โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พบนกยูงอินเดียสีขาว พันธุ์ต่างถิ่น โผล่ในห้วยขาแข้ง เตรียมกำจัด หวั่นกระทบนกยูงไทย

Environman

เผยแพร่ 04 ก.ค. 2567 เวลา 12.00 น.

หลังจากที่ช่างภาพถ่ายภาพนกยูงอินเดียสีขาว และลูกนกยูงพันธุ์ผสม 2 ตัว เดินอยู่ในป่าที่บริเวณหอดูสัตว์หอนกยูงบริเวณโป่งช้างเผือกเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ. อุทัยธานีจึงสั่งปิดหอนกยูงเพื่อติดตามนกยูงพันธุ์ดังกล่าว และกำจัดเพื่อไม่ให้นกยูงพันธุ์ดังกล่าวผสมพันธุ์กับนกยูงไทย

เมื่อวันที่ 2 ก.ค.67 นายเพิ่มศักดิ์ กนิษฐชาต หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการค้นหานกยูงดังกล่าวพร้อมทั้งโรยอาหารบริเวณเส้นทางหากินและวางกรงดักเพื่อดักจับ

ซึ่งคำสั่งจับนี้มีตั้งแต่วันที่ 24 มิ.ย. 67 ถ้าไม่จับและปล่อยให้นกยูงอินเดียไปผสมพันธุ์กับนกยูงไทยในป่าห้วยขาแข้งแล้ว จะทำให้เกิดสายพันธุ์ใหม่ หรือเป็นนกยูงไฮบริด ที่จะมียีนด้อย สุขภาพไม่ดี และอายุสั้น เมื่อขยายพันธุ์ออกไปเรื่อย ๆ จะทำให้นกยูงไทยเดิมมีจำนวนน้อยลงแล้วสูญพันธุ์ไปในที่สุด และก็อาจทำลายระบบนิเวศได้ และถ้าจับไม่ได้ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชก็ได้ให้สัมภาษณ์ กับมติชนออนไลน์ว่า ผู้เชี่ยวชาญเสนอเข้ามาว่า ควรทำการการุณยฆาต หรือฆ่าทิ้งไปเสียเลย ในหลายประเทศก็ทำกันเช่นนี้

จากการซุ่มสังเกตการณ์บนหอดูสัตว์หอนกยูงบริเวณโป่งช้างเผือกและไม่พบ ล่าสุด วันที่ 2 ก.ค. 67 เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนได้เดินสำรวจบริเวณใกล้เคียงเพื่อค้นหานกยูงทั้ง 2 ตัว ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนพบเศษขนของนกยูงอินเดียสีขาวพร้อมทั้งมีรอยเลือดแต่ไม่พบซากนกยูงตัวดังกล่าว คาดว่าอาจถูกทำร้ายหรือกินโดยสัตว์ผู้ล่าไม่ทราบชนิด เนื่องจากขณะที่เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นนกยูงอินเดียตัวสีขาวนั้น มีลักษณะไม่ค่อยระวังตัวเท่านกยูงไทยจึงอาจตกเป็นเหยื่อของสัตว์ผู้ล่าได้ง่าย

หลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะทำการเก็บกรงดักเนื่องจากพบว่ามีโขลงช้างป่าเข้ามาหากินใกล้เคียงพื้นที่ตั้งกรง และในส่วนของนกยูงที่คาดว่าเป็นลูกผสมนั้นจะดำเนินการเพิ่มจุดตั้งกล้องดักถ่ายภาพให้มากขึ้นรวมถึงการเดินเท้าเพื่อตรวจสอบและค้นหาต่อไป

ซึ่งตอนนี้สถานการณ์นกยูงไทยก็ถือว่ามีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง

ที่มา

https://www.facebook.com/DNP1362/posts/817669463879422

https://www.matichon.co.th/local/quality-life/news_4659950

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...