในซีรี่ส์ย้อนยุคกันใช่ไหม? ก็ปกติมีแต่พวกตัวร้ายทั้งนั้นที่ใส่คอสตูมสีดำทั้งตัว! งั้นแบบนี้เวลาพูดต้องใช้คำเรียกขานอย่างข้าหรือเจ้าด้วยใช่ไหม?
รู้จักปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมคือวิธีการเอาตัวรอดที่ชาญฉลาด ดังนั้นเธอยินดีเล่นตามบท!
โล่วชิเจี่ยหันกลับมา แสร้งทำเป็นอ่อนแอ เอ่ยถามอย่างไร้กำลัง ทำตาโตให้น่าสงสารเหมือนหมาชิสุ “ขอโทษที เจ้ากำลังพูดกับข้ารึ?”
โล่วชิเจี่ยแม้สวมชุดผู้ชาย แต่น้ำเสียงกลับหวานหยดย้อย ประกอบกับเสื้อคลุมที่หลวม เผยให้เห็นลำคอขาวๆ ส่งผลให้ชายชุดดำสองสามคนถูกเล่นงาน ใจสั่นโดยไม่รู้ตัว
ชายผิวเข้มพยักหน้า กวาดสายตามองชุดที่ไม่พอดีตัวของโล่วชิเจี่ย สายตาเขาให้ความรู้สึกเหมือนกำลังจะบอกว่าคุ้นเคยกับเสื้อคลุมตัวนี้เป็นอย่างดี “เจ้าเห็นท่านอ๋องของพวกข้าหรือไม่?”
น้ำเสียงแหบต่ำนี้แฝงไปด้วยความหยั่งเชิง สัญชาตญาณบอกเขา ว่าเจ้าเด็กน้อยตรงหน้านี่น่าสงสัยสุดๆ
“ท่านอ๋องของพวกเจ้ามีจุดสังเกตอะไรที่เด่นๆบ้าง?”
โล่วชิเจี่ยแสร้งทำเป็นถาม
“ท่านอ๋องของพวกเราสวมเสื้อผ้าแบบเดียวกับเจ้า!” ชายผิวเข้มกล่าว
โล่วชิเจี่ยใจสั่น แต่ภายนอกยังคงสงบ ใช้ทักษะเอาตัวรอดที่มี เอ่ยปากให้รอดพ้นจากสถานการณ์
นางอุทานอย่างประหลาดใจว่า “เช่นนั้นข้าคิดว่าข้าเคยเจอท่านอ๋องของพวกเจ้ามาก่อน เมื่อครู่เขาถูกแม่หมูป่าตกมันกระทำย่ำยีในป่า! สถานการณ์น่ากลัวมาก! รีบไปช่วยเขาเถอะ!”
“ห๊าาาา!”
กลุ่มคนชุดดำตื่นตระหนก พากันวิ่งไปในทิศทางที่โล่วชิเจี่ยจากมา
โล่วชิเจี่ยหนีเอาตัวรอดอีกครั้ง ระหว่างทางเริ่มคิดย้อนไปถึงคำที่เพิ่งพูดไป
นางเพิ่งบอกว่าท่านอ๋องถูกแม่หมูป่าย่ำยี!
ซึ่งพอลองคิดดูดีๆอีกมุมหนึ่ง แม่หมูป่าที่ว่านั่น มันก็ตัวนางเองไม่ใช่เรอะ!
…
กลุ่มคนชุดดำเดินทางตามคำบอกเล่าของโล่วชิเจี่ย ไม่ช้าก็เจอเย่ชิงหยูที่หมดสติอยู่กลางป่า
แต่หลังจากได้เห็นสภาพของเขา ทุกคนต่างตกตะลึง! เพราะภาพนี้ … มันค่อนข้างไม่น่าดูสักเท่าไหร่
เย่ชิงหยูในตอนนี้มีสภาพล่อนจ้อน ทำให้ลูกน้องหลายคนแทบหลุดหัวเราะออกมา ส่วนชายผิวเข้มก็เกาหัว รู้สึกอับอายแทนเจ้านายตนเอง
พูดตรงๆ สภาพของท่านอ๋องตอนนี้เหมือนถูกแม่หมูป่าย่ำยีจริงๆ
เสื้อผ้าทั้งตัวถูกเปลื้องออก เผยให้เห็นร่างที่กำยำทุกสัดส่วน ยามมองมัน ผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนเกิดความรู้สึกด้อยกว่า ต้องทอดถอนหายใจออกมา
นอกจากนี้ยังมีรอยขีดข่วนเล็กน้อยตามตัว ผมเพ้าของเย่ชิงหยูยุ่งเหยิง กระจัดกระจายเหมือนถูกพายุกระหน่ำ อีกทั้งยังมีรอยสีม่วงระหว่างคอเหมือนโดนอะไรบางอย่างดูดอย่างแรง
แต่ทั้งหมดทั้งมวล ประเด็นสำคัญคือตรงหว่างขาของอ๋องเย่ เวลานี้มีใบต้นก่วมใบหนึ่งช่วยปิดเอาไว้ กระนั้นด้วยขนาดช่วงล่างอันใหญ่โตของเขา ใบก่วมจึงไม่สามารถบดบังมันได้ทั้งหมด มีส่วนโคนโผล่ออกมานิดหน่อย และมันกำลังแกว่งไปตามสายลมเบาๆ
สภาพของท่านอ๋อง … เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้?
แม่หมูป่า … นี่เจ้าทำอะไรกับท่านอ๋องของพวกเรา!?
เหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาคร่ำครวญในใจ
ชายผิวเข้มไอเบาๆเรียกสติทุกคน ”อะแฮ่ม”
เมื่อได้ยินเสียงนี้ ทุกคนหยุดจินตนาการในหัว แต่ยังแสดงสีหน้ากระอักกระอ่วน
หากท่านอ๋องตื่นขึ้นมา แล้วเห็นตัวเองตกอยู่ในสภาพนี้ พวกเขาจะไม่โดนฆ่าปิดปากเพื่อรักษาชื่อเสียงท่านอ๋อง กลบฝังเรื่องนี้ไปตลอดการหรอกหรือ?
แต่นี่ไม่ใช่เวลามาคิดถึงเรื่องนั้น ต้องรีบรักษาท่านอ๋อง!
ชายชุดดำสามสี่คนโน้มตัวลง ช่วยพยุงเย่ชิงหยูขึ้นมา จากนั้นป้อนเม็ดยาแดงเข้าปาก แล้วตบหน้าอกเย่ชิงหยูเบาๆ
ไม่นาน เย่ชิงหยูก็ฟื้นจากอาการหมดสติ ค่อยๆยกเปลือกตาขึ้น
เขาลุกพรวดขึ้น และประโยคแรกที่เขาพูดเมื่อตื่นขึ้นมา
“ไปจับตัวมันมา จับเป็นห้ามจับตาย ข้าจะลงโทษมันด้วยตัวเอง!”